ลูกปูและแม่ปู"ยุคใหม่"
..เรื่องนี้เกิดขึ้น..ในป่าชายเลน...น้ำท่วมป่าชายเลน..น้ำไม่ได้ลดลงอย่างเคย..ปูแม่ลูกสองตัว..พยุงตัวให้ลอยอยู่เหนือน้ำ..ทั้งคู่....ลูกปู..เริ่มบ่น...
..ลูกปู..บอกแม่ว่า...บอกแล้วเชียว..อย่ามาหากินตามป่าชายเลน...เรามันเป็นปูภูเขา..ว่ายน้ำไม่เป็น....แล้วเป็นไง..ตะนี้...
..แม่"ปู"..........
...ลูกปู..บ่น..ต่อไป..ว่า...เห็นไหมๆ...ตอนเดินอยู่บนบก..ก็ว่า.."ทำไม..เดินให้ตรงๆไม่ได้..พอให้เดินให้ดู..ก็..เดินเหมือนกัน..นะแม่...ก้อ เดินเหมือนเมื่อล้านปีที่แล้ว...ใช่ไหมแม่....
...แม่"ปู"......
และแล้ว...ทั้งแม่ปูและลูกปู...จมน้ำตายด้วยกันทั้งคู่.....
สวัสดีครับคุณยายธี
น้ำคงเน่ามากด้วยใช่มั้ยครับ ปูจึงตายเร็ว
ลูกปูสมัยก็หัวแข็ง ว่าไม่นอน สอนก็ยาก
ไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ดี
แม่ปูน่าจะอธิบายลูกปูว่า ทำไมเราต้องมาหากินที่ป่าชายเลน
เพราะป่าชายเลนมันอุดมสมบูรณ์ สามารถหาอาหารได้อย่างง่ายดาย
แต่แม่ลืมวิเคราะห์วิถีชีวิตของเรา....เรามันเป็นปูภูเขา....ขอโทษนะลูกปู
อิๆๆๆ (แต่สงสารลูกปูนะคะ ตายน้ำตื้น )
"คิดๆก็สงสารปู มิน่าเลย น่าจะหากินแถวภูเขานั่นต่อไป มันคงจะดีมิใช่น้อย แต่ทำไงได้ เดินหน้ามาขนาดนี้แล้วมันถอยไม่ได้แล้วปูจ๋า คงต้องจมโคลนที่ป่าชายแลนนั่น"
ขอบคุณค่ะคุณยายธี
สวัสดีค่ะ
ทุกอย่างเป็นไปตามเหตุปัจจัยนะคะ
ÄÄÄ..สวัสดีค่ะท่านผู้อ่านที่เคารพทุกท่าน..และคุณ ณัฐรดา..ยายธี..ก็คิดอย่างนั้น...ทุกอย่างเป็นไปตามเหตุและปัจจัย..เมื่อมี ปัญหา..ก็ต้องหาเหตุให้เจอ.".ปัญญาจะเป็นปัจจัย"ช่วยแก้ไปตามเหตุนั้นๆ..การ "แก้..ผ้า..เอา..หน้า..รอด.."คงไม่ใช่..ปัจจัยอันยาวนานเป็นแน่".....(งูและจรเข้..กับ..แขก..รู้อยู่ใน..ธรรมชาติ..อ้ะ.อาจารย์ขจิต.เราคนปรกติชน...อย่ามัวคิดจับจรเข้อยู่เลย...หาทางอยู่เหนือน้ำหรืออยู่กับน้ำตามประสาคนธรรมดาๆดีกว่ามั้ง.."ยายธีแอบคิด"อ้ะ.)......"อีกอย่างหนึ่งที่คนที่ไม่ธรรมดาและผิดปรกติทั้งหลายน่าจะเริ่มคิดได้..ซะที..โตมามีปริญญากระดาษหลายม้วน..แถม..โตอย่างที่เรียก"หมาเริ่ม..ได้กลิ่น..แล้ว"....ขี้มูกที่ปิดรูรั่วเรือ..คงจะไปไม่ได้นาน..ปลาหิวโซ..มันก็มีแยอะนะ..ขี้มูก..อาจจะหอมอร่อย..ตอน..ข้าวกล่องหมด..ก็ได้นา..."ยายธีแอบคิด"....ได้แต่สวดมนต์ภาวนา..ให้..ช่วยกัน..คิดๆๆๆ..อ้ะ...."เขาว่ากันเมื่อโบราณ...เรือล่มในหนอง...ทองจะไปไหน.."..อิอิ..มันอาจจะเป็นลายแทง..ชนิดใหม่ได้..ใครจะไปรู้..อิอิ...
ไม่แปลกครับ..
บางทีขำ ...และสงสารไปพร้อมๆ กัน
ขอบคุณครับ
ÄÄÄÄÄ..สวัสดีค่ะคุณบุษยมาศและคุณแผ่นดิน..ขอบคุณที่มาเยี่ยมเยียนกัน..เจ้าค่ะ.."ยายธีแอบคิดว่า"...เราเล่าเรียนเขียนอ่าน..เขียนเป็น..อ่านเป็น..แต่"ทำ"หรือแค่คิด..ไม่เป็น..น้ำลด..แล้ว..คงไม่ลืมว่า..ฝนไม่ได้ตกครั้งเดียวและแห่งเดียวในโลก...น้ำ..รวมเป็นพลัง..ออกจากรูน้ำเล็กนิดเดียว...แต่..สามารถท่วมท้นได้ทั้งโลก..."น้ำ"เป็นทรัพยากรธรรมชาติที่มี..ทั้งคุณและโทษ..มหาศาล..(ในอนาคต)...ถ้าเรา "ร่วมใจกันคิด..ว่า..ประโยชน์ของน้ำคือ..อะไร.."..เพียงแต่..เข้าใจว่า..น้ำ..ใส..ใจ..จริง..ของคนทั้งประเทศ..ก็จะไม่ทำให้..เรา..จนปัญญา..จน..ท่วม(น้ำตา.ตาย..เพราะเสียดายสมบัติ..อ้ะๆๆ)...ก็อาจจะทำให้เราอยู่รอดได้..อย่างดี..ในวิถี..พุทธ..คือธรรมชาติที่เราควรกลับไป..ทำความเข้าใจและฝึกฝนกันเสียใหม่....อ้ะ
น่าสงสารแม่ปู แต่สงสารแผ่นดินที่ปูอยู่มากกว่าค่ะ:)
ขนาดปูภูเขา ยังกลับมา ลงเล ได้
งั้นปูเมืองกรุง ถอนตัวได้ ยังไม่สาย
ใช่ไหมคะคุณยายธี ... สุขสันต์วันอาทิตย์ค่ะ