วันศุกร์ ที่ ๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ เวลา ๒๓.๓๓ น.

กราบสวัสดีค่ะครู

คืนนี้ศิษย์กลับบ้านดึก ด้วยใจระลึกรับผิดชอบในการผลิตยาน้ำกัดเท้าและเจลล้างมือเพิ่มเพื่อผู้ประสบภัย ผนวกกับพาน้องที่อยู่ช่วยไปทานข้าวเย็น แถมด้วยรอเติมแก๊ส ด้วยจำยอมเพราะตังค์ที่ร่อยหลอ 

เช้านี้ตื่นขึ้นมาก็จัดแจง เขียนบันทึกจดหมายถึงครูเพราะหลับทั้งที่ยังละเลย แล้วก็ทบทวนพบข้อบกพร่องว่าต้องเขียนก่อนนอน (ศีลข้อ ๔ ด่างพร้อย) วันนี้แก้ไขใหม่เขียนก่อนนอนแม้จะดึกก็อดเอาฝึกฝน  การหุงข้าวตอนเช้าเหมือนใจน้อมรับโอกาสแล้วส่วนกับข้าวตามแต่สะดวก ทำบ้างซื้อบ้างค่ะ พอเดินไปกราบพระพุทธรูปใจระลึกคำสอนครูบาอาจารย์

"กราบที่ไหนก็พระพุทธเจ้าองค์เดียวกัน"

ใจเกิดปีติ ระลึกอุทิศบุญตามบทสวดที่เคยสวดมนต์ ทั้งที่ไม่ได้ตั้งใจท่องแต่ภายในท่องขึ้นมาเองค่ะ แล้วก็มีอาการขนลุกหนังตากระตุก แต่แป๊บเดียวก็หายไป ระหว่างทางจึงโน๊ตบันทึกไว้ค่ะ

พอถึงที่ทำงาน ตั้งใจจะคืนน้องให้พี่ๆที่รับมาเพราะรับรู้ว่า

"พี่เขาอยากให้น้องทำอย่างอื่น"

แต่ไปๆมาๆก็อยู่กับติ๋ว จึงให้เรียนรู้ชุดทดสอบ ปรากฏว่า

"มีคนไปส่งของบริจาคที่สสจ.มหาสารคาม จึงขอไปด้วย"

ซึ่งเด็กก็อยากไป มีอะไรติดขัดมากมายค่ะครู รอของที่ส่งจากกรมเพิ่มพี่คนขับอารมณ์ไม่ค่อยดีเหมือนขุ่นมัวมา รับรู้และบอกตนเองว่า "อดทน ตั้งสติ"

พี่อ้อก็มาแนะอยากให้ทำเจลเพิ่มให้เครือข่ายได้ ใจข้างในติ๋วปฏิเสธทันควัน

ตั้งสติ จึงพิจารณาใหม่แล้วก็ลงมือทำ แม้จะรู้สึกขัดใจ

เพราะของที่ส่งมาจากส่วนกลางล่าช้า แต่ว่าทีมต้องออกไปวันจันทร์แล้วไม่เลื่อน จึงน้อมรับโอกาสกลายเป็นว่า ได้ทำเจลทิ้งไว้แล้วก็กระโดดขึ้นรถ

มีเรื่องแทรกได้อีกคือ ค้นเจอวาสลีนเหลืออีกเจ็ดกระปุก พิจารณากับตนเอง คงต้องทำเองเพื่อให้มีไปส่งพื้นที่วันจันทร์รอกลับมาก่อน

ปิดโอกาสไปยโสธรบ่ายนี้ ไปๆมาๆ กว่าจะได้ไปก็เที่ยงเป๊ะ 

เรื่องราวที่เข้ามาทำให้ใจน้อมระลึกถึงครู ตั้งสติแล้วค่อยๆทำจัดการทีละสิ่ง ทีละเรื่องแล้วก็วางอยู่กับปัจจุบัน

พอขึ้นรถ พี่หัวหน้ามาย้ำอีกว่า ถ่ายภาพมาด้วยนะ ถ่ายรูปน้ำท่วมด้วยยิ่งดี วูบๆขุ่น บอกตนเองอดทน (ศีลข้อ๑ด่างพร้อย)

 นั่งภายในรถสวดอิติปิโสมองข้างทางไปเรื่อยๆระลึกถึงครู แล้วมีคำถามตนเองว่า

"เอ....ทำไมใจไม่ค่อยรั้งว่าต้องไปกฐิน หรือว่าต้องไปวัดหนองไคร้เท่านั้น เหมือนมันไปไหนก็ได้ที่ครูให้ไป"

