บันทึกการสอบปากคำผู้ร้องของบางกอกคลินิก กรณีศึกษาของนายยอด ปอง โดยนางสาวปวีณา โกศลจิตกุล

กรณีศึกษานายยอด ปอง[1] : คนไร้สัญชาติใน ท.ร.38/1 แห่ง มหาวิทยาลัยบูรพา 

โดย นางสาวปวีณา โกศลจิตกุล[2] 

บันทึกการสอบปากคำผู้ร้องของบางกอกคลินิก

คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม พ.ศ.2554

-------------

ข้อเท็จจริง[3]

-------------

นายยอด ปอง คนไร้สัญชาติ เกิดเมื่อปี พ.ศ. 2531 โรงพยาบาลที่เชียงตุง ประเทศพม่า ไม่ทราบชื่อโรงพยาบาลแน่ชัด เพราะเขียนเป็นภาษาพม่า โดยมีแพทย์หญิงเป็นผู้ทำคลอดให้ โดยนายลี ปอง ซึ่งเป็นนายแม่ของยอดทราบชื่อนายหมอและยังมีการติดต่อกับนายหมอท่านนี้อยู่ ยอดมีหลักฐานแสดงการเกิด โดยยอดได้อธิบายว่า ผู้นำหมู่บ้านในเผ่าปะหล่องมีการจดบันทึกรายละเอียดว่า มีใครในเผ่าเกิดที่ไหน เมื่อไร ชื่ออะไร แต่เป็นภาษาไทยใหญ่ ซึ่งบันทึกนี้อยู่ที่นายแม่ลีและยอดได้สำเนาเอกสารดังกล่าวมาไว้แล้ว หรืออีกกรณีคือทางโรงพยาบาลมีบันทึกไว้ แต่นายแม่ไม่เคยไปขอ

ปี พ.ศ. 2531-2537 ยอดอาศัยอยู่ที่เชียงตุง มีพี่สาวและพี่ชายรวมทั้งหมด 8 คน แต่มีเพียง 3 คนที่ยอดคุ้นเคยด้วยคือ พี่สาวคนโต (นายน้อย ปอง) พี่สาวคนรอง (นายอาม ปอง) และพี่สาวคนที่แปด (นายเอื้อย นายหลง) ซึ่งในปัจจุบันพี่ของยอดเสียชีวิตแล้ว 6 คน (รวมถึงนายน้อย) หายสาบสูญอีก 1 คน (นายอาม) โดยทางครอบครัวมีบ้านและที่นา (ปัจจุบันได้ขายไปแล้ว) ยอดไม่ได้เข้าเรียนเพราะเป็นช่วงเวลาที่พ่อแม่กำลังจะอพยพมาทำงานที่เมืองไทย โดยการชักชวนของคนรู้จักที่เคยมาทำงานที่สมุทรสาคร ซึ่งนายน้อย และนายอาม ได้เข้ามาทำงานในประเทศไทยก่อนแล้ว

ปี พ.ศ. 2538 ยอดและครอบครัวได้อพยพเข้ามาที่สวนกล้วยไม้ของกำนันสมรักษ์ ชูสังข์ ที่จังหวัดสมุทรสาคร โดยอาศัยอยู่กับพ่อแม่และพี่สาวคือนายเอื้อย โดยนายน้อยซึ่งทำงานอยู่โรงงานใกล้ๆกันได้แวะเวียนมาเยี่ยมบ่อยๆ

ปี พ.ศ. 2539 นายพ่อ (นายเสา ปอง) ป่วยเป็นมะเร็ง กลับไปรักษาตัวที่เชียงตุงและเสียชีวิตในเวลาต่อมา ยอดได้กลับไปที่ประเทศพม่าในปีนี้เพียงครั้งเดียวเพื่อร่วมงานศพของพ่อนับตั้งแต่อพยพมาที่ประเทศไทย

ปี พ.ศ. 2541 ครอบครัวของยอดได้ย้ายไปทำงานที่โรงงานพลาสติกรุ่งเรืองถาวร โดยเจ้าของกิจการคือเจ๊เรือง ได้พายอดไปสมัครเรียนชั้น ป.1 ที่โรงเรียนวัดท่าเสา โดยยอดไม่มีเลขประจำตัวนักเรียน

