โลกนี้มันก็สม่ำเสมอดีอยู่หรอก ที่มันไม่สม่ำเสมอนั้น เพราะจิตของเราหลงไปอุปาทานมั่น หมายมั่น มันจะดี หรือมันจะชั่ว ก็เพราะเราไปมีอุปาทาน มั่นหมายมัน จากนั้นเราไปแบกมัน มันก็หนัก ความหนักนั้นก็ทำให้เกิดทุกข์ขึ้นมา
![]()
เหนื่อยก็ไม่พัก หนักก็ไม่วาง
โดย : หลวงพ่อชา สุภัทโท วัดหนองป่าพง จังหวัดอุบลราชธานี
![]()
โลกนี้มันก็สม่ำเสมอดีอยู่หรอก ที่มันไม่สม่ำเสมอนั้น เพราะจิตของเราหลงไปอุปาทานมั่น หมายมั่น เสียแล้ว เช่น ต้นไม้ในป่านี้แหละ ต้นนี้มันโตไป ต้นนี้มันเล็กไป ต้นนี้มันสูงไป ต้นนี้มันเตี้ยไป นี่เราก็พูดแต่เรื่องของเรา ต้นไม้มันก็ไม่ว่าของมันยาวหรือสั้น มันก็เป็นของมันอยู่อย่างนั้น
อารมณ์ เกิดมาจาก ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ มันก็เป็นอยู่ของ มันอยู่อย่างนั้น ถ้าจิตมันรู้เรื่องแล้วก็ปล่อย ๆ มันไป ทางตาก็ดี ทางหูก็ดี ทางจมูกก็ดี ทางลิ้นก็ดี ทางกายก็ดี ทางใจก็ดี ถ้าเห็นสภาพมันเป็นอย่างนั้น มันก็ปล่อย รับรู้แล้วมันก็ปล่อยอารมณ์ทั้งหลายนั้น มันก็เสมอกัน ไม่มีอะไรดี ไม่มีอะไรชั่ว
มันจะดี หรือมันจะชั่ว ก็เพราะเราไปมีอุปาทาน มั่นหมายมันเท่านั้น ตัวอารมณ์มันเป็นอยู่อย่างนั้นของมัน ถูกสมมติขึ้นมาในจิตใจของเรา เราก็ไปสำคัญ มั่นหมายว่า มันเป็นที่จิตอย่างนั้น
จากนั้นเราไปแบกมัน มันก็หนัก ความหนักนั้นก็ทำให้เกิดทุกข์ขึ้นมา ทีนี้จะวางก็วางไม่ได้... ทำไมจึงวางไม่ได้ ?
ก็เพราะนึกว่า ของหนักนั้นมันดี คิดว่าวางแล้ว มันจะไม่ได้ดี จึงไม่ยอมวางมัน
อย่างบุรุษคนหนึ่งแบกต้นไม้มา ถามว่าหนักไหม? หนักก็วางมันเสียที่นี่ เขาไม่ยอมวาง เพราะกลัวจะไม่ได้ สิ่งที่ได้จากการวางนั้นมีอยู่ แต่เขาไม่เห็น... มันก็แบกไป ดันไปจนกว่าจะตายนั่นเอง
ขอขอบคุณข้อมูลจาก http://www.dhammathai.org/store/talk/talk8.php
ครูสุภาภรณ์
ครูสุภาภรณ์ พลเจริญชัย
โรงเรียนเทศบาล4(เพาะชำ



