ดอกไม้แห่งชีวิต ธรรมชาติคือ(ธรรม) ด่านชีวิตกับด่านความทุกข์(ดับทุกข์ในใจ)

 

          เพื่อนสนิทที่สุดที่ไม่เคยห่างหายจากกันไปไกลสำหรับข้าพเจ้ากับชีวิตที่ผ่านมาจนถึงวันนี้นั่นก็คือ ไดอารี่ (พระจันทร์และดวงดาวบนท้องฟ้า) ซึ่งเปรียบเป็นกระจกสะท้อนให้กับใจของตัวข้าพเจ้าเอง.

  แม้ชีวิตคนเราเลือกเกิดไม่ได้แต่ความดีก็ไม่ได้เลือกให้เฉพาะคนที่เกิดบนที่สูงทำได้ฝ่ายเดียว แต่เปิดกว้างเสมอสำหรับทุกชนชั้นวรรณะ. แต่คงเพราะคำที่ว่าเปิดกว้างนี่กระมังถึงทำให้ต้อง(ทำ)ตามหา(ธรรม-ใจตัวเอง)ทั้งชีวิต ก็อาจเป็นได้.

  สำหรับวันนี้มีเพื่อนใหม่ที่กว้างใหญ่พอๆกับท้องฟ้า(หัวใจ)นั่นคือgotoknow   กับเหล่าชนที่หลากหลายแต่หัวใจที่ตรงกัน นั่นคือการแบ่งปันทั้งความสุข-สบายใจและความทุกข์-ให้กำลังใจชี้แนะแนวทางให้แก่กันและกันถึงแม้จะไม่ได้(เคย)พบตัวจริงกันเลย แต่สิ่งที่จริงที่สุดก็คือหัวใจที่รับได้ด้วยหัวใจที่เปิดทุกมุมมอง (นานาจิตตัง) ขอบคุณหัวใจแห่งนี้GOTOKKNOW

   หลังจากได้อ่านบันทึกรวมถึงมุมมองกำลังใจของเหล่าปัญญาชนทั้งหลายที่สื่อสารให้แก่กันก็ยิ่งทำให้ข้าพเจ้าต้องมาคิดทบทวนตัวเองบ่อยครั้งในการที่จะก้าวเดินไปในโลกกว้างแห่งนี้ให้นึกถึงสิ่งที่ไกลตัวออกไปให้กว้างๆ(ผู้อื่น) การให้ที่มากหรือน้อยแค่ไหน เกิดคุณหรือโทษกับผู้อื่นหรือไม่.

   ในฐานะที่เป็นเด็ก(ที่คิดเกินวัยหรืออาจคิดไม่เหมือนใครๆ) ต้องอยู่ท่ามกลางผู้ใหญ่ที่อายุห่างไกลกันมาก เลยถูกเคี่ยวเข็ญจากความปราถนาดี แค่คำว่าดีนั้นสั้นๆ แต่ด่านชีวิตที่ต้องทำและคงต้องต่อทั้งชีวิต (หลายครั้งกับความปราถนาดีจากผู้ใหญ่โดยเฉพาะสามีกับการเตือนการห้ามเกี่ยวกับการพูดการแสดงออก ณ ที่แห่งนี้ ที่ล้วนแต่ปัญญาชน ซึ่งข้าพเจ้ารู้สึกขอบคุณ.คงเพราะรู้จักนิสัยส่วนตัวของข้าพเจ้าดีที่พูดจาตรงไปตรงมา อ้อมค้อมไม่เป็น(แต่ก็ไม่เคยคิดร้ายกับใครๆ)

