ดิฉันได้เล่าไว้ในตอน ‘ชื่อนั้นสำคัญไฉน’ ว่า โรงเรียนกงไกรลาศวิทยา ได้จัด STAFF OFFICE และที่นี่ไม่มีห้องพักครู ตามข้อเสนอที่ได้จากการบริหารแบบถามท่าเดียวของดิฉัน เป็นอันว่าตอนนี้ กลุ่มภารกิจจัดการเรียนรู้(โรงเรียนเล็ก)แต่ละระดับชั้นต่างก็มีห้องสำนักงานเป็นของตนเอง มีนักเรียนกลุ่มอายุเดียวกันในจำนวนที่ชัดเจนเป็นภารงาน มีอาคารสถานที่ปฏิบัติงานเป็นหลักแหล่ง ซึ่งก็คืออาคารที่ตั้งห้องประจำชั้นนักเรียนระดับชั้นนั้นๆ นั่นเอง ดิฉันจัดสรรงบประมาณไปให้ด้วย เรื่องนี้ก็มีรายละเอียดที่จะขอเล่าที่หลัง..
ขนาดของครูแต่ละกลุ่มงานมาจากไหน ไม่ยากค่ะ เอาจำนวนนักเรียนตั้ง หารด้วยครูทั้งหมดของโรงเรียน(ซึ่งขณะนั้นครูขาด 22 คน)คูณด้วยจำนวนนักเรียนระดันชั้นนั้นๆ ได้จำนวนครูเรียกว่า ‘คณะทำงานประจำระดับชั้น’ เมื่อได้จำนวนแล้วก็ให้ครูเลือกเข้าระดับชั้นโดยมีเงื่อนไขว่าต้องไม่ซ้ำกลุ่มสาระ ปีแรกก็ซาบซึ้งเลยถึงความร่วมมือ ลองดูภาพสะท้อนต่อไปนี้นะคะ
ชั่วโมงที่สองของการสอนที่ห้องพักครูกลุ่มสาระคณิตศาสตร์ ครูสมศรีซึ่งเพิ่งกลับจากการสอนชั้น ม.2/5 ออกอาการอารมณ์เสีย บ่นถึงเด็กชายสมศักดิ์ซึ่งไม่ได้เข้าเรียนหลายหนแล้ว ครูสมทรงซึ่งสอน ม.1/5 เมื่อปีที่แล้ว เคยรู้สึกระอาเด็กชายสมศักดิ์มาแล้ว จึงเสริมว่า จริงด้วย จากนั้นบ่นต่อไปอีกยืดยาวเพราะอัดอั้นมาเป็นปี ใครก็ตามที่อยู่ในบรรยากาศเช่นนี้ คงจะจินตนาการได้ว่าเมื่อครูสมยศซึ่งรับหน้าที่สอน ม.3 ได้ยินเข้าจะรู้สึกอย่างไร การจัดกลุ่มภารกิจของครูและห้องพักครูตามสาระการเรียนรู้นั้น มิได้เอื้อพลังให้ครูได้ใช้ศักยภาพเต็มที่ในการช่วยเหลือผู้เรียนไม่ว่าด้านใดทั้งสิ้น เนื่องจากบรรยากาศแบบกลุ่มสาระการเรียนรู้นั้น ให้ความสำคัญกับสาระวิชา(ในที่นี้คือคณิตศาสตร์)มากกว่าความเป็นมนุษย์(ในที่นี้คือเด็กชายสมศักดิ์และครูทุกคน) การจัดกลุ่มภารกิจแบบนี้ใช้กรอบความคิดที่มีเนื้อหาวิชาเป็นตัวตั้ง ไม่เปิดโอกาสให้ครูได้สัมผัสกับผู้เรียนอย่างมนุษย์กับมนุษย์ และก็ไม่เปิดโอกาสให้ครูได้เสริมพลังของกันและกันในการรับผิดชอบผู้เรียน ที่สำคัญคือทุกคนไม่มีความสุข