วัดพระเชตะวันอยู่นอกเมือง...ผมเดินเท้าออกจากวัดมุ่งหน้าเข้าสู่ประตูเมืองสาวัตถี...ระยะห่างประมาณ  800 เมตร  มีซากกำแพงเมือง...ซากโบณาณวัตถุต่าง ๆ...ถูกปล่อยให้ร้าง...มีป่าหนาทึบ...มีต้นไม้สูงใหญ่...ผมตรงไปที่บริเวณบ้านขององคุลิมาล...มหาโจรผู้โด่งดัง...แล้วเดินไปบริเวณบ้านของ  อนาถบิณฑิกะเศรษฐี...

             พอเดินไปถึง...มีฝูงลิงป่าประมาณ 20 ตัว อยู่บริเวณนั้น...ตัวหัวหน้านั่งอยู่บนซากบ้านนั้นเอง...ผมขึ้นบันไดบ้านนั้นไปใกล้จะถึงด้านบน...หัวหน้าลิง...เห็น...พองตัวเดินมา...ตรงรี่มาที่ผม...แบบไม่เป็นมิตรเลยครับ...มันโกรธ...ขยับจะกัด...ห่างผมแค่  2 เมตร  

             ยืนนิ่ง...ทำไม่ถูก...มองตามัน...แผ่เมตตาให้...สักครู่...หัวหน้าลิง... ถอย...เดินจากไป...อนิจจา...เกือบไปแล้วละ...ผมเดินชมห้องเก็บเงิน...ทอง...และสมบัติต่าง ๆ แล้วมองไปนอกเมือง...กำหนดทางที่จะไป  วัดปุบผาราม...ที่นางวิสาขามหาอุบาสิกาสร้างถวายไว้ในพุทธศาสนา...

                    ผมมุ่งหน้าไปทาง  แม่น้ำอจิรวดี...ห่างจากกำแพงเมืองประมาณ  3 กม.   สภาพวัดกำลังจะถูกชาวบ้านปิดบังเพื่อต้องการเนื้อที่การเกษตร...ผมแวะไปที่ท่าน้ำ อันโด่งดังในอดีต...

                   ดังทำนองแหล่...พรภิรมย์ร้องไว้ว่า...เจริญสุขทุก ๆท่าน...โปรดสดับสาร ...นิทานคำกลอน...เกิดขึ้นที่ฝั่ง...วนวังสาคร...วังแม่ลูกอ่อนแต่ก่อนมา...ฮา ๆ เอิก ๆคือเรื่องนางปฏาจารา

ซึ่งเป็นผู้หญิงที่มีความทุกข์มากที่สุดในโลก...ก่อนมาพบพระพุทธเจ้า...ณ  ศาลาแสดงธรรม ที่วัดพระเชตะวัน  อันเป็นพุทธสถานที่พระพุทธองค์ประทับอยู่ถึง  25  ปี...

             ผมลงไปลุยน้ำดูช่วงเดือน  ก. ค. นั้น...ที่ลึกสุดแค่เหนือเข่าเท่านั้นเองกว้างประมาณ  400 เมตรครับ...เมื่อผมกลับมาเส้นทางเดิม...ผ่านเมืองโบราณสาวัตถี...ผ่านวัดพระเชตะวัน...เห็นคณะทัวร์ทั้งจากเมืองไทยและต่างประเทศ...กำลังเที่ยวชมโบราณสถานแห่งนั้น...เมื่อมาถึงหน้าวัดไทยสาวัตถี

ผมเดินไปตามถนนไปชมพุทธสถานอีกแห่ง...คือ  สถานที่พระพุทธเจ้าทำยมกปาฏิหาริย์...

เป็นลักษณะเนินดินสูง ๆ น่าจะเป็นรูปสถูปเจดีย์ในอดีต...จนใกล้ค่ำผมจึงกลับมาที่พัก...

โปรดติดตามตอนต่อไป 

ด้วยความปรารถนาดี

จาก...umi