วิกฤติ ข้าวยาก ผักแพงใกล้เข้ามาแล้ว หันมาปลูกผักง่ายๆพึ่งตนเองกันเถอะ

ถั่วงอก  ผักมหัศจรรย์ 

( ยามข้าวยาก ผักแพง) 

          ข้าพเจ้า... ใช้ชีวิตอยู่ในถิ่นท้องทุ่งบ้านนาเกินกว่าครึ่งชีวิต จึงติดความเคยชินของวิถีชีวิตแบบชาวบ้าน โดยเฉพาะเรื่องอาหารการกิน อาหารหลักที่ไม่อาจแยกออกจากมื้ออาหารประจำวันได้คือ แจ่ว(น้ำพริก)กับผักสดผักลวก

          เคยเดินออกจากบ้านไม่กี่ช่วงหลังคาบ้าน ก็มีผักติดไม้ติดมือเป็นหอบๆ แต่เมื่อต้องเข้ามาใช้ชีวิตในเมือง จึงจำเป็นต้องปรับวิถีชีวิต เพื่อให้อยู่อย่างผาสุกตามอัตภาพแบบพอเป็นพอไป

 

          ช่วงปีแรกข้าพเจ้า ขนกระถางใบย่อมๆขึ้นไปบนตึกหลายใบ เพื่อปลูกบรรดาผักที่ตัวเองนิยมชมชอบเป็นพิเศษ ที่สำคัญต้องดูแลง่าย ช่วงนั้นข้าพเจ้าเลือกปลูกผัก “หูเสือ”

          แต่ปีนี้ ปีวิกฤติของคนไทยแทบจะทั้งแผ่นดิน เดือดร้อนกันหนักหนาสาหัส หลายระลอก ระหว่างที่รอการปรับสภาพ เยียวยา และฟื้นฟูจิตใจและสภาพความเป็นอยู่ ข้าพเจ้าขอเสนอทางเลือกหนึ่งที่แต่ละท่านสามารถพึ่งตนเองได้ในยามคับขัน ข้าวยากผักแพงเช่นนี้ 

 

           เป็นที่ทราบกันดีว่า ถั่วงอก เป็นผักที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง โดยเฉพาะ โปรตีน วิตามิน และเกลื่อแร่ ข้าพเจ้าเรียกขาน ถั่วงอกเป็นผักมหัศจรรย์ เพราะว่า เราสามารถเพาะปลูกเพียง สอง-สามวัน ก็สามารถนำมาใช้เป็นอาหารได้อย่างวิเศษแล้ว

          หลายท่านคงทราบมาแล้วว่าถั่วงอกที่มีความกรอบ อวบอ้วน และคงสดอยู่ได้นาน ที่มีจำหน่ายในท้องตลาดทั่วไป มักใช้ทั้งสารเร่ง สารอ้วน สารฟอกขาว สารคงความสด ซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพทั้งสิ้น

          จึงขอเชิญชวน ทุกท่านมาเพาะถั่งงอกไว้บริโภคกันเองค่ะ

 

การเตรียมวัสดุอุปกรณ์

       ๑.      เมล็ดถั่วเขียว ๒๐๐ กรัม

       ๒.    ถังพลาสติกสีทึบแสงขนาดกว้าง ๗ นิ้ว สูง ๖ นิ้ว เจาะรูที่ก้นถังขนาดเล็กกว่าเมล็ดถั่วเขียว ๑๒ รู

       ๓.    กระสอบป่าน (วัสดุเก็บความชื้นและกันช้ำ) ตัดเป็นแผ่นวงกลม ขนาดใหญ่กว่าความกว้างของถังเล็กน้อย ๓ - ๔ แผ่น

       ๔.    น้ำสำหรับแช่และรดน้ำถั่วทุก ๓ – ๔ ชั่วโมง

 

ขั้นตอนและวิธีการเพาะ

       ๑.    เตรียมเมล็ดถั่วเขียว โดยเก็บเมล็ดที่ไม่สมบูรณ์ทิ้ง ( เมล็ดที่แตกหัก นอกจากไม่สามารถงอกได้แล้ว ยังอาจเน่า ทำให้ถั่วส่วนอื่นมีกลิ่นไม่ดีไปด้วย )  

       ๒.    แช่ถั่วในน้ำอุ่นหรือน้ำธรรมดาประมาณ ๖ – ๘ ชั่วโมง เมล็ดถั่วจะพอง เก็บเมล็ดที่ลอยน้ำทิ้ง ล้างถั่วให้สะอาด

