วันอาทิตย์ที่ ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ เวลาบันทึก ๒๓.๐๐ น.

กราบสวัสดีค่ะครู

 เช้านี้ตื่นมาตั้งแต่ตีสาม จัดแจงล้างหน้าหุงข้าวแล้วก็ขึ้นไปทำวัตรที่ห้องพระ ประมาณตีสี่นึกกับตนเองว่า “ไปจ่ายตลาดทำกับข้าวไปวัด”

เจอขิงดังใจหมายแต่ไม่ค่อยจะอ่อนนักค่ะ ราคาแค่ถุงละ ๗๐ บาท ราว ๆ ๕-๑๐ กิโลกรัมได้ จากเดิมถามแม่ค้าที่ตลาดบอกว่า “กิโลละ ๕๐ บาท”

ผักสดที่ตลาดบางลำภูขอนแก่นถูกจริง ๆ จับจ่ายก็นึกถึงที่วัดที่ยโสธร ถ้ามีโอกาสจะหิ้วไปไว้ที่โรงครัว แถมผักปลอดสารพิษบ้านหม้อก็นำมาขายราคาส่งที่ไม่ค่อยต่างจากราคาผักทั่วไปนักค่ะครู ใช้เวลาอยู่ที่ตลาดชั่วโมงครึ่ง แล้วก็มาทำกับข้าว ดีใจกับตนเองที่ตู้เย็นไม่พัง วันนี้ทำผัดผักบุ้งน้ำมันหอย แต่มันเค็มค่ะครู ใส่เกลือไปมาก ปรับรสชาติกับตนเองให้จางลงโดยเอาน้ไปเจือจางในกะทะที่สอง พอใช้ได้ ทบทวนกับตนเอง ทำอะไร ทำไมต้องให้แก้ไขด้วยนะ ตั้งใจหน่อยซิ ตำหนิตนเอง ออกจากบ้านหกโมงครึ่ง ถึงวัดหลวงพ่อกล้วยเกือบ ๗ โมงเช้า วันนี้ที่ศาลาคนเยอะ เดาว่าหลายท่านคงหนีน้ำท่วมมาจาก กรุงเทพฯ เสร็จสรรพทานข้าวแล้วก็ออกมา

 มาถึงบ้านค้นสูตรทำขิงแช่อิ่มอบแห้งเพิ่มเติม แล้วก็ตกลงทำตามสูตรที่ไม่มีการเติมสารเกินจำเป็น ค่อยๆล้างๆปลอก แล้วก็แช่น้ำเกลือผสมน้ำส้มสายชู หั่นให้หนาไม่ถึงกับเป็นสี่เหลี่ยมนึกถึงอันที่ครูเอาให้ชิม

หน้าตาขิงบนเตา

ตั้งไฟต้มเดือด ๑๕ นาที เปลี่ยนน้ำ ๓ ครั้งลดความเผ็ดของขิงในสูตรว่าอย่างนั้นค่ะ พอต้มได้น้ำที่ ๓ เสร็จ แก๊สหมด

ร้านแก๊สไม่รับโทรศัพท์

 ขับรถไปดูร้านปิด

ใคร่ครวญกับตนเอง ไม่ว่าทำอะไรการเจอะเจออุปสรรคเป็นสิ่งทำธรรมดาที่เราต้องเผชิญและมุ่งมั่นทำให้สำเร็จ ตอนแรกว่าจะขอใช้แก๊สบ้านพี่อ้อ เพราะต้มน้ำตาลเกลือและน้ำส้มสายชูก็น่าจะใช้การได้แล้วค่ะ รอจนหลับไป ตื่นมาหกโมงเย็น

จึงตัดสินใจไปซื้อเตาถ่านมาจุดแล้วก็ต้ม จุดเสร็จพี่อ้อเข้าบ้าน

ได้ยิ้มกับตนเองว่า

 “เหมือนโดนทดสอบ”

ได้เรียนรู้ว่าการแก้ปัญหาไม่ได้มีทางเดียวเสมอไปค่ะครู ซื้อเตาถ่านมาพรุ่งนี้เช้าก็จะได้ไม่ลำบากใครในการทำกับข้าวด้วย

รู้สึกกับตนเองว่า

"หม้อ ไม่เหมาะกับเตา ดีไม่ดี หูอาจจะไหม้ได้ แต่ ณ ตอนนี้ ทำได้ดีที่สุดก็แบบนี้นี่เอง"