  แต่ข้าพเจ้าทราบดีและก็เตือนตัวเองอยู่เสมอว่าผู้อ่านผู้ฟังไม่ใช่คนโง่(ไม่มีใครโง่)เพียงแต่ขอโอกาส(เด็ก)บ้างที่จะแสดงออก ทำสิ่งต่างๆด้วยหัวใจของตัวเองหากไม่ได้ลงมือทำก็คงไม่รู้ว่าสิ่งที่ทำไปแล้วนั้น"ถูกต้องหรือถูกใจ" ควรจะแก้ไข ไปต่อหรือว่าหยุดมันไว้แค่ทำ(เพราะคิด-พูดกับใจตัวเองอยู่เสมอว่า  แล้วจะมีประโยชน์อะไรกับสิ่งมากมายที่ทำหากวันนึงที่ทุกคนได้จากฉันไปโดยไม่ได้บอกกล่าว ได้ชี้ ได้เห็นในสิ่งที่ข้าพเจ้าทำด้วยตัวและใจของตัวเองเล่า)   

 ชีวิตที่ผ่านมากับเรื่องเลวร้ายแสนสาหัส บางครั้งเคยคิดว่าทำไมฟ้าช่างใจร้ายจัง.แต่วันนี้เมื่อสิ่งต่างๆผ่านพ้นไป หัวใจถูกขับเคี่ยวจากกาลเวลา ทำให้ข้าพเจ้าเข้าใจแล้วว่าชีวิตคนเราไม่สามารถเลือก(อยาก)ได้ในสิ่งที่จะได้รับผลในด้านดีและไม่ดี สุขหรือทุกข์(เพียงด้านเดียว) ทำดีอาจต้องเจอไม่ดี(มาก่อน)นั่นคือมารหรือสิ่งที่ข้าพเจ้าเรียกมันว่าด่านชีวิต ที่เราต้องแปลงด้วยพลังจากใจของตัวเราเองไม่มีใครทำแทนเราได้(อาจช่วยเราได้ ให้กำลังใจ-ชี้แนะแนวทาง) แต่สิ่งสำคัญยิ่งกับชีวิตคนเราที่จะก้าวเดินไปสู่จุดหมายปลายทางเดียวกัน "ชราธัมโมหิ"นั่นคือนั่นคือการก้าวข้ามผ่านด่าน "บันไดแปดขั้น"ทางเลือกของชีวิตที่จะอยู่ตรงจุดไหนระหว่าง ถูกต้อง(ถูกศีลธรรม ถูกกฏหมาย ตามหลักธรรมนองคลองธรรมด้านดี) กับถูกใจ(ไม่สนศีลธรรมการปฏิบัติ(ทำ) ไม่สนกฏหมาย พูดดี คิดดี แต่ทำ(คนละเรื่อง)

    จะเป็นผู้เดินทวนน้ำหรือเดินตามน้ำ ไม่ว่าจะอยู่ฝั่งไหนของแม่น้ำก็ต้องเจอมรสุมเหมืนกัน(ด่านชีวิต:ทำดีก็ต้องเจอความไม่ดี สิ่งไม่ดี รวมทั้งคนที่  คิด-ทำไม่ตรงกับเรา(อาจคิด-เรียกว่าไม่ดี) เป็นอุปสรรคให้ฝ่าฟันข้ามผ่าน และตรงกันข้ามด่านชีวิต:ด้านถูกใจ (ไม่สนอะไร ใครทั้งนั้น"หลงดี")ก็ย่อมพบเจอต้องพบเจอความถูกต้อง(ความจริง) ความดี คนดีเป็นอุปสรรคเช่นกันไม่ว่าช้าหรือเร็วก็ตาม. แล้วเราจะเลือกเดินด้านไหน ฝั่งไหนของแม่น้ำกันหละ. กับการก้าวเดินหากเรารู้ดีแก่ใจกับเส้นทางเดินที่เราเลือก เราต้องเต็มใจยอมรับและรับมันให้ได้กับผลที่เกิดขึ้น(จะเกิดขึ้น)ทั้งด้านดีและร้าย ความสุขหรือความทุกข์ เพราะทุกสิ่งอย่าง อยู่ที่เราเลือก(ทำ-เหตุ)จึงได้รับสิ่งที่ติดตามมา(ผล)

