พ่อเด็กทราบ ตั้งแต่แรกเกิดแล้วว่าต้องแจ้งเกิดให้ลูก แต่ที่ยังไม่ไปดำเนินการเพราะเป็นห่วงว่าจะมีผลตอนที่ภรรยาจะทำเรื่องเดินทางไปประเทศที่สาม จนระยะเวลาล่วงเลยมา 3 เดือนเศษ

จันทราภา นนทวาสี จินดาทอง, บันทึกภายใต้โครงการศึกษาวิจัยและให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายเกี่ยวกับสิทธิเด็กและผู้ด้อยโอกาสในชุมชนชายแดนไทย-พม่า คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประจำปีการศึกษา ๒๕๕๖, เมื่อเดือนกันยายน ๒๕๕๔

            เด็กชายศรัณญ์ คีรีบุปผา เกิดเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2554 ที่โรงพยาบาล ARC มีเอกสารรับรองการเกิด ทร.1/1 ในศูนย์พักพิงชั่วคราวบ้านนุโพ เป็นบุตรชายคนแรกของนางซานดา ซึ่งเป็นบุคคลที่อาศัยอยู่ในศูนย์พักพิง กับนายไนท์ คีรีบุปผา ชายสัญชาติไทย อยู่บ้านเลขที่ 99 หมู่ 10 (บ้านเลตองคุ) ตำบลแม่จัน อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก

            เด็กชายศรัณญ์ เข้ารับการรักษาตัวครั้งแรกที่โรงพยาบาลอุ้มผางหลังจากคลอดได้ 5 วัน มีเลขประจำตัวผู้ป่วย HN 56498 ในวันที่ 5 กรกฎาคม 2554 ด้วยอาการตัวเหลือง ต้องทำการฉายแสงรักษาเด็กตัวเหลืองเป็นเวลา 3 วัน  แต่เนื่องจากเด็กยังไม่ได้รับการแจ้งเกิดจึงไม่มีเลขประจำตัวประชาชน และไม่มีสิทธิในการรักษาพยาบาล ทางโรงพยาบาลอุ้มผางจึงออกบัตรขาวเพื่อเข้าถึงการบริการสุขภาพให้กับเด็กชายศรัณญ์

            จากการสอบปากคำ นายไนท์ ผู้เป็นบิดา จึงทราบว่า ตั้งแต่แรกเกิดทราบแล้วว่าต้องแจ้งเกิดให้ลูก แต่ที่ยังไม่ไปดำเนินการเพราะเป็นห่วงว่าจะมีผลตอนที่ภรรยาจะทำเรื่องเดินทางไปประเทศที่สาม จนระยะเวลาล่วงเลยมา 3 เดือนเศษ

ตอนนี้ นายไนท์ต้องการแจ้งเกิดให้บุตรชาย ผู้เขียนจึงปรึกษากับปลัดสุระวุธ หัวหน้าผู้รับผิดชอบศูนย์พักพิงบ้านนุโพ ทำให้ทราบว่าการแจ้งเกิดย้อนหลัง ต้องมีการสอบปากคำเพิ่มเติม จึงแนะนำให้นายไนท์ติดต่อสอบถามรายละเอียดการแจ้งเกิดย้อนหลังจากเจ้าหน้าที่ทะเบียนประจำศูนย์พักพิงบ้านนุโพ