จัดแจงกับตนเอง รีดผ้า ตั้งใจบริกรรมพุทโธ เหมือนมันต่อต้าน เพราะเคยสวดอิติปิโส เจอปัญหากับตนเองตอนที่สวดอิติปิโสแล้วจะไม่อยากฟังใคร ฟังจับใจความไม่ได้ แต่นิ่งเร็ว แต่พอสวดพุทโธ สั้น ๆ เห็นตนเองชัดแต่ฟุ้งเร็วค่ะครู สองสามวันมานี้ลองกับตนเอง ท่องพุทโธ ตามลมหายใจ มันแน่นไปหมดเหมือนไม่เคยเบามาก่อน บอกตนเองว่า “ทำไป ๆ เดี๋ยวมันก็จะรู้เอง”

จัดแจงรีดผ้า เตรียมตัวสำหรับวันพรุ่งนี้ แช่ถั่วห้าอย่างเพื่อนึ่งไปวัดพรุ่งนี้ค่ะครู อาทิตย์นี้รู้สึกเบากับตนเอง เหมือนได้อยู่จัดการชีวิตตนเอง ใคร่ครวญเส้นทางการเดินทาง แต่ยังไม่ลงใจนัก อย่างน้อย ๆ ต้องถึงวัดที่ยโสธรเดือนละครั้ง น้อมนึกถึงคำครูว่า

 “หาเวลาลาพักผ่อนมาทั้งอาทิตย์”

เหมือนมาเข้าค่ายฝึกยาว มองหาช่องว่างของเวลา ช่วงนี้ดูแลน้องฝึกงาน อาจจะยังไม่ใช่อาทิตย์นี้ค่ะ แต่ต้องหาช่องว่างให้ได้ การไม่ได้ไปงานแต่งเพื่อนที่เป็น HiPPS ทำให้ใจเบาขึ้น ทบทวนกับตนเองถึงเส้นทางการลาออกจาก HiPPS รับรู้กับตนเองว่า

 “ข้างในยังรั้ง แต่ก็รั้งน้อยลงแล้วค่ะ”

 น่าจะใกล้ถึงเวลาที่จะก้าวออกเสียที ติ๋วรักครูค่ะ ช่วงนี้จิตประหวัดระลึกถึงครูและสุขภาพของครู จากการอ่านบันทึกและพิจารณากับตนเอง ครูคงเหนื่อย การแบ่งเบาที่ดีของศิษย์คือ “ตั้งใจฝึก” เมื่อมีโอกาสก็รับใช้เต็มกำลัง ตอกย้ำกับตนเองค่ะ

ศีลข้อ ๑ การอยู่คนเดียวในบ้าน วางแผนทำงานเอง ความขุ่นมัวไม่ค่อยปรากฏค่ะครู ไม่ฆ่าใครอยู่แล้ว ภาวนาคนเดียวในบ้าน ใจสบาย อาจจะด้วยอานิสงฆของการฟัง “พุทธประวัติที่ครูให้ คือ เมฆสีขาวบนทางก้าวเก่าแก่”

ฟังแล้วเบิกบานใจเย็นขึ้นค่ะครู

ศีลข้อ ๒ ใจจดจ่อกับการทำขิงแช่อิ่มอบแห้ง และรักษาความสะอาดในบ้าน ความโลภปรากฏมาแต่ไม่มากค่ะ เงินเดือนออกก็มีแค่พอใช้ เพราะพึ่งเปิดปีงบประมาณ เงินไม่ทำเวชยังไม่ตกเบิกเป็นหมื่น ช่วงนี้เลยต้อง อดทนอย่างประหยัด

ศีลข้อ ๓ ราคะยังมาทีเดียวค่ะครู การอยู่คนเดียวหาได้ปลอดภัยจากกิเลสตัวนี้ไม่ มันค่อยแวะเวียนมาให้เห็นอยู่ร่ำไป เห็นว่าตนเองมีราคะจริตมากมายค่ะ

ศีลข้อ ๔ การได้อยู่คนเดียวทำให้ศีลข้อนี้ปลอดภัย การภาวนาอยู่ในบ้านวันหยุดดูจะเป็นที่ปลอดโปร่งกับตนเองค่ะ

ศีลข้อ ๕ ไม่ดื่มเหล้า สติยังไม่ต่อเนื่องนักค่ะ พยายามพุทโธ ท่องไว้ แต่ก็หายไปบ่อยค่ะ แต่ก็จะอดทนทำไป เพื่อทำความเข้าใจลมหายใจของตนเองอย่างที่ครูเมตตาสอนสั่งค่ะ

ปล.ยิ่งฟังพุทธประวัติ ยิ่งรู้สึกถึงสิ่งที่ครูสอนมา ว่าช่างเป็นเนื้อเดียวกันค่ะ”


net ที่บ้านใช้งานไม่ได้ค่ะ notrbook ตนเองเข้า net ผ่านที่ทำงานไม่ได้ แต่ก็ได้เรียนรู้กับตนเองว่า อุปสรรคมีไว้เรียนรู้ให้พัฒนาไม่ใช่คร่ำครวญ เมื่อมีเวลาก็จะต้องดำเนินการแก้ไขต่อไป