ห้องเรียนกระบวนกรตอนที่ 392

ชุมชนนักปฏิบัติ (Community of Practice) คือกลุ่มผู้สนใจในเรื่องเดียวกัน (แล้วปฏิบัติด้วย) สำคัญมากมายในการพัฒนา Appreciative Inquiry ครับ..

...

"อาจารย์ครับ..นายไม่ให้ทำเพราะไม่รูุ้จัก AI ครับ.." 

"อืม คุณลองโทรไปคุยกับกิตติพัฒน์สิ...เคยเจอสถานการณ์เดียวกัน เลย อันนั้นไม่ให้ทำเพราะนายบอกว่าเรียน MBA มาเหมือนกัน ไม่เห็นมีวิชานี้เลย.." "ที่สุดก็กลับมาทำแผนกเล็กๆ ของตนเอง..พอสำเร็จ คราวนี้นายเลย OK เลยให้ทำใหญ่ขึ้น.." "คุณลองโทรไปคุยสิ.."

....

"อาจารย์คะ..หนูทำวารสารดนตรีแนว AI ชื่อ Humming Magazine อยากให้อาจารย์เขียนบทความลงด้วย เอา แนว AI ผสมดนตรีกับบริหารนะ.."

"ได้เลยกิฟฟ์"...

แล้ว AI ก็ไปอาละวาดอยู่ในวงการดนตรี" 

...

"อาจารย์คะ..หนูไม่รู้จะตั้งราคา อย่างไรค่ะ.."

"อาจารย์อยากแนะนำให้รู้จักรชานนท์นะ..ชาว AI ทำธุรกิจร้านกาแฟ เก่งมาก..เรื่องการตั้งราคา..เอ๊าเอาเบอร์ไปเลย..เดี๋ยวอาจารย์จะโทรไปก่อนแล้วคุณค่อยโทรตามไป"

...

"อาจารย์คะ จะเปลี่ยนใจนายให้ยอมรับงานของเราอย่างไร.."

"แต่ละคนมีจุดของของเขาเอง..อาจารย์มีลูกศิษย์คนหนึ่ง..พ่อไม่ค่อยยอมรับ..เลยถามว่าล่าสุดที่พอยอมรับเขา เขาทำอะไรไม่เหมือนเดิม..เอ๊อ "ผมคำนวณงบประมาณครับ..."

"ลองติดต่อกันไหม เขาชื่อคุณสุรภาส..

...

"อยากทำร้านกาแฟ ครับ"

"นี่ไปดูกรณีศึกษาของคุณอโนชาสิ อยู่ที่ www.aithailand.org ทำไว้ดีมากๆ..ส่วนอยากดูร้านของจริง..เป็นกาแฟสำหรับผู้หญิง..เป็นกรณีศึกษา AI ที่ดังมาก..ไปดูที่  Markoff เลย..พัฒนาจากแนวคิด "การตลาดสำหรับผู้หญิง"..ไปคุยกันเลย..ตอนนี้กำลังจะกลายเป็นแฟร๊นไชน์แล้ว" 

...

มาขอนแก่น..พักไหนดีครับ..เสียงชาว AI จากกรุงเทพ ท่ีบังเอิญแวะมาขอนแก่น และอยากมาคุยกับผม..

"มานี่เลย..โรงแรมของชาว AI ชื่อ Top Village Service Apartment เดี๋ยวผมให้เบอร์ไป คุณ Top " "คนนี้เก่งมากๆ อายุน้อย..ใช้ AI พัฒนาโรงแรม..ตอนนี้ได้ลูกค้ามากขึ้น..เป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจ..มาก..เอาตั้งแต่ที่นอน...ที่จอดรถกันเลย..ไปดูของจริงเลย..ไปคุยกับเจ้าตัวเลย ตัวจริง เสียงจริง" 

...

นี่ในรูปแบบเอกสาร..

