บันทึกเกี่ยวกับการจัดการประชากรในประเทศไทยโดย รศ.ดร.พันธุ์ทิพย์ กาญจนะจิตรา สายสุนทร เมื่อวันที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๕๔

คำถามของคุณแทมมี่

คุณแทมมี่ได้อีเมลล์มาหารืออาจารย์แหววเมื่อวันที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๕๔ เวลา ๑๔.๓๒ น. โดยใช้ระบบอีเมลล์อัตโนมัติ  [email protected]  โดยมีใจความว่า

From: [email protected] [mailto:[email protected]]

Sent: Wednesday, November 16, 2011 14:32

To: [email protected]

Subject: [learners.in.th] You've received a contact mail (16 Nov 2011 14:31).

หัวข้อ: การขอแปลงสัญชาติเป็นไทยกราบสวัสดี อ. แหวว

ดิฉันเป็นศิษย์เก่า มธ. และได้ลงเรียนวิชากฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีบุคคลกับ อ. ในชั้นปีสุดท้ายของการศีกษา ดิฉันจบการศึกษาในปี ค.ศ. 1997 (ขอประทานโทษนะคะ แต่จำไม่ได้ว่าเป็นปี พศ. อะไร) หลังจากทำงานได้ประมาณ 3 ปีก็เดินทางมาศีกษาต่อที่สหรัฐอเมริกาแลสอบเนติ์ฯของที่สหรัฐผ่าน จึงได้ทำงานและเปิดสำนักงาน กม.ของตัวเองที่นี่ โดยให้บริการเน้ลูกค้าคนไทยทางด้าน กม. ธุรกิจและ กม.คนต่างด้าว และมุ่งเน้นอย่างมากทางกม. คนต่างด้าวมากกว่าด้านอื่นเพราะเป็นที่ต้องการมากกว่า

ลูกความ (หญิง)คนหนึ่งของดิฉันแต่งงานกับ US Citizen (by birth) เป็นเวลาร่วม 20 ปี มีลูก 2 คน หญิง 1 (23) ชาย 1 (17) ขณะนี้สามีทำธุรกิจ เดินทางไปกลับเมืองไทยบ่อยมาก พูด อ่านเขียนไทยได้คล่อง ต้องการทราบว่าจะสามารถขอสัญชาติไทยให้ตัวเองได้หรือไม่ ลูกความกำลังอยู่ในขั้นดำเนินการขอรับสัญชาติ อเมริกันเช่นกัน

ถึงผ่านมานานแล้วแต่เท่าที่ ดิฉันพอจำได้นั้น การได้มาซึ่งสัญชาติไทยเป็นไปได้จาก 4 แหล่งทางคือ 1. การได้สัญชาติไทยโดยการเกิด 2.การได้สัญชาติไทยภายหลังการเกิด  3. การเปลี่ยนแปลงอำนาจอธิปไตยเหนือดินแดน 4. การได้สัญชาติโดยคำสั่งของฝ่ายบริหาร ตามกรณีของสามีในกรณีนี้หากจะเป็นไปตามข้อ 2 คือได้สัญชาติไทยภายหลังการเกิดผ่านจากการสมรส แต่เท่าที่จำได้กรณีนี้มีไว้ให้กับหญิงต่างด้าวสมรสกับชายไทยเท่านั่น (ไม่ใช่ชายต่างด้าวมาสมรสกับหญิงไทย) จึงไม่สามารถปรับได้กับกรณีนี้ ส่วนหากจะปรับตามกรณีให้ได้สัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติโดยวิธีพิเศษ ก็ไม่แน่ใจว่าจะสามารถทำได้ไหมเพราะคนนั้นจะต้องเป็นบุคคลที่ได้ทำคุณงามความดีให้กับประเทศไทย หรือเป็นบุตรหรือภริยาของผู้ที่ได้ขอแปลงสัญชาติไทยหรือเคยเป็นคนไทยมาก่อนและต่อมาได้เสียสัญชาติไป

ไม่ว่าด้วยเหตุใดก็ตาม ในกรณีของสามีลูกความนี้เป็นเพียงนักธุรกิจที่ร่วมลงทุนกับหุ้นส่วนแล้วเข้ามาทำกิจการในประเทศไทย (ก่อสร้างคมนาคม โครงการใหญ่เท่านั้นมูลค่าหลายสิบหรือร้อยล้าน) จึงไม่แน่ใจว่าจะปรับเข้ากับกรณีนี้ได้

อย่างไรก้อตามนั่นคือ กม.เก่า เมื่อ 10 กว่าปีที่แล้วเท่าที่ดิฉันจำได้และจากหนังสือ พรบ. สัญชาติ ที่เอาติดตัวมาจากเมืองไทยด้วย ดิฉันจึงไม่แน่ใจว่า กม. มีการเปลี่ยนแปลงไป