ปี พ.ศ. 2542 นายน้อยเสียชีวิต นายแม่ลีเดินทางกลับเชียงตุง ยอดอยู่กับนายเอื้อยที่โรงงานพลาสติกอีกแห่งซึ่งเจ้าของกิจการคือเจ๊ติ๊ก เป็นคนรู้จักกับเจ๊เรือง จากนั้นนายเอื้อย อยากให้ยอดออกจากโรงเรียน ยอดจึงหนีไปอยู่กับครูวารี โพธิ์สวัสดิ์เป็นเวลา 1 เทอม จนกระทั่งนายแม่ลีกลับมาประเทศไทยจึงกลับมาอยู่ที่โรงงานตามเดิมและอยู่จนกระทั่งเรียนจบป.3

ปี พ.ศ. 2544 อยู่ที่โรงงานกล้วยไม้ที่จังหวัดสมุทรสาคร และปี พ.ศ. 2545 ได้ย้ายไปที่สวนกล้วยไม้ที่บางแค ซึ่งเป็นของกำนันสมรักษ์เช่นกัน และอยู่ที่นั่นจนกระทั่งจนป.6 ที่โรงเรียนวัดราษฎร์บำรุง

ปี พ.ศ. 2547 มีการจดทะเบียนคนต่างด้าว โดยยอดและนายลีผู้เป็นแม่ได้จดทะเบียนและได้รับบัตรสีชมพู โดยตอนแรกนายรุ่งโรจน์ ชูสังข์ (ลูกชายของกำนันสมรักษ์ ชูสังข์) ซึ่งดูแลสวนกล้วยไม้ที่บางแคเป็นผู้ที่ช่วยจัดการเรื่องการขึ้นทะเบียน จึงทำให้ ยอด ปอง มีเอกสารพิสูจน์ตัวบุคคล คือ แบบรับรองรายการทะเบียนประวัติของคนต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ (ท.ร. 38/1) เลขประจำตัว 00-1040-103100-4 และ นายแม่ลี ปอง ก็มีเอกสารในลักษณะเดียวกัน แต่มีเลขประจำตัว คือ 00-1040-103164-1 โดยใช้ที่อยู่ของสวนกล้วยไม้ที่บางแคเป็นที่อยู่ขณะจัดทำทะเบียน

ในปี พ.ศ. 2548 ได้มีการย้ายที่อยู่ทะเบียนประวัติไปเป็นที่อยู่ของโรงงานพลาสติกรุ่งเรืองถาวร เนื่องจากในปีเดียวกันนี้ ครอบครัวของยอดก็ได้ย้ายกลับมาทำงานที่โรงงานพลาสติกอีกครั้ง และยอดได้เข้าเรียนชั้นมัธยมศึกษาที่โรงเรียนนวลนรดิศวิทยาคม รัชมังคลาภิเษก

ปี พ.ศ. 2549 ครอบครัวได้ย้ายกลับมาทำงานที่สวนกล้วยไม้ที่จังหวัดสมุทรสาคร จนกระทั่งยอดเรียนจบม.4

ปี พ.ศ. 2552 นายเอื้อยและสามี (นายใส นายหลง) ย้ายไปอยู่จังหวัดเชียงราย โดยนายแม่ลีไปอยู่ด้วย ยอดจึงอาศัยอยู่กับนางณปภา เกียรติการค้า หรือป้ายอด ซึ่งขายอาหารในโรงเรียนนวลนรดิศ

ปี พ.ศ. 2553 ยอดได้ย้ายไปอยู่กับเพื่อนสนิทคือ นายขัตติยะ แพงคำแหง

ปี พ.ศ. 2554 ยอดเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยบูรพา ตอนแรกได้อาศัยอยู่ในหอพักของมหาวิทยาลัย แต่มาย้ายมาอยู่ที่บ้านเช่าใกล้มหาวิทยาลัยกับเพื่อนอีก 4 คน

-----------------------------

จุดเกาะเกี่ยวกับประเทศพม่า

-----------------------------

ยอดเกิดที่โรงพยาบาลที่เชียงตุง ประเทศพม่า และอาศัยอยู่ที่ประเทศพม่าจนกระทั่งอายุ 7 ปี โดยมีสมุดบันทึกการเกิดที่ได้รับการบันทึกโดยผู้นำหมู่บ้านในเผ่าปะหล่อง

