ประเด็นที่น่าสนใจในการจัดโต๊ะหมู่บูชา และการจัดธูปเทียนบูชาพระ, เงินเดือนครู กศน.ตำบล และงบดำเนินงาน โอนมาแล้ว, จะได้รับเหรียญเครื่องราชอิสริยาภรณ์อย่างไรเมื่อไร
สัปดาห์นี้มีเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจ ขอเลือกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ 3 เรื่อง ดังนี้
1. สัปดาหที่ผ่านมา กศน.อ.ผักไห่ปิดทำการเพราะน้ำท่วมเนื่องจากมีความยากลำบาก 2 เรื่อง คือเรื่องการเข้าไปให้ถึงอาคารที่ทำงาน และเรื่องการใช้ห้องสุขา ผมจึงมีเวลาเรียนวิชา “ศาสนพิธีสำหรับครูและผู้บริหาร” ทางเว็บไซต์ GURU Online ต่อ ในบทที่ 2 เรื่อง “การจัดโต๊ะหมู่บูชา” และบทที่ 3 เรื่อง “การจุดธูปเทียนบูชาพระ” มีประเด็นที่น่าสนใจ เช่น
บทที่ 2 การจัดโต๊ะหมู่บูชา
เพิ่งมีการจัดโต๊ะหมู่บูชากันในรัชกาลที่ 3 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์นี้เอง ไม่นิยมตั้งโต๊ะหมู่หันหน้าไปทางทิศตะวันตกเพราะถือว่าเป็นทิศแห่งความดับไม่เจริญรุ่งเรือง ทางราชการนิยมโต๊ะหมู่ 9 ( ถ้านับโต๊ะฐานรองตัวใหญ่สุดด้วยจะมี 10 ตัว ) โดยมีโต๊ะเดี่ยว ( สูงไม่เท่าตัวอื่น ) 3 ตัว วางตรงกลาง และโต๊ะคู่ 3 คู่ วางสองข้าง ถ้าวางพานพุ่ม ให้วางพานพุ่มทองไว้ทางขวาพระหัตถ์ของพระพุทธรูป ( ถ้าเราหันหน้าเข้าโต๊ะหมู่ พานพุ่มทองจะอยู่ซ้ายมือเรา )
นิยมใช้พระพุทธรูปปางมารวิชัย ( ปางชนะมาร : เพื่อป้องกันภยันตราย เสนียดจัญไรทั้งหลาย รักษาคุ้มครองผู้สักการะบูชาให้มีความสุขความเจริญ ) หรือปางประจำวันเกิดของเจ้าภาพ ยกเว้นปางไสยาสน์หรือปางปรินิพพาน )
งานพิธีต่าง ๆ ของโรงเรียนหรือสถาบัน งานเปิดประชุมสัมมนา งานมอบปริญญาบัตร ประกาศนียบัตรหรือวุฒิบัตรต่าง ๆ ให้ตั้งธงชาติมุมหลังด้านขวา และตั้งพระบรมฉายาลักษณ์ด้านซ้ายพระหัตถ์ของพระพุทธรูป กรอบล่างของพระบรมฉายาลักษณ์ไม่ควรสูงกว่าโต๊ะตัวที่ตั้งพระพุทธรูป งานราชการที่ไม่ต้องตั้งธงชาติและพระบรมฉายาลักษณ์คืองานที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯหรือโปรดเกล้าฯให้ผู้แทนพระองค์มาในงาน ส่วนงานที่ไม่ต้องตั้งโต๊ะหมู่บูชา เช่น งานประชุมนานาชาติที่ไม่เกี่ยวกับพุทธศาสนา งานประชุมคณะกรรมการหรือคณะอนุกรรมการ
