หลักศาสนาเพื่อการพัฒนาสังคม

หลักศาสนากับเศรษฐกิจ

 

ในความหมายของศัพท์ว่า  ศาสนา  ถ้ามีต้นรากมาจากภาษาสันสกฤตคือ ศาสนะ สื่อถึง  คำสอน  คำสั่ง  ถ้ามีต้นรากมาจากภาษาบาลีคือ  สาสนะ สื่อถึงคำสั่งสอนของท่านผู้รู้แจ้งเห็นจริงในสัจธรรมที่ควรรู้ควรเห็นแล้วนำมาชี้แนะอบรมสั่งสอนเพื่อนำไปประพฤติปฏิบัติในการดำเนินชีวิต  เมื่อใช้ศัพท์อาจจะเทียบเคียงได้ในภาษาอังกฤษคือ  Religion   มีต้นรากมาจากภาษาละตินว่า  Religare  สื่อถึง  Together  การรวมตัวกันเป็นหนึ่งเดียวระหว่างคนกับพระเจ้า

 

        ในพจนานุกรมฉบับบัณฑิตยสถาน  พ.ศ. 2525 นิยามคำว่า  ศาสนา  หมายถึงลัทธิความเชื่อของมนุษย์  อันมีหลักคือแสดงกำเนิดและความสิ้นสุดของโลกเป็นต้น  อันเป็นไปในฝ่ายปรมัตถ์ประการหนึ่ง  แสดงหลักธรรมเกี่ยวกับบุญบาป  อันเป็นไปในฝ่ายศีลธรรมประการหนึ่ง  พร้อมทั้งลัทธิพิธีที่กระทำตามความเห็นหรือตามคำสั่งสอนในความเชื่อถือนั้น ๆ

 

        ในความหมายของศัทพ์  เศรษฐกิจ  ( Economy ) สื่อถึง การกระทำสิ่งใดแล้วก่อเกิดการผลิต  การจำหน่ายและการบริโภค

 

        การผลิตคือการทำให้เกิดผลแล้วตีราคาออกมาเป็นเงินได้

        การจำหน่ายคือการนำผลผลิตไปสู่ตลาดแลกซื้อขายกันได้

       การบริโภคคือการใช้สอยรวมถึงการได้มารับประทานด้วย

 

หลักพุทธกับเศรษฐกิจ

 

คำว่า เศรษฐกิจ ตามนัยท่านพุทธทาสสื่อถึง การทำสิ่งที่ไร้ประโยชน์ก่อให้เกิดประโยชน์  ทำสิ่งที่มีประโยชน์น้อยก่อให้เกิดประโยชน์มาก

 

        ด้วยเศรษฐกิจเป็นระบบการให้คำมั่นสัญญาและการทำตามสัญญานั้น  ในทางพุทธเรียกว่าตัวธรรม  ที่แยกออกเป็น 2 ประเด็นคือ  จริยธรรม  หมายถึงข้อปฏิบัติที่ควรทำในวิถีชีวิตอยู่ท่ามกลางสังคมและสัจธรรม  หมายถึง ความจริงที่เป็นไปตามกฎเกณฑ์ทางธรรมชาติ  เมื่อกล่าวถึงจริยธรรมนั้นรวมไปถึงคุณค่าทางจิตใจที่มีคุณธรรม

 

        เมื่อเป็นศาสตร์ที่เกี่ยวข้องทางจิตใจ  จึงไม่อาจเป็นศาสตร์ที่ไร้คุณค่าได้และหลักพุทธธรรมที่กล่าวถึงการออมทรัพย์เรียกว่า  ทิฏฐธัมมิกัตถประโยชน์ มีดังนี้

 

 1 . การถึงพร้อมด้วยความหมั่น

2. การถึงพร้อมด้วยการรักษา

3 . การคบคนดีเป็นเพื่อน

4 . การเป็นอยู่แต่พอดี

 

ในการจัดสรรทรัพย์เรียกว่า  โภคอาทิยะ 5 มีดังนี้

1 . การเลี้ยงครอบครัวหรือคนที่อยู่ปกครองทั้งหลายให้เป็นสุข

2 . การบำรุงเพื่อนหรือผู้ร่วมงานให้เป็นสุข

3 . การสงเคราะห์บำรุง 5 อย่างมี ต้อนรับแขก  สงเคราะห์ญาติ  เสียภาษีอากรรัฐ  บริจาคทางศาสนาตามศรัทธา  และการทำบุญอุทิศให้ผู้วายชนม์

4 . การป้องกันอันตรายต่าง ๆ

 5 . การบำรุงสมณพราหมณ์ตามโอกาสอันควร

 

        ในเรื่องการมีระบบจัดการทรัพย์นั้นในทางพุทธสอนให้เราแสวงหาทรัพย์ให้ได้มาด้วยความชอบธรรม  มีระบบการเก็บออมที่ดีปลอดภัย  แยกระบบการใช้จ่ายชัดเจนว่าส่วนไหนจะใช้จ่ายอะไร  รวมถึงการระวังตนในการใช้จ่ายทรัพย์ไม่หลงเพลินในอบายมุขเป็นต้น