ความสุขนั้นไม่ใช่การซื้อได้ด้วยเงินทอง แต่ความสุขที่แท้จริงสำหรับดิฉันแล้วคือการคิดและทำดี ไม่ทำกรรมชั่วให้ตัวเองและผู้อื่นเป็นทุกข์เราควร “เดินตามทางสายกลาง ไม่ตึงไม่หย่อนเกินไป รู้จักคำว่าพอดี”

 ศาสนาของดิฉันก็คือศาสนาพุทธ ตั้งแต่ดิฉันเกิดมาแล้วจำความได้ก็เห็นพ่อกับแม่พาไปวัดไปวาอยู่บ่อยครั้ง จนเข้ามาเรียนในสถานศึกษาครั้งแรกก็ได้เรียนเกี่ยวกับพุทธประวัติและได้เข้าร่วมโครงการวิถีพุทธของโรงเรียนในวันสุดสัปดาห์ของการมาโรงเรียน 
                    ดิฉันเคยสงสัยว่าทำไมเราต้องนับถือศาสนาต่างกับเพื่อนบางคนที่เขานับถือศาสนาคริสต์บ้าง ศาสนาอิสลามบ้าง แล้วพวกเขาเหล่านั้นก็บอกดิฉันว่าเขาไม่ได้ไปทำบุญที่วัด บ้างก็บอกทำที่โบสถ์ดิฉันก็สงสัยว่าทำไมต้องต่างศาสนา ทำไมทุกศาสนาถึงแตกต่างกัน พอดิฉันอายุเยอะขึ้น ก็พอจะรู้เรื่องรู้ราวขึ้นมาบ้างเพระการเรียนในห้องเรียน และการสอบถามจากปู่ ย่า ตา ยาย และการเข้าวัดฟังเทศน์ ฟังธรรมอยู่บ่อยครั้ง จึงรู้มาบ้างว่าศาสนแต่ละศาสนามีถิ่นกำเนิดที่ต่างกัน มีแนวคิดที่แตกต่างกันแต่ดิฉันรู้ดีว่าถึงจะมีอะไรหลายๆอย่างที่แตกต่างกัน แต่ทุกศาสนาก็สอนให้เราเป็นคนดี  สำหรับศาสนาของดิฉันนั่นคือพระพุทธศาสนาอย่างที่กล่าวไว้ก่อนหน้านี้ เป็นศาสนาที่มีพระพุทธเจ้าเป็นศาสดา ในคัมภีร์พระไตรปิฎกพระพุทธองค์ได้สอนสิ่งหลักๆเท่าทที่ข้าพเจ้าจดจำได้คือ สอนให้เราเป็นคนดี คิดดี ประพฤติดี และทำให้ดิฉันรู้ว่าทุกสรรพสัตว์ล้วนแล้วเกิดมาใช้กรรมจะกรรมน้อยหรือกรรมมากล้วนแล้วแต่ตนเองเป็นผู้ก่อขึ้นทั้งนั้น และไม่สามารถให้ผู้อื่นใช้กรรมแทนได้หรือใช้เงินล้างกรรมนั้นได้ เราทุกคนล้วนแล้วแต่มีกรรม เราทุกคนเกิดมาต้องเกิดแก่เจ็บตายเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่สำหรับดิฉันหรือใครๆก็ตามอยากจะให้เกิดสิ่งเหล่านี้ขึ้น ไม่ว่ากับญาติหรือกับคนอื่นก็ก็เหมือนกัน ศาสนานั้นเป็นสิ่งที่คนทั่วไปใช้ยึดเหนี่ยวจิตใจแต่สมัยนี้มมันอาจจะไม่ใช่แล้วไม่รู้ว่าสิ่งใหนทำให้ศาสนาเสื่อมลงได้ขนาดนี้จากหน้ามือเป็นหลังมือจากแต่ก่อนที่เขาถือปฏิบัติจริงๆทุกอย่างแต่สมัยนี้กลายเป็นใช้ยึดเป็นอาชีพหากินก็มี(เยอะมากด้วยค่ะ)ลงข่าวกันไม่เว้นแต่ละวันอาทิเช่น เจ้าอาวาสล่วงละเมิดทางเพศเด็ก ปลอมเป็นพระเพื่อมารับทรัพย์จกชาวบ้าน ตัวอย่างนี้เห็นบ่อยมากค่ะ ดิฉันก็งงทำไมถึงได้ใช้วีธีที่สกปรกมากขนาดนี้ จะใช้ความศรัทธาของชาวบ้านเพื่อเลี้ยงตัวเองมันไม่ค่อยจะน่าเกลียดเลยนะคะ ดิฉันสงสัยจังบุคคลเหล่านั้นไม่กลัวบาปเลยรึไง ชาวบ้านเขาเสกเงินมาได้เหรอถึงได้คิดจะทำแบบนี้ ทุกคนล้วนแล้วแต่ต้องหาเงินด้วยตัวเองทั้งนั้น จะยากลำบากถ้าไม่มียังไงก็ต้องหาแต่ต้องเลือกงานที่ถูกกฎหมาย ไม่เบียดเบียนคนอื่น ดิฉันก็ไม่ใช่คนร่ำรวยอะไรยังแบือขอเงินพ่อแม่ใช้อยู่แต่ถึงจะไม่รวยแต่ดิฉันก็คิดว่ดิฉันมีความสุขกว่าเพื่อนบางคนที่รวยกว่าด้วยซ้ำ ดิฉันมีครอบครัวที่อบอุ่น ไม่เคยทะเลาะกันมากมาย มีพ่อแม่ที่คอยดูแลเอาใจใส่อย่างดี ไม่เหมือนเพื่อนของดิฉันถึงจะรวยกว่าแต่แค่กินข้าวมื้อเดียวเวลาพ่อกับแม่ยังไม่มีให้ ดิฉันคิดว่าสิ่งนี้คงไม่เรียกว่าความสุขแล้วล่ะมั้งคะ
                   ความสุขนั้นไม่ใช่การซื้อได้ด้วยเงินทอง แต่ความสุขที่แท้จริงสำหรับดิฉันแล้วคือการคิดและทำดี ไม่ทำกรรมชั่วให้ตัวเองและผู้อื่นเป็นทุกข์เราควร “เดินตามทางสายกลาง ไม่ตึงไม่หย่อนเกินไป รู้จักคำว่าพอดี”