สถานการณ์น้ำท่วมปีนี้เรียกได้ว่า สาหัสและมีผลกระทบต่อผู้คนหลายล้านคน หลายพื้นที่ หลายจังหวัด และยาวนาน จนหลายๆ คน อาจจะเรียกว่าเป็นมหาอุทกภัยครั้งยิ่งใหญ่ ครั้งหนึ่งของประเทศไทย เราเห็นความสูญเสียอย่างมหาศาลไม่ว่าจะเป็นชีวิต ทรัพย์สิน หรือแม้แต่กำลังใจของคนไทยทุกคนซึ่งผู้เขียนก็เป็นหนึ่งในกลุ่มผู้ประสบอุทกภัยครั้งนี้ด้วย แต่ท่ามกลางวิกฤติผู้เขียนก็เห็นโอกาสของสังคมไทย และการเรียนรู้ของตนเองมากมายเช่นกัน
สำหรับสังคมไทยในช่วงวิกฤติความแตกแยกของคนในชาติ วิกฤติมหาอุทกภัยครั้งนี้ เราก็ได้เห็นความร่วมไม้ร่วมมือ ความสามัคคีจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะภาคประชาชนที่เข้มแข็งมากทีเดียว ไม่ว่าจะอยู่ส่วนใดของประเทศ และไม่ได้ประสบภัยก็จะรวมตัวกันมาช่วยเหลือพี่น้องคนในชาติที่ประสบภัย เพราะเหตุผลง่ายๆ ที่เราได้ยินได้ฟังแล้วตื้นตันใจอย่างยิ่ง คือ เพราะเขาเคยเป็นผู้ประสบภัยมาก่อน และคนที่กำลังประสบภัยอยู่ในขณะนี้ เคยได้ช่วยเหลือเกื้อกูลให้กับเขาได้รอดพ้นจากภัยพิบัติในครั้งนั้น
บางหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญประสบการณ์ในการช่วยเหลือผู้ประสบภัย ก็ได้ใช้ประสบการณ์เหล่านั้น มาช่วยเหลือผู้คนที่ประสบภัยและยากลำบากในการดำรงชีวิต
เราได้เห็นคนในชุมชนมีความรักความสามัคคี หันหน้าเข้าหากันเพื่อรับมือกับวิกฤติครั้งนี้ร่วมกัน เพราะไม่ใช่คนเดียวที่จะรอดได้ ดังนั้น การร่วมไม้ร่วมมือกันในชุมชนจึงเป็นกำแพงกั้นน้ำที่ยิ่งใหญ่มากทีเดียว ชุมชนไหนเข้มแข็งและเป็นหนึ่งเดียวกัน ชุมชนนั้นก็จะร่วมกันป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมครั้งนี้ไปได้
เราได้เห็นคนไทยรวมกลุ่มรวมตัวกันทำงานอาสาสมัครเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย ไม่ว่าจะเป็นการไปช่วยเหลือที่ศูนย์ช่วยเหลือ ศูนย์อพยพต่างๆ รวมไปถึงการใช้สื่อ และ Social Media เพื่อรวบรวมข้อมูล ข่าวสาร ความรู้สำคัญยามฉุกเฉินบริการแก่ประชาชนและผู้ประสบภัย
เราได้เห็นการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ต่างๆ ในการป้องกันน้ำท่วม ทั้งประเภทความรู้ที่เป็น Tacit หรือความรู้เฉพาะตัว และความรู้ที่เป็น Explicit หรือความรู้จากผู้รู้หรือตำราต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นความรู้หรือเทคนิควิธีการในการรับมือกับน้ำท่วม การเตรียมตัวเมื่อน้ำท่วม การใช้ชีวิตในภาวะน้ำท่วม ซึ่งเป็นความรู้ที่แต่ละคนมีและเคยประสบมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้หรือเผยแพร่ให้กันและกันในวงกว้าง
เราได้เห็นคนไทยที่มีความรู้ความสามารถความชำนาญ ได้คิดนวัตกรรมต่างๆ ในการป้องกันและรับมือกับน้ำท่วมมากมาย ทั้งยังใจดีเอื้อเฟื้อแบ่งปันกันผ่าน Social Network อีกด้วย
เรียกได้ว่า ใครรู้อะไร ใครทำอะไรได้ก็แบ่งปันและช่วยเหลือกัน เพราะเราคนไทยทุกคนจะฝ่าวิกฤติครั้งนี้ไปด้วยกัน ซึ่งผู้เขียนก็คาดหวังว่า ความร่วมแรงร่วมใจความมีน้ำใจเอื้อเฟื้อแบ่งปันกันของประชาชนคนไทย จะเป็นเช่นนี้ตลอดไป อย่าให้ความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ทำให้เราต้องแตกแยกกันไปมากกว่านี้อีกเลย
(ติดตามตอนต่อไป)
หญิง สคส.
๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๔
เป็นกำลังใจให้นะคะ...เข้าไปติดตามอยู่เสมอค่ะ
...
ขอบใจจ้า ดีนะจังหวัดยโสธร ไม่กระทบเลย
ครับรอติดตามตอนสอง
ขอบคุณค่ะ คุณวอญ่าฯ