การทำงานของพยาบาล ผมไม่ทราบว่าในโลกนี้เค้าเหมือนกับประเทศเรามั๊ย เหมือนที่ต่างจังหวัดมั๊ย พวกเราใช้ชีวิต ผ่านวันผ่านคืน ผ่านสัปดาห์ ผ่านเดือนมาดูรวดเร็วมาก แป๊ปๆ ก็สิ้นเดือน

ชีวิตอย่างนี้เรียกว่าลำบากใช่หรือเปล่า

ในยามที่ภาระงานมาก คนไข้มากมาย ปัญหามากล้น

แต่จริงๆ แล้วก็ได้เงินนะ อายุอย่างนี้สี่สิบแล้วหากมีงานรายได้ดีขนาดนี้ เราเองก็ไม่ได้แบกหามอะไร เพียงแค่งานที่ต้องตรำตรากหน่อย ก็น่าจะอภัยได้นะ คิดอีกทีว่าหากเราป่วยเราทำไม่ไหวก็ไม่ต้องทำแล้ว รพ.ก็ยังให้บริการกันได้ต่อไป แบบนี้จะเห็นได้เลยว่า รพ.ขาดเราได้

ตรงนี้แหละน่าสนใจ ฉะนั้นการทำงานนั้นเราควรที่จะต้องมีความสุขเท่านั้นและผ่านภาระอันยากลำบากไปแบบสวยงาม อย่างนี้น่าจะถูกต้องที่สุด พูดไปก็ยังวนกลับมาในจุดที่เราจะต้องทำนะ งานตรงไหนที่เป็นคีย์คือไม่ทำไม่ได้ตรงนี้ก็ทำ ตรงอื่นก็จัดตามลำดับความสำคัญไป..คือมีเวลาก็เพิ่มให้สมบูรณ์ทำนองนั้นนะครับ

 เมื่อเราทำแบบนี้แล้ว เราก็จะผ่านวัยสาวเข้าสู่วัยของผู้ใหญ่ได้อย่างไม่เปลืองสุขภาพมากนัก (ไม่แก่ก่อนวัยหรือเป็นสาวพันปีนะ) เนื่องจากเราฉลาดในการใช้สุขภาพนั่นเอง

 การเสนอแนวทางอย่างนี้ดูเหมือนว่าเห็นแก่ตัว จริงๆ ก็น่าจะพูดว่าเอาตัวเองให้รอดก่อน จากนั้นจึงจะเจริญก้าวหน้านั่นเอง

ที่ผมได้เล่าให้ฟังนี้ ก็เรื่องราวเก่าๆ แฟนทำงานไม่เป็นเวล่ำเวลา เวลาพักผ่อนน้อย การจะได้อยู่กันบเป็นครอบครัวนั้นสามารถทำได้แต่ก็เป็นวันที่คุณแม่ง่วงเหงาหาวนอน

 พยาบาลหลายท่านก็เลือกที่จะเบี่ยงหน้าที่การงานกันไป แบบเลี่ยงไปสบาย สภาพเป็นอย่างที่พูดจริงๆ สภาพมันบังคับนะ พูดก็เข้าใจเค้านะ

ในภาวะปกติงานก็ต้องทำงาน บ่ายๆ เช้าๆ ดึกๆ อ๊อฟๆ ...

ยังมีงานเสริมเวรเช้าไปอีก ออกเจาะเลือด ออกคลินิก ...

ส่วนเวรเช้าที่พอจะได้บ้างหลายครั้งก็ให้ท่านที่อาวุโสมากที่สุด แต่ในเวที คนอายุน้อยสุดก็ สามสิบห้าแล้วมั๊ง ...

ฉะนั้นก็จะต้องได้เขียนได้บอกกล่าวกันเพื่อที่จะได้หาทางออก เพื่อให้ครอบครัวดูว่ามันเป็นครอบครัวกันบ้างนะ ท่านหัวหน้าเองก็ไม่ได้ทำงานขึ้นเวรมานาน เอาแต่เขียนตารางเวร มันไม่มีทางรู้หรอกว่าในสภาพจริงๆ นั้นลำบากมากมายแค่ไหน พูดไปก็ไม่มีใครช่วยได้หรอก ก็เลยได้มาคิดมาบอกทางออกสำหรับคนทำงานที่ชาญฉลาดกัน คงมีอีกมากมายนะ ก็บอกกล่าวกันได้ ดูจากบันทึกเป็นการระบายความทุกข์นะ จริงๆ ก็เข้ากันกับชื่อบล็อกเพราะว่า ทุกข์บางสุขก็มากขึ้นนั่นเอง