- ธูป 3 ดอก ใช้บูชาคุณขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า 3 ประการคือ พระปัญญาคุณ พระบริสุทธิคุณหรือพระวิสุทธิคุณ และพระมหากรุณาคุณ ธูปใช้สำหรับเผา เป็นเครื่องเตือนใจเราให้เผากิเลส
- เทียน ใช้บูชาพระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า นิยมจุดครั้งละ 2 เล่มเป็นอย่างน้อย การจุดเทียนทำให้เกิดแสงสว่าง เมื่อได้ศึกษาพระธรรมคำสอนของพระพุทธองค์จนเกิดความรู้ความเข้าใจ เกิดปัญญาขึ้นแล้ว ย่อมกำจัดอวิชชา ความมืด โมหะ ความเขลาเบาปัญญาในใจของเราให้หมดสิ้นไป แสงสว่างเปรียบเหมือนปัญญา ความมืดเปรียบเหมือนโมหะ อวิชชา
- ดอกไม้ ใช้บูชาคุณพระสงฆ์ นิยมใช้ดอกไม้ที่มีกลิ่นหอม พระสงฆ์เป็นผู้ทรงศีล กลิ่นของศีลเป็นกลิ่นที่หอมทวนลมได้ ดอกไม้เป็นสิ่งสวยงาม เมื่อนำมาจัดใส่พานหรือแจกันจะเกิดความสวยงามและเป็นระเบียบเรียบร้อยขึ้น เปรียบเหมือนพระสงฆ์สาวกขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เมื่อบวชแล้วประพฤติปฏิบัติดี ปฏิบัติทางกายวาจางดงามด้วยศีลเสมอกัน เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อยที่น่าเลื่อมใสศรัทธา น่ากราบไหว้
สำหรับการจัดโต๊ะหมู่บูชาเพื่อประดิษฐานพระบรมฉายาลักษณ์ ไม่ต้องมีเสาธงชาติ ไม่ต้องจุดธูปเทียน แต่มีธูปเทียนแพและกรวยดอกไม้ การถวายสักการะ ให้ถวายคำนับแล้วเปิดกรวยที่ครอบปิดดอกไม้ออกแล้วถวายคำนับอีกครั้ง
( แจกันดอกไม้อยู่ด้านหลัง )
บทที่ 3 การจุดธูปเทียนบูชาพระ
การปฏิบัติตนของประธานพิธี
1) ประธานลุกจากเก้าอี้ เมื่อเห็นพิธีกรจุดเทียนชนวนรออยู่ที่บูชา หรือพิธีกรเชิญประธานขึ้นไปยังที่บูชา
2) ถอดรองเท้า ยกเว้นเมื่อแต่งเครื่องแบบไม่ต้องถอดรองเท้า หรือในกรณีที่สถานที่เปียกจะไม่ถอดรองเท้าก็ได้
3) ยืนหรือนั่งคุกเข่าเพื่อจุดธูปเทียน ถ้าโต๊ะหมู่บูชาสูงมากนิยมยืนจุด
4) รับเทียนชนวนด้วยมือขวา จุดเทียนเล่มขวาพระหัตถ์ของพระพุทธรูปก่อน แล้วจึงจุดเทียนเล่มซ้าย ถ้ามีเทียนตั้งอยู่หลายคู่ จะจุดคู่เดียวคือคู่ที่กระถางธูป หรือจุดทุกเล่มก็ได้ ถ้าจุดทุกเล่ม ให้จุดคู่บนก่อน แล้วจึงจุดคู่ล่างลงมาตามลำดับ โดยจุดเป็นคู่ ๆ จุดเล่มที่อยู่ทางพระหัตถ์ขวาของพระพุทธรูปก่อน ตามลำดับแล้วจึงจุดธูป
( ในการจุดเทียน 2 เล่ม อธิษฐานขณะจุดเล่มแรกว่า “ข้าพเจ้าจะประพฤติปฏิบัติธรรม” เมื่อจุดเทียนเล่มที่ 2 อธิษฐานว่า “ข้าพเจ้าจะเป็นผู้มีวินัยในตนเอง” )