"อาจารย์รู้ไหม..ผมเริ่มเก็จเอไอ ตอนได้ดูกรณีศึกษาเรื่องร้านอาหาร ครัวคุณย่านี่แหละ) ที่เว็บอาจารย์..."

คนนี้เรียนเอไอจากเอกสารของชมรมที่แขวนไว้บนเว็บไซต์ครับ..ตอนนี้จบปริญญาเอกแล้ว เป็นปริญญาเอกหนึ่งในเจ็ดคนของชุมชนครับ..เก่งมากๆ..

อีกคน..และส่วนใหญ่.."อาจารย์คะ จะเริ่มทำตรงไหน หาอ่านได้ที่ไหน..เวลามาคุยกับอาจารย์อยากมีพื้นฐานมาก่อน..ภาษาอังกฤษไม่สังทัด..หาในพี่กูเกิ้ลก็เจอแต่ตำราฝรั่ง อาจารย์มีภาษาไทยบ้างไหม.."

"มีสองเล่มครับ..เล่มหนึ่ง ไปอ่านเล่มนี้ก่อน ชื่อห้องเรียนกระบวนกร Appreciative Inquiry" "เล่มสองคือโค้ชเชิงบวก (Appreciative Coaching)  อ่านไม่ยาก เขียนภาษาง่ายๆ..อ่านมาแล้วมาคุยกันนะ..ใช้เวลาไม่นาน..เล่มละวันก็น่าจะจบ" 

....

ครับ..และอีกหลากหลาย ประสบการณ์ งานทาง Appreciative Inquiry เป็นสาขาหนึ่งของ Action Research ครับ..เป็นวิจัยที่ต้องลงมือทำจริง..ทำให้เกิดความรู้ภาคปฏิบัติ...เพราะแต่ละโครงการมีอุปสรรค โอกาสไม่เหมือนกัน..เมื่อคนเราปฏิบัติ..ก็จะเกิดความรู้ตั้งแต่ก่อนเริ่ม จนกระทั่งระหว่างปฎิบัติ จนหลังจบไปแล้วก็ยังมีการต่อยอดเกิดเป็นความรู้ใหม่ได้อีก...ในเรื่องเอกสาร....ผมก็ไม่เคยคาดคิดว่ากรณีศึกษาเล็กๆของเด็กป.โท จะกลับกลายเป็นตัวจุดชนวนให้เกิดความเข้าใจในเรื่อง AI เชิงปฏิบัติกับนักศึกษาป.เอกได้...

...

ส่วนคนในชุมชนเองเมื่อได้ทำงานร่วมกันก็จะรู้ว่าใครเป็นใคร..ที่สุด ไม่ใช่ผมคนเดียว..คนในชุมชนเกิดรู้จักกันเอง ผ่านการแนะนำโดยผม หรือคนอื่นในชุมชน..เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันเอง..ต่อยอดกันเองไปเรื่อยๆ...น่าทึ่งครับ..

...

ในมุมมองของผม ชุมชนนักปฏิบัติ เปรียบได้กับลมหายใจครับ..เรียกว่าเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้...สำหรับการพัฒนาความรู้สาขาใดสาขาหนึ่ง..ช่วยทุ่นแรง ช่วยต่อยอด ช่วยจุดประกาย..ทำให้เกิดมิตรภาพใหม่..(ถึงขั้นตั้งบริษัทด้วยกันก็มี) ความรู้ใหม่ๆ..ได้..ทุ่นทรัพยากรมากๆ..เอาเป็นว่า ความพยายามเบื้องต้นทั้งหมด..เช่นการพูดแนะนำให้ไปหาคนโน้นคนนี้..ผมว่าใช้พลังงานรวมกันไม่เกิน "ข้าวครึ่งจาน" ครับ..ลงทุนน้อย แต่ได้ผลมาก..คุ้มครับ..

..

แวะชมชุมชนนักปฏิบัติของชาว AI ได้ที่ 

...

คุณล่ะ คิดอย่างไร