สุขภาพกายของผู้อพยพในศูนย์ที่ครูอ้อยดูแลอยู่นี้ แต่ละคนได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดจาก พี่สาวของพ่อบ้าน ที่เป็นพยาบาลในโรงพยาบาลประจำอำเภอ อำเภอโชคชัย แม้กระทั่ง น้องหมา ก็ได้รับการดูแลอย่างดี จากคุณแม่ของพ่อบ้าน
*****
คุณพ่อที่อายุมาก คุณแม่ที่มีโรคประจำตัว ที่ได้นำยารักษาโรคติดตัวมาด้วย ในกระเป๋าหนึ่ง ซึ่งต้องขอชมเชยท่านทั้งสอง ที่ดูแลตนเองเป็นอย่างดี ในเรื่องยา กับสุขภาพที่ตนเองเป็นอยู่
*****
แต่การทานยานั้น คือการรักษาโรคที่เกิดขึ้นและเท่ากับเป็นการรักษาเยียวยาให้สุขภาพดีขึ้น ซึ่งเท่ากับอยู่ในความดูแลอย่างใกล้ชิดของหมอ แต่การรักษาโรคปัจจุบันที่เกิดขึ้นจากการใกล้ชิด กับสัตว์เลี้ยง คือ น้องหมา เป็นประจำจากอุบัติเหตุ ที่นิ้วมือ นิ้วเท้า ของคุณพ่อคุณแม่ เล็กๆน้อยๆ แต่ก็ทำความรำคาญให้ท่าน ซึ่งครูอ้อยก็ต้องพาหมอ มาดู มารักษาทุกครั้งไป
*****
เรื่องของสุขภาพกาย พอมองเห็นและรักษาได้ แต่สุขภาพใจ หรือสุขภาพจิต ครูอ้อยรักษาไม่เป็น แต่ก็พยายาม หากิจกรรมนอกเหนือจากการเลี้ยงน้องหมามาให้ท่านได้ทำเสมอ เช่นการดูข่าว ดูภาพยนตร์ในทีวี ซึ่งท่านก็จะ ไม่ค่อยได้ดู ได้พาท่านไอ่นหนังสือพิมพ์ กับการพูดคุยกับช้าวบ้านใกล้เคียง กับการพาไปร่วมกิจกรรมในหมู่บ้าน ซึ่งสมาชิกทุกคนก็ให้ความร่วมมือกันดี
*****
แต่เมื่อวานนี้ มีเรื่องเกิดขึ้น ซึ่งครูอ้อยรู้ได้เลยว่า คุณพ่อ คุณแม่ ลูกสาวคนเล็ก และ ครูอ้อยเอง สุขภาพจิต อ่อนแอมาก
*****
เราทั้งหมดรอคอย น้องชายของครูอ้อยที่จะเดินทางมาจากเชียงใหม่ มาพร้อมน้องสะใภ้ที่มีวินัยสูง รอทั้งวัน และ โทรศัพท์หา ในระยะตอนเช้า ทราบว่าออกเดินทาง หกโมงเช้า เมื่อโทรศัพท์ไปหา ก็เกรงว่าจะรบกวนการขับรถ จึงอดทนรอคอยต่อไป
*****
ลูกสาวคนเล็ก ซื้อน้ำยาถูบ้าน ที่ฆ่าเชื้อโรคมาด้วย เพราะ เรามีน้องหมา 2ตัวที่ นอนหน้าครัว กลัวน้องสะใภ้จะรังเกียจ
*****
ส่วนครูอ้อย ก็ เที่ยวหาอาหารการกิน
*****
พอดี มียายของลูกสาวน้อย น้องขวัญ เอาอาหาร ผัก ปลาหลด ปลากระทิงมาให้ ครูอ้อยจึงแบ่งปลาออกเป็น 2 ส่วน ต้มหม้อปลาร้า และ ผึ่งแดดเดียว
*****
กลิ่นปลาร้า ตรลบอบอวล ในบ้านศูนย์อพยพ ใครหอม ก็บอกว่าหอมมาก ใครเหม็น.....ก็สุดจะทน
*****
เวลาเที่ยงวัน ครูอ้อยกดไปหาน้องชายอีกครั้ง พบว่า กำลังหาทานข้าวกลางวันกันอยู่ ครูอ้อยสอบถามว่า ถึงไหนแล้วการเดินทาง พบว่า เพิ่งจะถึงพิษณุโลก
*****
นั่นคือ รู้ได้เลยว่า พวกเขามากันอย่างช้าๆๆ แต่ คนที่ศูนย์ อันได้แก่ คุณพ่อคุณแม่ ใจจดใจจ่อ กับการมาถึงของน้องชายและคณะเสียมากมาย
*****
จนห้าโมงเย็น ครูอ้อย โทรศัพท์ถามอีก พบว่า ถึงชัยบาดาล น้องชายไม่ได้พูดอะไรมากกว่านั้น และ ไม่ค่อยจะรับโทรศัพท์จากเครื่องของครูอ้อยเลย ตามประสาคนขับรถ คงไม่อยากพูดโทรศัพท์ แต่คนนั่งมาด้วย ก็น่าที่จะรับให้ และบอกกับคนที่รอคอยบ้างให้ได้รู้ว่า.....ถึงไหนกันแล้ว
*****
พอเกือบจะสองทุ่ม ครูอ้อยเตือนให้คุณพ่อ อาบน้ำ ที่เพิ่งจะไหล และตัวเองก็เตรียมจะอาบน้ำ เพราะ ที่นี่ อากาศเริ่มเย็นแล้ว น้องชายโทรศัพท์มาหาหลายครั้ง จนครูอ้อยพบว่าหลายสายที่ไม่ได้รับ
*****
สภาพจิตใจ ของคนรอ กับสภาพจิตใจของคนจะมา ไม่ได้ตรงกันเลย ซึ่งครูอ้อยพบว่า....คุณแม่ น้อยใจ ที่น้องชายไม่มานอนด้วย ไม่พาคนในครอบครัวมานอนด้วย กลับนอนในเมืองโคราช และจะมาในตอนเช้าของวันรุ่งขึ้น ส่วนลูกสาวคนเล็ก ก็บ่นกระปอดกระแปดว่า.....อุตส่าห์รอคอย จะบอกสักคำ ไม่ได้หรือ จะได้ไม่รอนานอย่างนี้
*****
สุขภาพจิตของคนในศูนย์ อพยพ โชคชัย นครราชสีมา เป็นแบบนี้ ครูอ้อย แซ่เฮ...รายงาน
มาให้กำลังใจค่ะ พี่ใหญ่ยังไปทำงานรอน้ำท่วมอยู่ค่ะ น้องๆมาชวนอพยพไปไกลบ้าน ยังหาจังหวะเหมาะๆอยู่ค่ะ
สวัสดีค่ะ พี่ใหญ่
ขอบพระคุณมากค่ะ ที่เป็นกำลังใจ ขออภัยตอบช้า มีภารกิจมากมายค่ะ วันนี้จะเขียนหลายๆเรื่อง หลายๆบันทึกค่ะ