5) จุดธูป ถ้าธูปนั้นชุบน้ำมันไว้แล้วสามารถจุดติดได้โดยง่าย ให้จุดได้เลยไม่ต้องถอนธูปมาจุดกับเทียนชนวน และถ้าธูปชุบน้ำมันปักเรียงดอกอยู่ในกระถางธูปเรียบร้อยแล้ว ก็ให้จุดเรียงทีละดอกได้เลยโดยจุดธูปดอกขวาพระหัตถ์ของพระพุทธรูปก่อน แล้วจุดเรียงดอกไปตามลำดับ ถ้าธูปปักเรียงดอกไว้โดยไม่ชุบน้ำมัน ให้ถอนธูปด้วยมือซ้ายมาจุดกับเทียนชนวน จุดติดแล้วส่งเทียนชนวนคืนให้ด้วยมือขวา ปักธูปด้วยมือขวาซึ่งมีวิธีปักธูปลงในกระถางธูป คือ
แบบที่ 1 ปักเรียงดอกเป็นแถวเดียวกัน 3 ดอกเว้นระยะห่างเท่า ๆ กัน เริ่มจากขวาไปซ้าย ( ขวาพระหัตถ์พระพุทธรูป )
ดอกที่ 1 อธิษฐานว่า “ข้าพเจ้าจะดำรงชีพอยู่ด้วยความมีสติปัญญา” ( ปฏิบัติบูชาพระคุณของพระพุทธเจ้าประการที่ 1 )
ดอกที่ 2 อธิษฐานว่า “ข้าพเจ้าจะดำรงชีพอยู่ด้วยความสะอาดบริสุทธิ์จากกิเลส” ( ปฏิบัติบูชาพระคุณของพระพุทธเจ้าประการที่ 2” )
ดอกที่ 3 อธิษฐานว่า “ข้าพเจ้าจะดำรงชีพอยู่ด้วยความรักและความกรุณาต่อสรรพสัตว์ทั้งหลาย ( ปฏิบัติบูชาพระคุณของพระพุทธเจ้าประการที่ 3 )
( แบบที่ 1 เป็นแบบที่นิยมมากที่สุดเนื่องจากไม่ทำให้ไฟที่จุดธูปไหม้ลุกโพลงจนธูปหมดไปอย่างรวดเร็วเกินไป และการบรรจงปักธูปทีละดอกพร้อมกับอธิษฐานในใจ ทำให้กายวาจาใจสงบสำรวมได้ดีกว่า )
แบบที่ 2 ปักรวมกันเป็นกระจุกตรงกลางกระถางธูปทั้งสามดอก ( กรณีที่ธูปมัดรวมกันไว้ทั้ง 3 ดอก ไม่ต้องแกะออกจากกัน )
6) กราบแบบเบญจางคประดิษฐ์ 3 ครั้ง บนผ้าปูหรือหมอนรองกราบ ไม่ควรใช้แท่นกราบเนื่องจากจะไม่ได้เบญจางคประดิษฐ์ คือร่างกาย 5 ส่วนสัมผัสพื้น แต่ถ้าตั้งแท่นกราบไว้แล้ว อนุโลมให้กราบบนแท่นกราบได้
ในกรณีที่มีธงชาติและพระบรมฉายาลักษณ์ตั้งอยู่ด้วย หลังจากกราบพระรัตนตรัยแล้ว การแสดงความเคารพธงชาติและพระบรมฉายาลักษณ์นิยมแบบที่สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติกำหนดขึ้นใหม่ คือ เมื่อประธานกราบพระรัตนตรัยแล้วลุกขึ้นยืน ถอยหลัง 1 ก้าว แล้วคำนับตรงหน้าที่บูชา 1 ครั้งเท่านั้น ทั้งชายและหญิง ทั้งในและนอกเครื่องแบบ โดยไม่ต้องหันหน้าไปทางธงชาติหรือพระบรมฉายาลักษณ์ ซึ่งถือว่าได้แสดงความเคารพต่อธงชาติและพระมหากษัตริย์ไปพร้อมกัน