ไม่ว่าจะเป็นครูสมทรง ครูสมศรี ครูสมยศ แน่นอน ผู้บริหารโรงเรียนก็ไม่มีความสุขด้วย เด็กชายสมศักดิ์คือตัวแทนของความล้มเหลวที่ครูทั้งหลายไม่ต้องการพบ ที่แย่กว่าก็คือครูแต่ละคนต้องเผชิญหน้ากับอุปสรรคปัญหาของตนโดยลำพัง แล้วก็ส่งผ่านอุปสรรคปัญหานั้นต่อไปยังครูคนที่เข้ามารับช่วง โดยไม่มีโครงสร้างให้ครูช่วยเหลือกันเลย ยิ่งถ้าเป็นบรรยากาศห้องพักครูด้วยแล้ว ‘เหนื่อยนัก พักดีกว่า’ เหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นปีแล้วปีเล่ากับนักเรียนคนแล้วคนเล่า และเกิดขึ้นปีแล้วปีเล่ากับครูคนแล้วคนเล่าเช่นกัน จนชาชินและดูดาย
แต่กงไกรลาศวิทยาไม่เชื่อ... ลองดูแบบโรงเรียนกงไกรลาศวิทยาบ้างนะคะ
เหตุเกิดที่ห้องสำนักงานครูกลุ่มงานจัดการเรียนรู้ระดับชั้น ม. 2 ชั่วโมงที่สองของการสอนครูสมศรีซึ่งเพิ่งกลับจากการสอนชั้น ม.2/5 ออกอาการอารมณ์เสีย บ่นว่า ‘เนี่ย นายสมศักดิ์เอาอีกแล้ว หลายหนแล้วนะเนี่ย’ เว้นระยะหายใจหน่อยหนึ่ง ‘สมพร วิชาของเธอมาไหม นายสมศักดิ์น่ะ’ ครูสมศรีถามต่อ ‘เอ๊ ไม่ค่อยนะพี่ ส่วนใหญ่ชั่วโมงเช้าจะไม่ค่อยเห็น เนี่ยเดี่ยวกำลังจะเข้าสอน’ ครูสมพรตอบ ครูสมส่วนซึ่งสอนภาษาไทยและเป็นครูประจำชั้นเด็กชายสมศักดิ์ที่นั่งฟังอยู่เงียบๆ(สบายไหมเล่าคะ ไม่ต้องออกแบบสอบถามด้วย)กล่าวกับครูสมพรว่า ‘พี่.. หนูฝากดูด้วยนะคะ’ ครูสมพรกลับจากการสอนชั่วโมงสามได้แจ้งแก่ครูสมส่วน(แต่ทุกคนใน STAFF OFFICE ได้ยิน)ว่าเด็กชายสมศักดิ์มาเรียนแล้ว เป็นอันว่าครูทุกคนช่วยสังเกตพฤติกรรมอีกทั้งวัน และอาจจะวันอื่นๆ ด้วย ครูสมส่วนรับผิดชอบเด็กชายสมศักดิ์ในฐานะครูประจำชั้น แต่ครูท่านอื่นก็ร่วมรับผิดชอบในฐานะคณะทำงานโรงเรียนเล็ก กลุ่มภารกิจของครูแบบโรงเรียนเล็กในโรงเรียนใหญ่ และห้องสำนักงานอยู่อาคารเดียวกับนักเรียนระดับชั้นที่รับผิดชอบ ได้เอื้อพลังให้ครูได้ใช้ศักยภาพเต็มที่ในการช่วยเหลือผู้เรียนทุกด้าน เนื่องจากบรรยากาศแบบระดับชั้นนั้น ให้ความสำคัญกับความเป็นมนุษย์(ในที่นี้คือเด็กชายสมศักดิ์และครูทุกคน) การจัดกลุ่มภารกิจและมีห้องสำนักงานแบบนี้ใช้กรอบความคิดที่มีคนเป็นตัวตั้ง