อาจารย์ธงทองใช้น้ำเสียงและสำนวนภาษาที่ไม่ทำให้คนรู้สึกตื่นกลัวมากและแนะนำให้รู้ว่าควรจะปฏิบัติตัวอย่างไร

เหตุการณ์น้ำท่วมกรุงเทพฯ ทำให้งานหลายเรื่องหยุดชะงัก หลังจากที่ไปประชุมงาน R2R2P (อ่านที่นี่) เดิมดิฉันมีภารกิจต้องไปทำหน้าที่กรรมการและวิทยากรในการประชุมวิชาการประจำปีของสมาคมผู้ให้ความรู้โรคเบาหวาน ระหว่างวันที่ ๒๕-๒๖ ตุลาคม ๒๕๕๔ ณ ศูนย์ประชุมสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ หลักสี่ แต่เมื่อมีเหตุเรื่องน้ำจะท่วม เราเลยต้องเลื่อนการประชุมดังกล่าวออกไป ครอบครัวที่กรุงเทพฯ ก็บอกว่าอย่ากลับมาเลยเพราะที่กรุงเทพฯ วุ่นวายมาก

ตกลงวันหยุด ๒๒-๒๔ ตุลาคม ดิฉันอยู่ที่บ้านพัก ณ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ทำงานไปด้วยติดตามข่าวน้ำท่วมทางทีวีและอินเทอร์เน็ตไปด้วยจนดึกดื่น ตีหนึ่งตีสอง ได้งานมากอยู่ ตรวจแก้ต้นฉบับหนังสือได้เกือบ ๑ เล่ม

ข่าวว่าน้ำจะท่วมตรงโน้นตรงนี้ ทำให้คิดว่าตัดสินใจถูกที่ไม่ไปกรุงเทพฯ แต่เมื่อตามข่าวไปเรื่อยๆ และติดต่อพี่น้องเพื่อนฝูงที่อยู่ในหลายพื้นที่ที่ว่าเสี่ยง พบว่ายังไม่มีน้ำท่วมสักที นานเข้าก็รู้สึกว่าข่าวทางทีวีและหนังสือพิมพ์ให้ข้อมูลเพียงบางส่วนเท่านั้น เช่น บอกว่าน้ำจะท่วมเขตลาดพร้าว ก็ไม่รู้ว่าส่วนไหนของเขตลาดพร้าว เราคิดไปเองว่าท่วมทั่วทั้งหมด

ดูข่าวทางทีวีมากๆ ก็เบื่อ เพราะให้ดูแต่ภาพที่น้ำท่วมรุนแรง ทำให้คนตื่นตระหนกและวิตกกังวลกันมาก ข่าวจาก ศปภ. ยิ่งแย่ใหญ่ มีคืนนี้ (๒๗ ตุลาคม) ที่อาจารย์ธงทอง จันทรางศุ เป็นผู้แถลง อาจารย์ธงทองใช้น้ำเสียงและสำนวนภาษาที่ไม่ทำให้คนรู้สึกตื่นกลัวมากและแนะนำให้รู้ว่าควรจะปฏิบัติตัวอย่างไร (แนะนำ ไม่ใช่สั่ง) ที่ผ่านมาครอบครัวของดิฉันก็ไม่ประมาท ตอนนี้ก็ขนข้าวของเท่าที่จะขนได้ไปไว้ชั้นสองแล้ว และมีแผนจะขับรถหนีน้ำไปไกลถึงจันทบุรี
 
ดิฉันติดตามอ่านบันทึกของ ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช อย่างต่อเนื่องทุกวัน (เอาใจช่วยไม่ให้น้ำท่วมบ้านของอาจารย์) ส่วนข่าวทีวี ดิฉันชอบดูและฟังข้อมูลของ ดร.เสรี ศุภราทิตย์ มหาวิทยาลัยรังสิต เพราะเข้าใจง่ายและที่สำคัญข้อมูลนี้บอกว่าแถวบ้านของดิฉันจะท่วมไม่มาก (ปลอบใจตนเอง)

ตอนนี้ดิฉันชักจะอยู่ลำบาก เพราะเตรียมของใช้และเสื้อผ้ามาจากกรุงเทพฯ สำหรับการอยู่ที่นครศรีธรรมราชเพียงสัปดาห์เดียว (น้ำดื่มที่นี่ก็หาซื้อยากเหมือนกัน) จำเป็นจะต้องกลับไปเอามาเพิ่ม รวมทั้ง resources ที่ต้องเอามาเตรียมการเพื่อไปบรรยายที่ดูไบช่วงต้นเดือนธันวาคม จึงคิดจะเสี่ยงเดินทางไปกรุงเทพช่วงสุดสัปดาห์นี้ ลูกสาวบอกว่าแม่ทำเรื่องสวนทางกับชาวบ้าน

ปีนี้ดิฉันอยู่สวนทางกับน้ำ ตอนต้นปีที่น้ำท่วมทางใต้อย่างมาก รวมทั้งที่มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ดิฉันติดอยู่ที่กรุงเทพฯ พอช่วงนี้น้ำท่วมที่กรุงเทพฯ ดิฉันก็อยู่ทางใต้ ถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้สวนทางกันอย่างนี้ตลอดไป

วัลลา ตันตโยทัย