น้ำใจของพี่ น้องนี้ปลื้มใจ

 

วันอังคารที่ 1 พฤศจิกายน 2554 หนูไปช่วยอาจารย์ขจิตและพี่สามารถเอาของไปให้ชาวบ้านที่ถูกน้ำท่วมและบอกทางไปวัดมะเกลือ

(ที่จริงไปให้หนักรถ) เพราะไม่รู้ทางเลย ต้องขอโทษพี่สามารถและอาจารย์ขจิตไว้ ณ ที่นี้ด้วยค่ะ ถ้าจะแก้ตัวก็คงต้องบอกว่าเตี่ยกับแม่ไม่ค่อยให้ออกไปไหนไกล ไม่ใช่เพราะหวงแต่ท่านกลัวหนูหลงทาง (หลงประจำ) ท่านจะไปช่วยที่ตำบลวัดมะเกลือ เพราะอาจารย์ได้ข่าวมาว่าที่นั่นอยู่อย่างลำบาก ขาดน้ำและอาหาร แต่ไปได้แค่ตำบลบางแก้วฟ้า อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐมเนื่องจากน้ำท่วมทางสูงมากรถไม่สามารถเข้าไปได้

น้ำเข้ามาในรถแล้ว นั่งอยู่ดีๆเท้าเปียกเลยตกใจแทบแย่

หนูชอบความมีอ่านน้ำใจของชาวบ้าน พี่….(แงจำชื่อไม่ได้)

คนที่ยืนอยู่ข้างอาจารย์ค่ะ

 ขนาดน้ำกัดเท้าจนเห็นเนื้อชมพูแล้วยังอุตส่าห์อยู่รอช่วยขนของอีก พี่เขาต้องแช่น้ำตั้งแต่บ่ายสองจนถึงหนึ่งทุ่มเพื่อรอเรือของอบต.วัดมะเกลือ เรือเดินทางช้ามากเพราะคลองตันและค่อยข้างไกล  รถของพี่สามารถจอดพักอยู่ในน้ำหน้าร้านขายของ เจ้าของร้านใจดีมากเอากาแฟมาให้สี่ขวดตามจำนวนคน(อาจารย์ขจิต พี่สามารถ พี่ผึ้งแสนสวย และหนู)

แทนที่จะเคืองที่เอาอาหารมาแจกทำให้ขายของได้น้อยลงแต่กลับไม่เป็นเช่นนั้น น้ำใจงามจริงๆ  อีกท่านหนึ่งเป็นคุณยายพายเรือผ่านมาทางนี้พอดี อาจารย์ขจิตจึงถามว่า

“ป้าๆมีน้ำกินหรือเปล่าครับ”

คุณป้าก็เปิดห่อผ้าในเรือให้ดูและพูดว่า

“ไม่มีหรอกไอ้หลานไม่ได้เอาน้ำมา”

อาจารย์ต้องการจะถามเพื่อให้น้ำดื่มคุณป้า คำตอบของท่านแฝงถึงความมีน้ำใจ เสน่ห์แบบนี้นี่เองที่ทำให้คณะบุกน้ำของอาจารย์ขจิตไปช่วยชาวบ้านไม่หยุดไม่หย่อน หนูไปครั้งแรกยังประทับใจไม่รู้ลืมเลย

ใครสนใจไปร่วมด้วยติดต่ออาจารย์ขจิตได้นะคะ

               ที่หนูขำมากๆก็คือมีคุณน้าท่านหนึ่ง บอกว่าทำไมให้แต่วัดมะเกลือ แถวนี้ยังไม่เคยได้เลยตอนนี้ต้องนอนบนหลังคาแล้วเนี้ยะ อาจารย์กับพี่สามารถก็ถามว่าทำอะไรกินกัน คุณน้าบอกว่าก็กินหัวปลีนี่ไงและยกขึ้นมาให้ดูด้วย (หัวอกเดียวกันเลยค่ะคุณน้า)

                คุณยายอีกท่านเสริมว่าเอาหัวปลีไปต้มยำปลากระป๋องกิน และยกเครือกล้วยน้ำว้าให้ดูว่าตอนนี้ยังดียังพอมีกล้วยกินแต่ถ้าน้ำท่วมนานกว่านี้กล้วยก็ตายหมดแล้ว คงต้องหาผักอย่างอื่นกินแทน หนูชอบที่คุณยายบอกว่า น้ำท่วมมากแบบนี้ก็ลำบากทั่วกันไปหมดจึงต้องพยายามพึ่งตัวเองให้มากที่สุด ยังไงก็ต้องอยู่ให้ได้

ไปช่วยคณะบุกน้ำครั้งนี้ ทำให้หนูมีความสุขและอยากไปอีก สงสัยหลงเสน่ห์ชาวบ้านซะแล้ว

อ่านบันทึกของอาจารย์ขจิตเพิ่มเติมได้ที่นี่ค่ะ