หนังสือชื่อ The Better Angels of Our Nature : Why Violence Has Declined เขียนโดยศาสตราจารย์ด้าน cognitive psychology แห่งมหาวิทยาลัย ฮาร์วาร์ด และเป็นนักเขียนระดับ best seller ชื่อ Stephen Pinker บอกเราว่า ในอดีตไกลโพ้น มนุษย์มีความโหดร้ายรุนแรงกว่าคนในสมัยนี้มาก อ่านบทคัดย่อได้ที่นี่
เรื่องแบบนี้มองได้หลายมุม เราจะเชื่อก็ได้ ไม่เชื่อก็ได้ และมีข้อถกเถียงกันได้มาก แต่ที่ผมว่าน่าสนใจอยู่ที่คำถาม why ในชื่อหนังสือ เพราะมันจะช่วยเจาะลึกเข้าไปทำความเข้าใจธรรมชาติของมนุษย์
ผมได้อ่านหนังสือเล่มนี้เพียงบทเดียว เพราะอ่านฟรี ไม่ต้องซื้อ ผู้เขียนยกเหตุการณ์ต่างๆ มาเล่ามากมายเพื่อชี้ว่า สมัยก่อนมนุษย์นิยมหรือยกย่องความรุนแรง แต่สมัยนี้เรียกว่าความป่าเถื่อน นี่คือคำอธิบายทางวัฒนธรรม ต่อข้อเสนอหลักของผู้เขียน ว่าด้วยอารยธรรมของมนุษย์ทำให้ความรุนแรงลดลง
คำอธิบายทางชีววิทยา ใช้ทฤษฎี survival of the fittest หรือ Darwinian Theory ให้เห็นว่าสัตว์หรือมนุษย์ที่สัญชาตญาณของความรุนแรงสูงกว่าจะอยู่รอดและแพร่พันธุ์ได้มากกว่า
Hobbs อธิบาย ๓ สาเหตุของความรุนแรง (๑) การแข่งขัน (๒) ความขลาดกลัว (๓) ความมีชื่อเสียง
สังคมโบราณและอดีต ขาดกติกาสังคมเพื่อการอยู่ร่วมกัน เมื่อสังคมพัฒนา เกิดกติกาสังคม หรือกฎหมาย (law) ความรุนแรงสู้รบ (war) ก็ลดลง ตามรูป 2.1 ที่อาจเรียกว่าสามเหลี่ยมแห่งสันติ ที่ฝ่ายผู้ไม่เกี่ยวข้อง (bystander) เป็นฝ่ายตั้งกติกา (law) เพื่อห้ามฝ่ายสร้างความรุนแรง (aggressor) กระทำความรุนแรง (war) ต่อฝ่ายเหยื่อ (victim)
ธรรมชาติความรุนแรงของมนุษย์เริ่มก่อนการวิวัฒนาการมาเป็นมนุษย์ ถูกจัดโดยธรรมชาติในสมัยนั้น เมื่อเป็นมนุษย์และค่อยๆ เกิดอารยธรรม ธรรมชาติของมนุษย์ที่มีทั้งความรุนแรงและความอ่อนโยนอยู่ภายใน ก็มีการหล่อหลอมกล่อมเกลาด้วยกระบวนการทางวัฒนธรรมและการเลี้ยงดู (nurture) เลือกให้ธรรมชาติ (nature) ด้านอ่อนโยน ได้มีโอกาสแสดงบทบาทเด่น
ปัจจัยสำคัญคือ social organization หรือการจัดระบบสังคม ซึ่งตัวแรกคือการมีรัฐ มีรัฐบาลปกครองแบบรวมศูนย์ ทำหน้าที่ปกป้องประชาชนหรือสมาชิกของรัฐ ไม่ให้ถูกรังแกข่มเหงปล้นสดมภ์จากบุคคลภายนอก
แต่นักประวัติศาสตร์ William Eckhardt เชื่อว่าความรุนแรงของมนุษย์เพิ่มขึ้น ไม่ใช่ลดลง
ข้อสังเกตส่วนตัวของผม จากชีวิตที่อยู่มาเกือบ ๗๐ ปี ผมรู้สึกมานานแล้วว่าความรุนแรงแบบกายภาพ ในมนุษย์โดยรอบตัวผมลดลงอย่างชัดเจน สมัยผมเด็กๆ การเฆี่ยนตีลูก ลูกศิษย์ หรือลูกน้อง เป็นเรื่องธรรมดา แต่เดี๋ยวนี้ ไม่มีแล้ว สมัยผมเด็กๆ แถวบ้านผมมีเรื่องการฉุดผู้หญิงเป็นประจำ และการปล้น (ภาษาบ้านผมว่า “อุก”) ก็มีอยู่ทั่วไป บ้านพ่อผมก็เกือบโดนโจรอุก ดีแต่มีคนช่วยกันห้ามโจร บอกว่าบ้านนี้เป็นคนดี ขอไว้สักบ้านหนึ่งเถิด
แต่ผมคิดว่า ความรุนแรงเชิงโครงสร้างสังคม ที่ไม่ใช่เชิงกายภาพยังคงอยู่ หรืออาจจะมากขึ้นด้วยซ้ำไป เป็นความรุนแรงแบบที่ซับซ้อนซ่อนเงื่อน รู้สึกยาก เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “ความไม่เป็นธรรมในสังคม”
วิจารณ์ พานิช
๘ ต.ค. ๕๔
ผมคิดว่าความรุนแรงไม่ได้ลดลง เพียงแต่เปลี่ยนไป
สาเหตุที่คนปล้นฉุดน้อยลง เป็นเพราะสมัยนี้ตำรวจมีมากขึ้น สมัยก่อนตำรวจน้อย(จำนวน ตร. และจำนวน โรงพัก) ,
คนสมัยนี้มีชีวิตที่สบาย(ตามทฤษฏีชีววิทยาแล้ว คนน่าจะมีความรุนแรงน้อยลง) แต่กลับไม่ใช่ คนกลับชั่วกว่าเก่าเช่น ฉุดแม้แต่คนแก่ (รุนแรงและไร้ความปราณี จิต)
ผมคิดว่าความรุนแรงไม่ได้ลดน้อยลงเลย
---> มนุษย์ออกแรงน้อยลง แต่ใช้เครื่องทุ่นแรงที่รุนแรงกว่า