วันพุธ ที่ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๔
กราบสวัสดีค่ะครู
เช้านี้เพื่อนมาขอพักด้วยตั้งแต่เมื่อคืน ตื่นขึ้นมาบนห้องพระ ไหว้พระแล้วก็ลงมาจัดแจงเตรียมข้าว ก่อนออกไปทำงานแวะที่วัด แล้วก็ติดต่อช่างมาช่วยสตาร์ทรถให้เพื่อนเพราะจอดนิ่งหลายวัน ได้พี่บรรจงที่อยู่ข้างบ้านมีอุปกรณ์และมีน้ำใจช่วยเหลือ
มาถึงที่ทำงานน้องๆเตรียมการสำหรับทำยาเรียบร้อย น้องๆตั้งใจทำงานมากค่ะครู สอนอะไรไว้ปฏิบัติเป็นอย่างดี เช่น การทำความสะอาดพื้นที่ด้วยอัลกอร์ฮอล์ก่อนและหลังทำยา เช็ดตลับก่อนบรรจุ มาทราบทีหลังว่าเป็นหนึ่งในทีมกรรมการสโมสรของคณะ
ก็เลยเข้าใจว่าน้องถูกฝึกเรื่องการจัดการมาตั้งแต่ช่วงเรียน ได้คิดกับตนเองว่า ผลงานพิสูจน์ศักยภาพจริง ๆค่ะ
ก่อนเที่ยงน้องแจ้งว่า วาสลีนที่ใช้เป็นตัวกระจายยาหมดแล้ว เบนโซอิกแอซิดที่เป็นหนึ่งในตัวยาสำคัญก็จะหมดแล้ว
แล้วทางเครือข่ายที่ กมลาไสย ก็ทำหนังสือขอมาแล้ว ยิ่งได้พูดคุยกับทีมงานที่ลงเองในพื้นที่ ไม่ได้มีการป้องกันตนเองค่ะครู ลงทั้งๆไม่ได้ทายาป้องกัน เพราะต้องเอายาไว้ให้คนไข้
ใจคิดทันทีจะบรรจุขนาดใหญ่เพื่อแจกเจ้าหน้าที่เอาไว้ใช้ ส่วนอันเล็กเอาไว้แจกชาวบ้าน ตลับละ ๑๐ กรัม ถือว่าเล็กค่ะครู เขาแจกกันครอบครัวละหนึ่ง
ลองจินตนาการว่าบ้านหนึ่งเป็นมากกว่าหนึ่ง ก็คงไม่พอ การกระจายยาลงในพื้นที่จำเป็น
คำตอบกับตนเองคือ ซื้อวัตถุดิบเพิ่ม ตอนเที่ยงแวะไปรับเพื่อนมาทานข้าว เพราะรถยังขับไม่ได้ แต่พอมาถึงชาร์ทไฟเต็มเลยไปด้วยกันได้
ติ๋วพาน้องฝึกงานออกมาด้วย ส่วนหนึ่งตั้งใจเลี้ยงข้าวเพราะเราเหนื่อยมาด้วยกันแล้วพรุ่งนี้อาจจะมีงานหนักอยู่ข้างหน้า และมาเรียนรู้การซื้อของเพื่อมาผลิตยาด้วย
ปรากฏว่า วาสลีนขาดตลาด ได้มาเพียง ๕ ขวดจากที่ต้องการ ๔๘ ขวด แต่ก็ได้ตัวยาเพิ่มมาพอที่จะผลิต ๒๐๐๐ ตลับ และอุปกรณ์ขนาดใหญ่ขึ้น
จากเดิมเราผลิตได้แค่วันละไม่เกิน ๓๐๐ ตลับ กับอุปกรณ์ใหม่ น่าจะทำเพิ่มได้เป็นหลักพัน แต่วัตถุดิบก็ขาดค่ะ
พอทำเสร็จสรรพสี่โมงครึ่งก็ช่วยกันเก็บของ แล้วก็เดินมาคุยกับพี่หัวหน้าว่า แนวทางต่อไปเชิงนโยบายเห็นว่าอย่างไร