นายแม่ลี ปอง มีบัตรประจำตัวที่ออกโดยประเทศพม่าที่เรียกว่า “มะโป่งติ่น” และมีความรู้ในการฟังและพูดภาษาไทยใหญ่

ปัจจุบันมีญาติ (ลุงและป้า) อาศัยอยู่ที่ประเทศพม่า คือ 1. พี่สาวบุญธรรมของนายแม่ลี ปอง (ไม่ทราบชื่อ) มีที่ดินและบ้านอยู่ที่ประเทศพม่า โดยมีบัตรประจำตัวที่ออกโดยประเทศพม่าที่เรียกว่า “มะโป่งติ่น” อาจจะต้องเพิ่มรายละเอียดของพยานหลักฐานที่ทำให้เชื่อว่าเป็นเช่นนั้น  2. นายหนาน เป็นพี่ชายของนายแม่ลี และเป็นพ่อบุญธรรมของยอด มีบ้านและที่ดินอยู่ที่ประเทศพม่า โดยมีบัตรประจำตัวที่ออกโดยประเทศพม่าที่เรียกว่า “มะโป่งติ่น” อาจจะต้องเพิ่มรายละเอียดของพยานหลักฐานที่ทำให้เชื่อว่าเป็นเช่นนั้น ซึ่งยอดยังคงมีการติดต่อสื่อสารทางโทรศัพท์กับนายหนาน แต่ปัจจุบันยอดไม่ได้ติดต่อไปหานายหนานสักพักใหญ่เนื่องจากทำเบอร์โทรศัพท์หาย 3. น้องสาวของนายแม่ลี (ไม่ทราบชื่อ) อาศัยอยู่ที่เมืองโพง 4. น้องสาวของนายพ่อเสา (ไม่ทราบชื่อ) อาศัยอยู่ที่ดอยอ่างขาง โดยเป็นบุคคลพื้นที่สูง

-----------------------------

จุดเกาะเกี่ยวกับประเทศไทย

-----------------------------

ยอดอพยพมาอยู่ที่ประเทศไทยตั้งแต่อายุ 7 ปี โดยกลับไปที่ประเทศพม่าเพียงครั้งเดียวในปี พ.ศ. 2539 เนื่องจากนายพ่อเสาได้เสียชีวิตลง

ยอดได้เข้าเรียนที่โรงเรียนของรัฐไทยตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 จนกระทั่งปัจจุบัน ยอดกำลังศึกษาอยู่ในระดับอุดมศึกษาที่มหาวิทยาลัยบูรพา

เขาได้ร่วมทำกิจกรรมต่างๆที่จัดขึ้นโดยหน่วยงานของรัฐ อีกทั้งมีเป็นคนที่มีความสามารถพิเศษด้านนาฏศิลป์ไทย ทั้งการรำและขับร้องโดยได้รางวัลระดับประเทศ และเป็นนักเรียนพระราชทาน

ปัจจุบันนายแม่ลี อาศัยอยู่ที่หมู่บ้านปะหล่องโป่งเหนือ จังหวัดเชียงราย

นายเอื้อย นายหลง ซึ่งได้แต่งงานกับนายใส นายหลง (ไม่มีสัญชาติไทย) โดยมีบุตรด้วยกัน 3 คน ทุกคนอาศัยอยู่ที่หมู่บ้านปะหล่องโป่งเหนือ จังหวัดเชียงราย