เห็นจิตใจตนเองวนอยู่รอบๆครูแล้วก็ปรากฏคำว่า

"โห ทำไมมันร้อยรัดครูขนาดนี้"

จิตนี้มันเกี่ยวพันครูมากเลยค่ะ

กราบขอขมาหากทำอะไรไม่เป็นการสมควรตอนนี้เห็นมันเป็นเช่นนี้จริง ๆ

พอเดินทางถึงสสจ.มหาสารคาม มอบของถ่ายภาพแล้วก็กลับ ระหว่างถ่ายภาพเป็นไม่คุ้นตื่นๆค่ะครู ดูติ๋วจะคุ้นกับตำแหน่งหลังเลนส์มากกว่า บอกตนเอง ไม่ชอบก็ทนเอา

ตอนพูดๆเห็นตนเองหลงๆไม่รู้จะพูดอะไรด้วยค่ะเหมือนมันไม่มีสติ (ศีลข้อ๕ด่างพร้อย)

แต่สุดท้ายเราก็มุ่งหน้ากลับขอนแก่น มาถึงที่ทำงานบ่ายสามให้น้องช่วยชั่งตำรับยา กะว่าอนุญาตให้น้องกลับบ่ายสี่โมงครึ่ง ไปๆมาๆก็อยู่ทำช่วยกันและมีพี่ๆน้องๆมาช่วยอีกสองคน ในการแพ็คเจล  ทำเรื่อย ๆ หิวก็ซื้อนมกับโยเกิร์ตให้ทานกันหน้าห้อง เสร็จเรียบร้อยประมาณสองทุ่มกว่า ๆ แล้วก็เลยพาน้อง ๆไปเลี้ยงก๋วยเตี๋ยวเป็ดแล้วก็แยกย้ายกันกลับ

วันนี้เรื่องราวเยอะค่ะครู แต่ข้างในพออยู่ได้ เหนื่อยกายค่ะแต่ใจไม่ได้หนักอย่างที่คิด ระหว่างทำยาหัวหน้าแวะมาแล้วก็อธิบายให้ท่านฟังซึ่งท่านก็โอเคเห็นดีด้วย

พอทำยาเสร็จเกือบๆจะสามร้อยตลับ เพราะทำไปสามกิโลกรัม นึกขึ้นมา เพราะตัดให้อ.ขจิตไป แล้วบอกเขาว่าจะทำเพิ่มให้ ก็มีเหตุให้ได้ทำจริงๆค่ะครูเหมือนได้ทำตามคำพูดได้ใช้คืน

ศีลข้อ ๑ วันนี้ไม่ได้ฆ่าสัตว์แต่การที่พาน้องไปด้วย แล้วต้องกลับมาทำงานช่วยดูจะเหนื่อยกันพอสมควร เบียดเบียนน้องมากอยู่ค่ะ แต่ทั้งคู่ก็ยินดีและเต็มใจช่วยเหลือ ระลึกขอบคุณน้องมากๆเพราะถ้าไม่มีน้องคงจะลำบากกว่านี้มากค่ะครู ส่วนติ๋วเองพออยู่ได้เหนื่อยกายพักก็หาย

ศีลข้อ ๒ งบประมาณสำรองจ่ายกับเงินส่วนตัวดูมันจะเป็นกระเป๋าเดียวกันใจติ๋วเลยเป็นข้องๆเรื่องนี้ค่ะครู ย้ำกับตนเองว่า อาทิตย์หน้าต้องเคลียร์ให้เสร็จ

ศีลข้อ ๓ ไม่ได้แย่งแฟนใคร แต่จริตราคะ แค่เห็นผู้ชายหรือเอ่ยถึงเรื่องความรัก มันจะโผล่หน้ามาทันทีค่ะครู เยอะเลยค่ะ เหมือนราคะนำหน้า ข้อนี้ด่างพร้อยมากค่ะ

ศีลข้อ ๔ วันนี้นินทาน้อย ทำงานมาก พยายามที่จะทำตามที่เอ่ยไว้ค่ะครู ศีลข้อ

๕ ไม่ดื่มเหล้า แต่วันหนึ่งๆมีอาการคล้ายเมาเหล้ามากเหมือนกันค่ะครู ยิ่งคุยมากก็ยิ่งเหมือนเมามาก หนักๆเข้าก็จะร้องเพลงค่ะ ด่างพร้อยเยอะจังเลยค่ะ มิน่าครูถึงให้ตั้งสติและสำรวม ........กราบขอบพระคุณค่ะครู