     เมษายน 2539 ด่านสุก(สุข)ในชีวิตของข้าพเจ้า(อายุ 19ขวบจบ ปวช.ก่อนเข้าสู่ด่านมหาลัยชีวิต ยาวจนถึงบัดนี้)   กับการได้มีโอกาสเข้าไปสัมผัส        "วัดป่า"(บวชชี ศีล๘ ที่วัดป่าศิลาอาสน์ จังหวัดสกลนคร แต่เป้นการตามหาความสงบใจให้กับตัวเองมากกว่า "จะดับความวุ่นวายในใจตัวเองได้เช่นใดหนอ" )ซึ่งเป็นครั้งแรกกับจุดพลิกชีวิตของตัวเองในสายทางบันได๘ขั้นก็ว่าได้

           :บันได๘แปดขั้นที่เรียกขานนั่นคือ อริยมรรค๘ประการ:                     

             1.สัมมาฏฐิ                                  5.สัมมาอาชีวะ

             2.สัมมาสังกัปปะ                          6.สัมมาวายามะ

             3.สัมมาวาจา                               7.สัมมาสติ

             4.สัมมากัมมันตะ                          8.สัมมาสมาธิ

 

      วันนี้ในเบื้องต้นกับเรื่องราวกับด่านสุกในชีวิตข้าพเจ้าขอนำบท คติธรรม(กลอน) ธรรมะจากต้นไม้(วัดหนองป่าพง หลวงปู่ชา )และจากหนังสือธรรมะที่ข้าพเจ้าเองบันทึก(คัด)ไว้ในไดอารี่ชีวิตกับช่วงเวลาดังกล่าว คล้ายๆกับว่าชีวิตต้องใช้คติธรรมเหล่านี้ในการฝ่ามรสุมชีวิตของตัวข้าพเจ้าเอง กับสิ่งเหล่านี้ที่จดจำมากับหัวใจและไดอารี เมื่อวันนึงได้ย้อนมาอ่านและทบทวนเหตุการณ์ต่างๆในชีวิตของตัวเอง (ส่วนเรื่องราวเนื้อๆด่านชีวิตจะนำเรียนท่านผู้อ่านในโอกาสต่อไปค่ะ หวังเพียงแค่ว่ามุมสะท้อนชีวิตเล็กมุมหนึ่งจะสามารถต่อเติมพลังใจให้กับใครอีกหลายๆคนที่เลือกเดินในสายทางเดียวกัน จากใจส่งถึงใจ...

                    

                ....ถ้าสนใจในสิ่งใด          จะเข้าใจในสิ่งนั้น

                    ถ้าเข้าใจในทุกสิ่งอัน     ย่อมเข้าใจในทุกคน.... 

                                 ---------------------------

                นี่ตัวกู        นั่นของกู      ดูออกวุ่น

                ชุลมุน        แย่งชิง        ในสิ่งของ

                 แย่งสมบัติ  แย่งอำนาจ  หวังได้ครอง

                 แต่ก็ต้อง    ไร้ราคา        เวลาตาย

                

                 อันคนโลภ   มักมาก  อยากไม่จบ

                 ความสงบ   สวัสดี     จะมีไหน

                 แม้ต่างก็    มัวเมา    เอาแต่ใจ

                 โลกนี้ไซร้  คงครุ่น    ด้วยวุ่นวาย

                 

                         เรามาละ   ความโลภ  โกรธหลง

                            อย่าได้ชอบ  สิ่งใด  ใจยับยั้ง 

                              อย่าได้ชัง    สิ่งใด   ใจจะวุ่น

                                จงวางเฉย   มิชอบชัง  ยังเกิดคุณ

                                   จงสร้างบุญ  ปล่อยวาง  ใจว่างเย็น

                

                                         อย่าเสียใจหากชีวิตต้องผิดหวัง

                                  เอากำลังสู้เถิดจะเกิดผล

                          ไม่ต้องนั่งช้ำทรวงดวงกมล

               สักวันฟ้าจะดลหายหม่นทรวง

       

        ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จย่อมรออยู่ที่นั่น

                เราทำตามความอยากของเราไม่มีวันจบ 

                     คนไม่ถูกนินทาไม่มีในโลก.......