สำหรับผู้จุดเทียนชนวน คำนับประธานในพิธี ถ้าประธานถอดรองเท้า ต้องถอดรองเท้าด้วย แต่ถ้าประธานสวมรองเท้า จะสวมหรือถอดรองเท้าก็ได้ การสวมรองเท้าจะทำให้การนั่งคุกเข่าเวลาส่งเทียนชนวนทำได้ไม่สะดวก นิยมหงายมือขวาจับใต้เชิงเทียนเพื่อส่งเชิงเทียนให้ประธาน ท่านจะรับเชิงเทียนโดยจับตรงกลางของเชิงเทียนได้โดยสะดวก มือของประธานขณะรับเชิงเทียนอยู่เหนือมือผู้ส่งจึงจะถูกต้องตามระเบียบพิธี
ถ้าประธานยืน ให้นั่งชันเข่า ถ้าประธานนั่งคุกเข่า ควรนั่งคุกเข่าด้วย ส่งเทียนชนวนให้ด้วยมือขวา มือซ้ายถือไม้ขีดไฟเตรียมไว้ ถ้าเทียนดับให้จุดให้ประธานใหม่ เวลาส่งเทียนชนวน ตั้งเทียนชนวนให้ตรงหรือโน้มปลายเทียนหาตัวเองเพื่อไม่ให้น้ำตาเทียนหยดถูกมือของประธาน แล้วถอยห่างออกมานั่งชันเข่าหรือคุกเข่าแล้วแต่กรณี ประนมมือในขณะที่ประธานจุดธูปเทียน
เมื่อประธานพิธีจุดธูปเทียนเสร็จแล้ว รับเทียนชนวนคืนโดยจับที่เชิงเทียนด้านล่างใต้มือประธาน แล้วคำนับประธาน ถ้าเป็นหญิงให้ก้มศีรษะลงเล็กน้อย แล้วดับเทียนชนวน การดับเทียนชนวนให้ใช้กรวยกระดาษหรือกรวยใบตองครอบดับที่เปลวไฟ หรือใช้กล่องไม้ขีดกดทับให้เทียนดับ แต่ไม่นิยมใช้ปากเป่า เสร็จแล้ววางเทียนชนวนไว้ที่โต๊ะฐานรองของโต๊ะหมู่บูชา และถอยห่างออกมา
( ถ้าที่ประชุมจัดให้ผู้ร่วมประชุมนั่งกับพื้น เช่นในพระอุโบสถ ให้กราบแบบเบญจางคประดิษฐ์พร้อมกับประธาน แต่ถ้าผู้ร่วมประชุมนั่งเก้าอี้ พิธีกรประนมมือในขณะที่ประธานกราบพระรัตนตรัย เมื่อประธานกราบเสร็จจะวันทาอีก 1 ครั้ง ก็วันทาหรือจบพร้อมกับประธาน ขณะที่ประธานทำความเคารพธงชาติและพระบรมฉายาลักษณ์ ให้นั่งคุกเข่าวางมือไว้ที่หน้าตัก
ถ้าเป็นงานมงคล เมื่อพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์หรือสวดถึงคำว่า “อเสวะนา จะพาลานัง” ต้องจุดเทียนชนวน ให้ประธานจุดเทียนน้ำมนต์อีกครั้งหนึ่งด้วย )
ในส่วนของผู้ร่วมพิธี ( ผู้เข้าประชุมอบรม )
เมื่อประธานลุกขึ้น เพื่อไปจุดธูปเทียน ให้ทุกคนลุกขึ้นยืนตรง ถ้านั่งกับพื้นผู้ชายให้เปลี่ยนเป็นนั่งคุกเข่าในท่าเทพพนมหรือเทพบุตร ผู้หญิงเปลี่ยนท่านั่งเป็นท่าเทพธิดาหรือท่าราบ
ทุกคนยกมือขึ้นประนมเมื่อประธานจุดเทียนเล่มแรก และประนมมือไว้จนกว่าประธานพิธีจะกราบพระแบบเบญจางคประดิษฐ์ครบ 3 ครั้ง ประธานยกมือขึ้นวันทา (จบ) 1 ครั้ง ผู้ร่วมพิธียกมือขึ้นวันทา (จบ) พร้อมประธานเพียง 1 ครั้งแล้วเอามือลง รอนั่งพร้อมประธาน ( ถ้าผู้ร่วมประชุมนั่งกับพื้น ให้กราบพร้อมประธานด้วย )