       ๓.   วางแผ่นกระสอบป่านรองก้นถัง โรยเมล็ดถั่วเขียว เกลี่ยให้เสมอกัน แล้วนำแผ่นกระสอบป่านวางทับอีกชั้น ทำแบบเดียวกัน ๓-๔ ชั้น ชั้นบนปิดด้วยแผ่นกระสอบป่าน

       ๔.    ปิดฝาถังเพาะ วางไว้ในที่ร่ม ไม่ร้อน และพื้นแห้ง ควรมีก้อนอิฐหรือก้อนหินรองใต้ถัง เพื่อให้น้ำระบายออกได้

       ๕.   รดน้ำทุก ๓-๔ ชั่วโมง โดยรดน้ำให้ทั่วบนแผ่นกระสอบชั้นบน ให้น้ำไหลผ่านทางรูด้านล่าง ระบายความร้อน รดจนความร้อนที่น้ำผ่านถั่วเย็นเท่าอุณหภูมิปกติ

       ๖.     รดน้ำนาน ๓ วัน วันที่สองถั่วจะถอดปลอก หัวโต รับประทานสดได้ แต่วันที่สาม ถั่วจะยาวพร้อมสำหรับนำไปปรุงอาหาร

หากยังไม่รับประทาน ให้นำถั่วใส่ตู้เย็น หากทิ้งไว้ ถั่วจะงอกยาว แตกใบ จะมีรสขมเล็กน้อย เมื่อเก็บถั่วออกจากถังแล้ว ให้ซักทำความสะอาดแผ่นกระสอบป่าน และล้างถัง ผึ่งให้แห้งสนิท (ถ้าเพาะบ่อย ควรมีแผ่นกระสอบป่านสำรองสับเปลี่ยน ๒ - ๓ ชุด)

           

เตรียมเมล็ดถั่วเขียว และถังเพาะ (ในภาพ ผู้เขียน ทำการเพาะงางอกด้วย)

แช่เมล็ดถั่วเขียว (และงา)  ๖-๘ ชั่วโมง

 


โรยถั่วบนแผ่นกระสอบเป็นชั้นๆ ปิดฝา วางบนก้อนอิฐหรือก้อนหินให้น้ำไหลผ่านได้ 

           ส่วนการเตรียมงา เพื่อทำงางอก ต้องล้างหลายๆน้ำโดยใช้กระชอนตักออกจากน้ำแรก ลงน้ำที่สอง, สาม เพื่อให้ดินและทรายนอนที่ก้นภาชนะ พักเมล็ดงาไว้บนกระชอนให้สะเด็ดน้ำ แล้วเทเกลี่ยบนผ้าขาวบาง บรรจุลงกล่องกระดาษ ปิดฝาหนึ่งคืน (๘-๑๐ชั่วโมง) โดยไม่ต้องรดน้ำ เช้าวันรุ่งขึ้น เมล็ดงาจะงอกพองเป็นสีขาวๆ มีพลังชีวิตและมีฤทิ์เย็น (ไม่ร้อนเหมือนงาคั่ว) งางอกจะมีประโยชน์ได้คุณค่าบริบูรณ์ ต่อเมื่อท่านเคี้ยวนานๆให้ละเอียดหรือปั่นดื่มสดๆ ( ข้าพเจ้า ตั้งใจ นำรายละเอียดมาบันทึกในโอกาสต่อไป)

 

ถั่วงอก(และงางอก) หนึ่งคืน กำลังเปล่ง และเปี่ยมด้วยพลังชีวิต

สี่ระยะของพลังชีวิต ถั่วงอก ผักมหัศจรรย์

          พลังชีวิต  ถั่วงอกระยะสั้นสองคืน สามารถนำมาปรุงง่ายๆ เป็นยำถั่วงอก เพียงราดด้วยน้ำมันงาหรือน้ำมันมะกอก และมะนาวหรือน้ำส้มสายชูหมัก ซอยหอมหรือเครื่องปรุงอื่นเพิ่มตามชอบ นับเป็นอาหารเพื่อสุขภาพที่วิเศษสุด  

          มีข้อมูลว่า ถั่งงอก มีสาร ซุปเปอร์ออกไซด์ดิสมิวเตส (superoxide dismutas : SOD ) เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ที่มีฤทธิ์แรง สามารถชะลอความชราได้ และยังช่วยป้องกันร่างกายจากโรคเสื่อมทั้งหลาย เช่น โรคหัวใจ, ไขมันในเส้นเลือดสูง , เบาหวาน , อัมพฤกษ์, อัมพาต, โรคข้อ , ต้อกระจกและผิวหนังย่น  

 

          ขอให้ทุกท่าน มีสุขภาพพลานามัยแข็งแรงทั่วหน้ากันค่ะ