กราบสวัสดีค่ะครู
ไม่ได้เขียนบันทึกมาวันหนึ่งแล้ว ศีลข้อ ๔ ด่างพร้อยแบบชัด ๆ ยอมรับกับตนเองไม่ได้ว่า “เจอเรื่องหนักๆ” รับรู้ถึงทุกข์ของแม่มาตั้งแต่เช้าวันจันทร์ นั่งฟังท่านอย่างตั้งใจ ตามลมหายใจตนเองอย่างนิ่งเย็น พอฟังเสร็จก็รู้สึกถึง
“ทุกข์ของความเป็นแม่”
นึกย้อนกับตนเองว่า
“แม่สอนเรื่องนี้เองหนอ หากเติมห่วงโซ่ของการมีลูกก็จะต้องเรียนรู้ทุกข์แบบที่แม่ท่านเมตตาให้ได้ร่วมเรียนรู้”
ฟังแล้วเดี้ยงกับตัวเองเลยค่ะครู รู้เลยว่าที่ฝึกมาแค่พอพยุงตนเองได้แต่ยังไม่พอ แล้วก็ระลึกกับตนเองได้ ระหว่างทางว่า
“ถ้าใช้ชีวิตอย่างเดิมแล้วมันจะพ้นทุกข์ งั้นก็คงจะพ้นทุกข์ไปนานแล้ว” แต่นี่ยังทุกข์อยู่แสดงว่าต้องเพียรเพิ่มมาก ๆ
เมื่อวานวันจันทร์ ไปทำงานมีพี่ย้ายมาใหม่มีการส่งผ่านงานกันทุกคนในห้องจึงต้องไปเรียนรู้การตรวจวิเคราะห์สารระเหย เรียนไปก็นึกถึงชาวต้นกล้าไป อย่างน้อยๆการได้ทำหน้าที่นี้ก็เป็นการช่วยให้หลายคนลดละเลิกออกจากการเสพสารเสพติด ตอนอยู่กับงานก็ทำงานค่ะแต่พอกลับบ้านก็อยากหนีความทุกข์ค่ะครู เลยเกเรไม่ยอมเขียนบันทึก แล้วเพื่อนก็โทรมาขอฝากรถยนต์ก่อนไปกรุงเทพ แวะออกไปส่งเพื่อนแล้วก็กลับมาหมดสภาพ
ศีลข้อ๑เบียดเบียนตนเอง เบียดเบียนแม่ที่แบ่งเบาทุกข์ท่านไม่ได้
ศีลข้อ ๒ นึกย้อนกับตนเองว่า ศีลข้อนี้ติ๋วคงแย่มาก ถึงได้มีหนี้สิน แล้วใจติ๋วก็ให้ค่าเรื่องการจัดการเงินน้อยมากค่ะครู จึงสมเหตุสมผล
ศีลข้อ ๓ จริตราคะ เยอะมากค่ะ ใจไม่แกร่งพอที่จะทำความเข้าใจ
ศีลข้อ ๔ ไม่เขียนบันทึกตามเวลาศีลข้อ ๔ ก็ด่างพร้อย ขิงที่จะทำให้ครูก็ยังไม่ได้ลงมือ จากสูตรที่ได้มาต้องใช้เวลาทำเป็นอาทิตย์ ค่ะ
ศีลข้อ ๕ ขาดสติจนเบื่อตนเองค่ะครู เบื่อที่ไม่แก้ไขนิสัยแย่ๆที่ควรปรับปรุงสักทีค่ะครู ขาดสติ บ่อย
มาวันนี้วันอังคารที่ ๑๕ ข้างในยังใคร่ครวญกับตนเอง เรียนรู้งานสนุกเบิกบาน รับรู้กับตนเองว่า “พี่เจ๋ง” มีกระบวนการคิดงานแบบปัญหา พัฒนาวิธีบนพื้นฐานทรัพยากรที่มีอยู่แล้วใช้ได้จริง เชื่อถือได้ แถมประหยัดและคุ้มค่า เห็นพี่แล้วหันกลับมดูตนเอง ยังอีกไกลโขกว่าจะมีสำนึกดีๆแบบท่าน ครูค่ะเห็นแต่ความชั่วของตนเอง ก็ได้แต่อดทนกับคนชั่วๆที่อยู่ข้างในค่ะครู แต่ก็เป็นอีกวันที่ได้เบิกบาน
ออกจากงานก็จะพยายามตั้งสติกับตนเอง แต่ความคิดก็แวะมาบ่อย อาจจะส่งผลให้ ติ๋วคงต้องปรับตารางชีวิตให้เลิกเดินทางในช่วงวันหยุดไปเลย ถ้าไม่จำเป็นจริงๆคิดแบบนี้ขึ้นมาใจก็เหี่ยวเลยค่ะ ขนาดพอจะมีช่วงเวลาได้รีเซตตนเองยังเดี้ยง ถ้าหมดโอกาสชาร์ทแบตตนเอง จิตใจคงสบักสะบอม
เพราะศีลไม่ดีก็ทำให้ทุกข์แบบนี้แหละ เสียงและถ้อยคำที่ครูสอน ดังขึ้นมาเตือนตนเอง ไม่ได้บอกว่าถอย ยังเดินหน้าต่อค่ะ แต่อาจจะต้องกลับมาตระหนักรู้กับตนเอง ถึงสถานะทางการเงินและอื่น ๆ ที่ทอดทิ้งมานาน ได้แต่เตือนตนเองว่า
“มันทุกข์แบบนี้แหละ ถึงต้องเพียรให้ไม่ต้องเกิด”
กราบขอบพระคุณครูค่ะ
อ่านบันทึกของคุณติ๋ว ทุกครั้งเหมือนได้ดึงสติกลับมา
เป็นบันทึกของคนธรรมดา..เดินดิน
ที่มีความพากเพียรสุด ๆ ในการครองสติครับ
ผมมาให้กำลังใจครับ
ขอบพระคุณค่ะคุณnamsha ครูสอนว่า
"ให้ฝึกเอา ให้ฝึกการเขียนบันทึก โดยใช้ชีวิตนี้เป็นทาน เป็นวิทยาทาน"
แต่ติ๋วเองก็ยังทำได้ไม่ถึงพร้อม เจอทุกข์หนักๆก็เดี้ยงทุกที เจอเรื่องที่พอใจก็ยังดีดดิ้น ก็ยังวิ่งตามความพอใจและความไม่พอใจอยู่ค่ะ
ขอบพระคุณมาก ๆ สำหรับกำลังใจของนักเดินทางค่ะ
ขอบพระคุณค่ะท่านพี่ทิมดาบ ชอบคำนี้จังเลยค่ะ
"คนธรรมดา..เดินดิน"
เพราะวิถีชีวิตที่เคลื่อนไปอยู่ คือ ความธรรมดา ๆที่เรียนรู้ ตลอดเส้นทาง ไม่มีคำว่า ดีเลิศ ก็เพียง ทำไปตามกำลังสติปัญญาที่พอจะมี
((^_^))