ท่านบอกว่า “ไม่ต้องผลิตแล้ว เพราะยาที่สั่งจาก ส่วนกลางจะส่งมาพรุ่งนี้”
รับทราบจากท่าน แล้วมานั่งพิจารณาเอง ฟังข่าวและรับแจ้งจากเพื่อน ๆ ยายังขาด แต่มีผู้ใหญ่หลายท่านบอกว่า “พอแล้ว” ผลิตแค่ให้ผู้ใหญ่เอาไปแจกพอ
ของที่สั่งมาหลายอย่างก็เหลือ เช่น ตลับ หรือ ขวด หรือไม่ก็ตัวยาสำคัญ เพราะเป็นเกรดทำยาไม่ใช่เกรดวิเคราะห์
ขวดที่เหลือติ๋วตั้งใจทำยาหม่องแจก ไม่ยากนัก หาเงินไม่ได้ก็ของรับยริจาคแบบมีส่วนร่วมจากหน่วยงาน แต่ตลับนี้อาจจะใช้ประโยชน์ได้น้อย พิจารณากับตนเอง ตั้งใจใช้ทรัพยากรที่มีให้เกิดประโยชน์สูงสุด
พอมาอ่านบันทึกใน G2K ของ อ.ดร.ขจิต ทราบว่า ยังต้องการยาน้ำกัดเท้า จึงตกลงจะส่งที่มีอยู่ส่วนหนึ่งให้ท่าน แล้วคงใช้เงินส่วนตัวหรือไม่ก็แล้วแต่จะมีผู้ร่วมบริจาค ซื้อวาสลีน ตอนนี้ที่ขอนแก่น กระปุกละ ๕๐๐ กรัม ราคา ๑๓๕ บาท ผลิตได้ ประมาณ ๖๐ ตลับ ส่วนประกอบอื่น ๆ ใช้ที่เหลือจากที่ทำงานได้ แล้วก็ใช้นอกเวลาราชการมาทำ เพื่อแจกจ่ายไปที่ต่าง ๆ อาจจะเป็นการส่งไปรษณีย์บ้าง เพื่อให้มียาใช้สำหรับผู้ประสบภัย

ศีลวันนี้ไม่ฆ่าสัตว์ค่ะครู การจดจ่อกับงานทำให้ใจนิ่งเย็นรับฟังน้อง ๆ พอเจอสิ่งที่ไม่ได้ดั่งใจก็มีวูบขุ่นมัว เห็นค่ะ มันไม่นานแล้วก็นั่งนิ่ง ๆ ฟัง ส่วนหนึ่งร่างกายเหนื่อย ทำให้สำรวมง่าย ศีลข้อ ๒ ไม่ลักทรัพย์ ไม่ขโมยของใครค่ะ แต่ยังไม่ได้เคลียร์เอกสารเงินที่เอาของมาทำยา เตือนตนเองว่า “รีบทำ จะได้ไม่ช้า” ศีลข้อ ๓ วันนี้ทำยาทั้งวัน คิด ๆ พัฒนา หาช่องทาง อยู่กับงาน ราคะเงียบๆค่ะ แต่พอออกมาทานข้าว คุยกับเพื่อน ๆ มันมีราคะดีดขึ้นมามากเวลาสนทนากัน ก็เฮฮาสนุกสนาน แต่มันก็คือ ราคะค่ะ ศีลข้อ ๔ วันนี้จดจ่อทำงาน ฟังมากพูดน้อย ศีลข้อนี้ดูจะดีขึ้นหน่อย แต่ก็ยอมรับกับตนเองว่า ไม่ใช่ดีเพราะใจสำรวม แต่ดีเพราะสถานการณ์ ภายนอกเท่านั้นค่ะ ศีลข้อ ๕ ไม่ดื่มเหล้าค่ะ แต่ตอนคุยสนุกกับเพื่อนดูเหมือนเมา ๆ ขาดสติ แต่พอกลับมานั่งทำยา แล้วผ่อนคลายขึ้นค่ะ
ไม่เป็นไรค่ะอาจารย์ไม่กี่ร้อย ถือว่าร่วมบริจาคเพื่อช่วยน้ำท่วมด้วยกัน ส่ง EMS ให้แล้วค่ะ
ดีใจที่ได้รับโอกาสค่ะ