2. วันที่ 25 ต.ค.54 มีความคืบหน้า ค่าตอบแทนครู กศน.ตำบล โอนมาแล้ว แต่ค่าครองชีพยังไม่โอนมา ( งบดำเนินงานก็โอนมาแล้ว )
สำหรับเฉพาะจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จากการเรียนถามท่าน ผอ.ดิศกุล และ อ.อรนุช กรุณาให้ข้อมูลว่า เบิกจ่ายและไปโอนเงินให้บุคลากรทุกตำแหน่ง ( ที่เคยได้เงินเดือนเมื่อเดือน ก.ย.54 ส่วนผู้ที่บรรจุใหม่ยังไม่ได้ ) พร้อมกัน ที่ธนาคารเมื่อคืนวันที่ 26 ต.ค. 54 ( วันที่ 27 ต.ค.54 ลองไปถอนเงินดูนะ ธนาคารอาจจะดำเนินการเสร็จแล้ว ) โดย
- พนักงานห้องสมุดจ้างเหมาบริการ อ.อรนุช โทร.ถาม ผอ.ทุกอำเภอว่าจ้างใครต่อบ้าง ถ้าจ้างต่อก็เบิกเงินโอนเข้าบัญชีธนาคารให้แล้ว
- ครูประจำกลุ่ม ครู ปวช. ครู ศรช.ที่ไม่ได้เป็นพนักงานราชการ โอนให้เท่าเดือน ก.ย.54
- พนักงานราชการทุกตำแหน่ง รวมทั้งครู กศน.ตำบล โอนให้เท่าเดือน ก.ย.54 แต่ยังไม่มีค่าครองชีพ
- สำหรับสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ครูพระนครศรีอยุธยา เดือนนี้โชคดี สหกรณ์ไม่หักอะไรเลยแม้แต่ค่าหุ้น เพราะน้ำท่วม จนท.สหกรณ์ทำงานไม่ได้ และก็จะงดหักชำระหนี้เงินกู้ 3 เดือน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของสมาชิก ( แต่เดือนหน้าจะหักค่าหุ้น )
3. วันที่ 27 ต.ค.54 คุณสาคร มีชัย กศน.อำนาจเจริญ ถามผมในเว็บบล็อกนี้ว่า “ได้รับเครื่องราช เบญจมาภรณ์ช้างเผือก (หน้า ๓๑๓ ลำดับที่ ๕๑๔) ไม่ทราบว่ารับเมื่อไหร่อย่างไรครับ”
ผมตอบว่า ส่วนที่เกี่ยวข้องมี 3 ส่วน
1) ประกาศนียบัตรกำกับเครื่องราชฯ เป็นหลักฐานว่าทรงพระราชทานฯให้เรา ฉบับใหญ่กว่า A4 มีตราสวยงาม มีพระปรมาถิไธย ( ลายเซ็น ) ในหลวงด้วย อันนี้จะได้ทุกคน แต่ได้ช้า ถ้าเป็นชั้นต่ำกว่าสายสะพาย ผ่านไปประมาณ 7 ปีถึงจะจ่าย เมื่อถึงเวลาที่จะจ่ายใบประกาศนียบัตรกำกับเครื่องราชฯ
กลุ่มการเจ้าหน้าที่ กศน.จะแจ้งมายังจังหวัดต้นสังกัด ให้ตรวจสอบความถูกต้องของคำนำหน้าชื่อ
ชื่อตัว ชื่อสกุล
แล้วส่งรายชื่อเพื่อขอรับใบประกาศนียบัตรกำกับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ( แบบ
คร 2 ) ไปยัง กจ.