มากน้อยแค่ไหน และไม่สามารถให้คำแนะนำแก่ลูกความได้  จึงขอคำแนะนำจากอ. โปรดกรุณาให้คำแนะนำและ กม. อ้างอิงด้วยค่ะ

ด้วยความเคารพอย่างสูง

แทมมี่"

คำตอบของอาจารย์แหวว

ในประการแรก ขอทบทวนกับคุณแทมมี่ว่า กฎหมายสัญชาติไทยก็เหมือนกฎหมายสัญชาติของนานาอารยประเทศที่ยอมรับให้สิทธิในสัญชาติทั้งในขณะที่เกิดและภายหลังการเกิด ซึ่งสัญชาติประการหลังนี้ประกอบไปด้วย (๑) สัญชาติไทยโดยผลของกฎหมายในสถานการณ์พิเศษ และ (๒) สัญชาติไทยโดยคำสั่งของฝ่ายบริหาร ซึ่งในสาระสำคัญ ก็คือ (๒.๑.) สัญชาติไทยโดยการสมรสซึ่งกฎหมายไทยรับรองให้แก่หญิงต่างด้าวที่เป็นภริยาที่ชอบด้วยกฎหมายของชายสัญชาติไทยเท่านั้นที่จะร้องขอได้ และ (๒.๒.) สัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติซึ่งกฎหมายไทยในปัจจุบันยอมรับให้คนต่างด้าวทั่วไปหรือคนต่างด้าวที่มีความสัมพันธ์เป็นพิเศษกับประเทศไทยร้องขอสิทธิในสัญชาติไทยดังกล่าว

ในประการที่สอง กฎหมายสัญชาติไทยที่มีผลในปัจจุบัน ก็คือ พ.ร.บ.สัญชาติ พ.ศ.๒๕๐๘ ฉบับแก้ไขเพิ่มเติมล่าสุด พ.ศ.๒๕๕๑ ซึ่งมีผลต่อการได้ เสีย และกลับคืนสัญชาติไทยตั้งแต่วันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๕๑ จนถึงปัจจุบัน กล่าวคือ พระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. ๒๕๐๘ซึ่งถูกแก้ไขและเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.สัญชาติ (ฉบับที่ ๒ และ ๓) พ.ศ.๒๕๓๕ และ พ.ร.บ.สัญชาติ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ.๒๕๕๑ (โปรดคลิก URL ดังต่อไปนี้ http://www.learners.in.th/media/files/351575 เพื่อดูบทบัญญัติ)

ในประการที่สาม ตามกฎหมายสัญชาติไทยที่มีผลในปัจจุบัน แม้สามีต่างด้าวที่ชอบด้วยกฎหมายของหญิงไทยไม่อาจร้องขอสิทธิในสัญชาติไทยโดยการสมรส แต่สามีดังกล่าวอาจใช้ความเป็นสามีที่ชอบด้วยกฎหมายของหญิงไทยในการร้องขอแปลงสัญชาติเป็นไทยภายใต้เงื่อนไขพิเศษดังเช่นคนต่างด้าวที่มีความสัมพันธ์พิเศษกับประเทศไทย  ทั้งนี้ เป็นไปตามมาตรา ๑๑ (๔) แห่ง พ.ร.บ.สัญชาติ พ.ศ.๒๕๐๘ ซึ่งถูกแก้ไขและเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.สัญชาติ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ.๒๕๕๑ ซึ่งบัญญัติว่า “บทบัญญัติในมาตรา ๑๐ (๔)และ(๕) มิให้นำมาใช้บังคับ ถ้าผู้ขอแปลงสัญชาติเป็นไทย (๑) ได้กระทำ ความดีความชอบเป็นพิเศษต่อประเทศไทย หรือได้ทำคุณประโยชน์ให้แก่ทางราชการซึ่งรัฐมนตรีเห็นสมควร (๒) เป็นบุตร ภริยา หรือสามีของผู้ซึ่งได้แปลงสัญชาติเป็นไทย หรือของผู้ได้กลับคืนสัญชาติไทย (๓) เป็นผู้ได้เคยมีสัญชาติไทยมาก่อน (๔) เป็นสามีของผู้มีสัญชาติไทย” ซึ่งคำว่า “สามี” นี้ย่อมหมายถึง “สามีที่ชอบด้วยกฎหมาย” ซึ่งอาจจะเป็นผลมาจากการจดทะเบียนสมรสตามกฎหมายไทยหรือตามกฎหมายต่างประเทศที่มีผลโดยกลไกของกฎหมายขัดกัน ก็ได้