-----------------------------

ข้อกังวลใจของนายยอด ปอง

-----------------------------

  1. เรื่องของผลกระทบด้านสิทธิในการถือครองทรัพย์สิน ในกรณีของการเปิดบัญชีธนาคาร ยอดไม่สามารถขอทำบัตรเดบิตเพื่อใช้ถอนเงินจากตู้เอทีเอ็มได้ ทั้งที่มีบัญชีธนาคารเป็นชื่อของตน ธนาคารออมสินปฏิเสธเนื่องจากยอดไม่มีบัตรสีชมพูมาแสดง
  2. ยอดได้รับผลกระทบในเรื่องของการสมัครเข้าเรียนที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เนื่องจากระบบไม่รองรับเลขประจำตัว 13 หลัก ขึ้นต้นด้วย 00 ของยอด จึงทำให้เสียสิทธิในการสมัครเข้าเรียน
  3. เรื่องความยากง่ายของการที่คนสัญชาติไทยจะรับยอดเป็นบุตรบุญธรรม กรณีนี้คืออาจารย์ท่านหนึ่งของยอดอยากรับยอดเป็นบุตรบุญธรรม
  4. ตัวนายยอดเองอยากได้สัญชาติ ไม่ว่าจะเป็นสัญชาติไทยหรือสัญชาติพม่า หากเป็นไปได้ในห้าปีข้างหน้าอยากเป็นคนมีสัญชาติ แต่โดยส่วนตัวอยากทำงานรับราชการไทย จึงปรารถนาสัญชาติไทยมากกว่า
  5. เรื่องการถือครองที่ดิน กรณีนี้เป็นความกังวลใจของนายเอื้อย เนื่องจากนายเอื้อยและครอบครัวอาศัยอยู่ที่หมู่บ้านปะหล่องโป่งเหนือ โดยที่ดินดังกล่าวเป็นของหลวงพ่อท่านหนึ่ง โดยชาวเขาเผ่าปะหล่องสามารถจับจองซื้อที่ดินดังกล่าวได้เพื่อใช้ในการปลูกบ้านหรือทำมาหากิน กรณีนี้คือหากนายเอื้อยหรือนายใสเสียชีวิต ที่ดินดังกล่าวจะเป็นมรดกตกทอดไปสู่ลูกๆได้หรือไม่

----------

ข้อสังเกต

-----------

  1. บัตรประจำตัวบุคคลซึ่งไม่มีสัญชาติไทย ซึ่งกรมการปกครองได้ออกให้แก่นายยอด โดยอาศัยกฎหมายการทะเบียนราษฎรหาย ในช่วงที่ยอดเรียนชั้น ม. 4-5
  2. ใบระเบียนแสดงผลการเรียนและแบบรับรองรายการทะเบียนประวัติของคนต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ (ท.ร. 38/1) ระบุว่ายอดเป็นคนสัญชาติพม่า ทั้งที่นายยอดยังมีสถานะเป็นคนไร้สัญชาติ เพราะยังมิได้รับการรับรองสิทธิในสัญชาติพม่าโดยนายทะเบียนราษฎรพม่า
  3. ยอดมีหลักฐานของการอาศัยอยู่ในประเทศพม่าในช่วงปี พ.ศ. 2531-2537 โดยเพิ่งได้สำเนาสมุดบันทึกการเกิดที่ได้รับการบันทึกโดยผู้นำหมู่บ้านเผ่าปะหล่องที่อยู่กับนายแม่ลี
  4. หลักฐานการอาศัยอยู่ในประเทศไทยในขณะนี้ที่ยอดมี คือ (1) แบบรับรองรายการทะเบียนประวัติของคนต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ (ท.ร. 38/1) (2) หลักฐานการศึกษา (3) บัญชีธนาคารออมสิน และ (4) พยานบุคคลจำนวนไม่น้อยที่เป็นบุคคลที่น่าเชื่อถือได้ เช่น คุณครูวารี โพธิ์สวัสดิ์ และ รองผู้อำนวยการโรงเรียนฤทธิณรงค์รอน อาจารย์สุรภี โสภา เป็นต้น
  5. ที่อยู่ตามทะเบียนราษฎรเป็นที่อยู่ของโรงงานพลาสติกรุ่งเรืองถาวร แต่ที่อยู่จริงเป็นบ้านที่อยู่กับเพื่อนใกล้ๆ มหาวิทยาลัยบูรพา
  6. บ้านเลขที่ 41 แขวงบางแคเหนือ เขตบางแค กทม. เป็นที่อยู่ของอาจารย์สุรภี โสภา รองผู้อำนวยการโรงเรียนฤทธิณรงค์รอน ซึ่งเคยเป็นอาจารย์สอนภาษาไทยของยอดเมื่อครั้งที่อาจารย์สอนอยู่โรงเรียนนวลนรดิศ โดยได้ให้ความช่วยเหลือแก่ยอดและให้ใช้ที่อยู่ในการรับส่งจดหมาย
  7. ผู้เขียนมีความเห็นเรื่องเงื่อนไขในการขอแปลงสัญชาติตามพระราชบัญญัติสัญชาตินั้น กรณีการที่เคยทำความดีแก่ประเทศหรือทำนายประโยชน์แก่ทางราชการนั้น กรณีของยอดซึ่งเป็นผู้ที่มีความโดดเด่นในด้านการทำกิจกรรมต่างๆไม่ว่าจะระดับโรงเรียน ระดับจังหวัด หรือระดับประเทศ แต่การได้รับรางวัลต่างๆ อาจจะไม่พอพิสูจน์ว่าได้เคยทำความดีแก่ประเทศ เนื่องจากเป็นการแข่งขันหรือประกวดในความสามารถส่วนตัวของยอด แต่หากจะพิสูจน์ว่าได้ทำนายประโยชน์แก่ทางราชการนั้นจะมีความเป็นไปได้มากกว่ามาก เนื่องจากยอดเป็นแกนนำและวิทยากรในการเผยแพร่ความรู้เรื่องกฎหมายสิทธิ ซึ่งเป็นโครงการของกระทรวงยุติธรรม อีกทั้งเป็นคณะกรรมการบริหารงาน สภาเด็กและเยาวชน กรุงเทพมหานคร และเป็นหัวหน้ากลุ่มบริหารงานด้านการศึกษา ศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรมของสภาเด็กและเยาวชน กรุงเทพมหานคร โดยจะได้รับเงินงบประมาณในการจัดค่ายและกิจกรรมต่างๆที่เป็นไปเพื่อประโยชน์ของเด็กและเยาวชนไทย
  8. หลังจากการพูดคุยกับนายยอด ผู้เขียนเห็นว่ายังมีหลายข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่นายยอดจะต้องนำมาใช้หรือหาข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับตนเองดังนี้ เรื่องสมุดไขที่บันทึกเกี่ยวกับการเกิดโดยผู้นำหมู่บ้าน, หนังสือรับรองการเกิดโดยอาจตรวจสอบกับนายแม่หรือทางโรงพยาบาลให้แน่ใจว่าไม่มี หรือมีแต่ไม่ได้ขอ, เรื่องบัตรประจำตัวที่ออกโดยรัฐพม่าของนายแม่ลี, หลักฐานเกี่ยวกับทะเบียนประวัติของนายเอื้อย ปอง, รายละเอียดเกี่ยวกับปู่ย่าตายายของยอด, รายละเอียดเกี่ยวกับนายหมอที่ทำคลอดให้ยอดว่าชื่ออะไร ที่อยู่ ชื่อโรงพยาบาลที่เกิด ที่อยู่ และรายละเอียดเกี่ยวกับนายหนาน นายพ่อบุญธรรมของยอด หากข้อมูลใดมีแล้วหรือมีข้อมูลใดที่ไม่จำเป็น ต้องขออภัยมา ณ ที่นี่ด้วยนะคะ