2) เหรียญเครื่องราชอิสริยาภรณ์ สำหรับประดับเครื่องแบบครึ่งยศเต็มยศในวันที่ 5 ธ.ค. ( เสื้อขาวกางเกงกระโปรงดำ ) ต้องส่งคืนเมื่อได้รับเหรียญเครื่องราชฯชั้นที่สูงกว่าในตระกูลเดียวกัน หรือถ้าเสียชีวิตญาติก็ต้องส่งคืน ถ้าอยากเก็บไว้เลยต้องจ่ายเงินแทน โดยเครื่องราชฯของเจ้าหน้าที่รัฐมี 2 ตระกูลคือมงกุฏไทยกับช้างเผือก เราใช้ประดับเพียง 2 เหรียญที่เป็นชั้นสูงสุดของแต่ละตระกูลเท่านั้น ) ระยะหลังจะได้เฉพาะระดับผู้บริหาร/หัวหน้างาน ส่วนผู้ที่ไม่ใช่ผู้บริหาร/หัวหน้างาน ต้องจัดซื้อจัดหาเอง
ประกาศนียบัตรกำกับและเหรียญตามข้อ 1.- 2. นี้ บางจังหวัดเมื่อได้มาก็จะยื่นต่อให้แต่ละอำเภอแต่ละคนเลย บางจังหวัดบางอำเภอก็ทำพิธีให้แต่ละคนรับพระราชทานหน้าพระบรมฉายาลักษณ์
สำหรับผู้ที่ไม่ได้เหรียญสามารถซื้อมาประดับเอง ( ราคาแพง เหรียญละ 1-2 พันบาท ) ได้ตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา หรือวันที่รับพระราชทานจากพระหัตถ์
3) แพรแถบย่อแทนเหรียญ สำหรับประดับเสื้อสีกากี และชุดปกติขาว ( เสื้อขาวกางเกงกระโปงขาว ใส่วันที่ 12 ส.ค., 23 ต.ค. ) เราต้องซื้อมาประดับเอง ( ผู้บริหารบางจังหวัดบางอำเภอก็ใจดีซื้อแจกเรา แต่ส่วนกลางไม่มีส่งมาให้ ไม่ต้องรอ ) สามารถซื้อประดับได้ตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา หรือวันที่รับพระราชทานจากพระหัตถ์



ขอบคุณอาจารย์เอกชัยมากนะคะ ที่ให้ความรู้ในเรื่องต่างๆ โดยเฉพาะเงินเดือนครูกศน.ตำบล ถ้าไม่งั้นแย่แน่ๆค่ะ เพราะต้องเอาไปซื้ออิฐบล็อกมาก่อกั้นน้ำที่บ้านค่ะซึ่งมีราคาแพงมาก เพิ่มขึ้นจากเดิมไม่รู้กี่เท่าเลย โอ้นี่หรือประเทศไทยได้โอกาสขึ้นราคากันเลย
ในเซเว่นฯและโลตัสที่ อ.ผักไห่ มีสินค้าเหลืออยู่ประมาณ 25 % เท่านั้น หลายๆอย่างมีเงินก็ซื้อไม่ได้ครับช่วงนี้ ถ้าน้ำท่วมนานๆเดือดร้อนมากแน่ แต่คิดว่าเดือน พ.ย.นี้ น้ำก็จะเริ่มทยอยลงแล้วนะ
ขอบคุณครับอาจารย์
ดอกอะไรสวยแปลกดี ไม่เคยเห็น
ขอขอบคุรท่าน อ.เอกชัยมากนะค่ะที่ให้ความรู้ในเรื่องต่างๆค่ะ
สวัสดีค่ะ อจ. เอกชัย เป็นความรู้ที่ดีของชาวพุทธ ขอนำข้อมูลไปสอนนักศึกษา รักษาสุขภาพ กาย ใจ ด้วยค่ะ
ยินดีแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันนะครับ


เรียน อ.เอกชัย
28-30 ตุลาคม 2554 ที่ผ่านมา กศน.บางละมุง ชลบุรี ได้มีโอกาสต้อนรับคณะผู้บริหาร ครูอาจารย์ จากทั่วประเทศ ในงานประชุมผู้บริหาร งานกฐินพระราชทาน งานประชุมครูอาสาสมัครฯ เหนื่อยแต่ภูมิใจครับ ขาดตก บกพร่อง ต้องกราบขออภัยพี่ๆน้องๆชาวกศน.ทุกท่านด้วย และผมได้พบท่านผอ.ดิศกุล ท่านยังน่ารักเหมือเเดิม ยอดกฐินเห็นบอกว่า 2 ล้าน 4 แสนบาทโดยประมาณ (หากจำผิดขออภัยด้วยครับ)
เรียน อ.เอกชัย
ขออนุญาตเพิ่มเติมท่านเลขาฯ จัดหนัก(ข้าวเที่ยง)ก่อนเคลื่อนขบวนกฐิน ณ ศูนย์เกษตรวัดญาณฯ
ขอบใจมากครับ
( อยากรู้ว่าประชุมวันที่ 30 ต.ค.54 ว่าไงบ้าง )
สรุปตามที่ผมฟังและเข้าใจนะครับอาจารย์
1.ขอให้ครูอาสาฯ ทุกท่านช่วยผลักดัน พรบ.การศึกษาฯ ให้ผ่านให้ได้
2.ความเข้าใจที่ถูกต้องกับหน้าที่ของครูอาสาฯ(ยังสับสนเยอะมาก)
3.การช่วยเหลือน้ำท่วม เช่น อาสาสมัครฯที่หน้ากระทรวงฯ ทำเนียบ รับเพิ่มอีก ต้องการผลัดเปลี่ยนคนเก่าไปพักบ้าง ได้ค่าที่พักวันละ 800 บาท เบี้ยเลี้ยง 240 บาท ใครอาสาให้ส่งรายชื่อผ่านจังหวัดของตนเองได้เลย..รับเยอะมาก ให้ส่วนกลาง(ท่านรองฯ) ทำเสื่อสีชมพู เขียนคำว่า อาสาสมัคร กศน. ด้านหลัง แจกคนละ 2 ตัวทั่วประเทศ
4.การศึกษาเพื่อพัฒนาอาชีพให้มีงานทำแบบใหม่ ให้ครูอาสาฯเป็นร่วมในการดำเนินการ เช่น นิเทศ ติดตาม การดำเนินงานของหัวหน้าตำบลในพื้นที่ จัดตั้งศูนย์พัฒนาอาชีพชุมชน(ขออภัยถ้าจำชื่อผิด)ในชุมชนและท้องถิ่น โดยให้ประสานกับ ส.ส. ในชุมชนตนเอง เช่น ผู้เรียน กลุ่มเป้าหมาย วิทยากร ให้เป็นรูปธรรมให้ได้ ถ้าเสร็จได้ตามนโยบาย คัดเลือกผู้แทน(ครูผู้จัด)อำเภอละ 3 คน ไปศึกษาดูงานต่างประเทศ...
5.ท่านเลขาฯ ไม่เคยทอดทิ้ง ครูอาสาฯ ตามที่มีเสียงลือเสียงเล่าอ้าง
6.ท่านเลขาฯ จะทำหนังสือเน้นย้ำเรื่อง บทบาท และหน้าที่ ครูอาสาฯ สั่งการอีกครั้ง(เพื่อให้สบายใจ)
7.ครูอาสาฯ อายุ 60 ปี ไม่เกษียณ หากมีแรง ทำต่อไปตามสัญญาและเลิกลาเมื่อทำไม่ได้(พูดเองตอนท้าย)
ขอบคุณครับ(หากผิดเพี้ยนอย่างไร..ขออภัยและเพิ่มเติมให้ด้วยครับผม)
ขอบใจมากอีกครั้ง ครับ
ขอบคุณครับสำหรับความรู้ที่แบ่งปัน