ในประการที่สี่ ภายใต้มาตรา ๑๑ ข้างต้น จะเห็นว่า เงื่อนไขในการร้องขอสิทธิในสัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติของสามีที่ชอบด้วยกฎหมายของหญิงไทยไม่จำเป็นจะต้องมีเงื่อนไข ๕ ประการในลักษณะเดียวกับคนต่างด้าวทั่วไปอีกต่อไป   ซึ่งคนต่างด้าวทั่วไปจะต้องมีเงื่อนไข ๕ ประการทั้งนี้ เป็นไปตามมาตรา ๑๐ แห่ง พ.ร.บ.สัญชาติ พ.ศ.๒๕๐๘ ซึ่งบัญญัติว่า “คนต่างด้าวซึ่งมีคุณสมบัติครบถ้วนดังต่อไปนี้ อาจขอแปลงสัญชาติเป็นไทยได้ (๑) บรรลุนิติภาวะแล้วตามกฎหมายไทยและกฎหมายที่บุคคลนั้นมีสัญชาติ (๒) มีความประพฤติดี (๓) มีอาชีพเป็นหลักฐาน (๔) มีภูมิลำเนาในราชอาณาจักรไทยต่อเนื่องมาจนถึงวันที่ยื่นคำขอแปลงสัญชาติเป็นไทยเป็นเวลาไม่น้อยกว่าห้าปี (๕) มีความรู้ภาษาไทยตามที่กำหนดในกฎกระทรวง” แต่เมื่อการปฏิรูปกฎหมายสัญชาติใน พ.ศ.๒๕๕๑ ยอมรับให้สามีต่างด้าวที่ชอบด้วยกฎหมายของหญิงสัญชาติไทยมีสถานะเป็น “คนต่างด้าวที่มีความสัมพันธ์พิเศษกับประเทศไทย” ภายใต้มาตรา ๑๑ (๔) ผลก็คือ สิทธิในการร้องขอสิทธิในสัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติของบุคคลดังกล่าวตั้งแต่วันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๕๑ จึงเกิดขึ้นภายใต้ข้อเท็จจริงครบองค์ประกอบ ๓ ประการ กล่าวคือ (๑) บรรลุนิติภาวะแล้วตามกฎหมายไทยและกฎหมายที่บุคคลนั้นมีสัญชาติ (๒) มีความประพฤติดี (๓) มีอาชีพเป็นหลักฐาน

ในประการที่ห้า กระบวนการร้องขอสิทธิในสัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติของสามีที่ชอบด้วยกฎหมายของหญิงไทยย่อมเป็นไปตามมาตรา ๑๒ วรรค ๑ แห่ง พ.ร.บ.สัญชาติ พ.ศ.๒๕๐๘ ซึ่งบัญญัติว่า “ผู้ใดประสงค์จะขอแปลงสัญชาติเป็นไทย ให้ยื่นคำขอต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามแบบและวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง” ซึ่งกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับคนต่างด้าวซึ่งมิใช่ชนกลุ่มน้อยในประเทศไทย ก็คือ กฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๑๐) ออกตามความในพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. ๒๕๐๘ ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ ๒๕ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๑๐ (โปรดคลิก URL ดังต่อไปนี้ http://www.learners.in.th/media/files/351578 เพื่อดูบทบัญญัติ)

ในประการที่หก อำนาจในการอนุญาตให้สิทธิในสัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติย่อมเป็นไปตามมาตรา ๑๒ วรรค ๓ แห่ง พ.ร.บ.สัญชาติ พ.ศ.๒๕๐๘ ซึ่งบัญญัติว่า “การอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้แปลงสัญชาติเป็นไทย ให้อยู่ในดุลพินิจของรัฐมนตรี เมื่อรัฐมนตรีเห็นสมควรอนุญาตให้นำความกราบบังคมทูลขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต เมื่อได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตแล้ว ให้ผู้ขอแปลงสัญชาติเป็นไทยปฏิญาณตนว่า จะมีความซื่อสัตย์สุจริตต่อประเทศไทย”

ในประการที่เจ็ดและประการสุดท้าย จุดเริ่มต้นของสิทธิในสัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติของสามีต่างด้าวที่ชอบด้วยกฎหมายของหญิงสัญชาติไทยย่อมเป็นไปตามมาตรา ๕ แห่ง พ.ร.บ.สัญชาติ พ.ศ.๒๕๐๘ ซึ่งบัญญัติว่า “การได้สัญชาติไทยตาม.... มาตรา ๑๒ .....ให้มีผลต่อเมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาและให้มีผลเฉพาะตัว”

ขอให้คำตอบเพียงแค่นี้นะคะแทมมี่ มีอะไรอีก หารือมาได้ค่ะ

--------------------