เอื้อโอกาสให้ครูได้สัมผัสกับผู้เรียนอย่างมนุษย์กับมนุษย์ และยังเอื้อโอกาสให้ครูได้เสริมพลังของกันและกันในการรับผิดชอบผู้เรียนคนเดียวกัน(เรียกกันที่โรงเรียนกงไกรลาศวิทยาว่า ‘รุมเด็ก’)กลุ่มเดียวกันในเวลาเดียวกัน ทุกคนมีเพื่อนร่วมชตากรรม มีความสุข ไม่ว่าจะเป็นครูสมทรง ครูสมศรี ครูสมยศ ครูสมพร ครูสมส่วน รวมไปถึงครูที่ไม่ได้ชื่อ ‘สม...’ ด้วย
บนการเปลี่ยนผ่านความเคยชินเช่นนี้ มีผู้ที่ไม่ยอมเปลี่ยนแปลงบ้างไหม คำถามนี้ดีมากค่ะ มีค่ะ เรื่องนี้ต้องชมบรรดาคนส่วนใหญ่ที่ยินดีก้าวผ่านโจทย์เดิม(ที่ยิ่งแก้ไข ปัญหายิ่งขยายตัว อิรุงตุงนัง) มาจัดกระทำอย่างใหม่ ครูเหล่านี้กล้าหาญมาก เป็นพวก ‘หัวไวใจสู้’ เขาและเธอแสดงให้ดิฉันเห็นว่า เขาเดินทางแล้ว มีพฤติกรรมใหม่แล้ว และอยู่กันได้กับเพื่อนที่ยังไม่พร้อมเดินทางได้เป็นอย่างดี ไม่รอ..แต่ไม่ไล่ ให้เวลากับแต่ละคนในการจัดการตนเอง..
แน่นอน ผู้บริหารโรงเรียนก็มีความสุขด้วย(ดื่มกาแฟสามแก้วแล้วยังไม่หมดวันเลย-ก็ว่างนี่คะ) ที่กงไกรลาศวิทยา เด็กชายสมศักดิ์กลายเป็นตัวแทนของความสำเร็จของครูสมส่วน ครูโรงเรียนเล็ก ม.2 และครูทั้งโรงเรียน โดยที่ครูแต่ละคนรู้สึกว่ามีเพื่อนที่พึ่งพาได้ในยามที่เผชิญหน้ากับอุปสรรคปัญหาของตน สามารถช่วยกันล็อคปัญหานั้นให้นิ่ง ช่วยกันพิจารณาให้ชัด แล้วก็จัดการกับปัญหาได้ด้วยตนเอง(เพราะมีเพื่อนร่วมทาง) จากนั้นก็ส่งต่อข้อมูลไปยังกลุ่มงาน(ระดับชั้น)ถัดไป ห้องสำนักงานแบบนี้จึงเป็นพื้นที่ให้ครูได้ใกล้ชิดลูกศิษย์ของตน อีกทั้งยังเป็นโครงสร้างให้ครูแต่ละคนเสริมแรงกันในการเผชิญหน้ากับอุปสรรคปัญหาของแต่ละคนในช่วงเวลาเดียวกัน แล้วก็ช่วยกันจัดการอุปสรรคปัญหานั้นด้วยความสามารถที่แตกต่างกัน บัดนี้ ปัญหาเก่าๆ ที่เคยเกิดขึ้นปีแล้วปีเล่ากับนักเรียนและกับครูได้สูญสลายไปโดยสิ้นเชิง...
นี่เป็นพฤติกรรมใหม่ หลังจากที่เรามีกลุ่มงานใหม่ มีห้องสำนักงานใหม่ และไม่มีห้องพักครู นับแต่นี้ไป โรงเรียนกงไกรลาศวิทยาจะมีเหตุการณ์ดีๆ เกิดขึ้นปีแล้วปีเล่ากับนักเรียนคนแล้วคนเล่าและกับครูคนแล้วคนเล่าต่อไป