------------------------------------------------

 



[1] นายยอด ปอง เป็นกรณีศึกษาที่ร้องมาที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตั้งแต่วันที่?? ตามแฟ้มคำร้องที่??

นอกจากนี้ นายยอด ปอง ยังอาสาที่จะเป็นผู้จัดห้องเรียนสอนกฎหมายเพื่อเด็กไร้รัฐไร้สัญชาติในโรงเรียนนวลนรดิศวิทยาคม รัชมังคลาภิเษก และ โรงเรียนละแวกใกล้เคียง ถึง 2 ครั้ง ได้แก่ “โครงการอบรมกฎหมายเพื่อคนไร้รัฐ” เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2553 และ “โครงการค่ายกฎหมายเพื่อคนไร้รัฐไร้สัญชาติ: แบ่งปันเพื่อรอยยิ้ม”เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2554 โดยทาง โครงการบางกอกคลินิก (เพื่อให้คำปรึกษากฎหมายด้านสถานะและสิทธิบุคคล) กองทุนศาสตราจารย์คนึง ฦๅไชย คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ให้การสนับสนุนการอบรมกฎหมายทั้ง 2 ครั้ง

[2] นิติศาสตร์บัณฑิต (ธรรมศาสตร์), LL.M. (Master in Laws), School of Law, Trinity College, University of Dublin, Ireland สมาชิกโครงการบางกอกคลินิกฯ กองทุนศาสตราจารย์คนึง ฦๅไชย คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

[3] จากการสรุปจากแบบสอบถามที่ทำโดยนายยอดปองเองเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ.2554 และการสอบปากคำเพิ่มเติมโดยนางสาวปวีณา โกศลจิตกุล เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2554 ณ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลพระรามสอง