ซื่อกินไม่หมด คดกินไม่นาน เป็นสุภาษิตคำพังเพยที่ยังใช้ได้ดีในความรู้สึกของดิฉัน มีเรื่องที่พบด้วยตัวเองเรื่องความซื่อสัตย์ มาแบ่งปันค่ะ

      เมื่อวานดิฉันแวะไปซื้อของที่ตลาดนัดอู่ยา ระหว่างเดินทางกลับบ้าน ได้ยินแม่ค้าผลไม้คนหนึ่งเรียก "พี่...พี่...พี่แวะเอาฝรั่งไปด้วย...เมื่อสองสามอาทิตยที่แล้วพี่ซื้อฝรั่งสองกิโล จ่ายเงินแล้วฝากไว้ แล้วพีไม่ได้มาเอาไป ตอนนั้นหนูขายอยู่ที่ตลาดสวนน้ำสมอรุณ...หนูจำพี่ได้"

      เหตุการณ์นี้ดิฉันประทับใจมาก ได้เห็นความซื่อสัตย์ของแม่ค้าผลไม้คนนี้ ซึ่งในความเป็นจริงดิฉันจำเขาไม่ได้ และลืมเรื่องนี้ไปแล้ว... เพราะในวันที่ซื้อฝรั่งแล้วลืมเอาไปนั้น ได้แต่คิดว่าจะกลับไปเอาก็มาไกลแล้ว และคิดว่าราคาเพียงห้าสิบบาทคงไม่คุ้มค่าน้ำมันรถ และเสียเวลาที่จะกลับไปเอา...

      เมื่อวานนี้ที่แม่ค้าให้ฝรั่งดิฉันสองกิโลกรัม เป็นฝรั่งใหม่ที่เขาขายอยู่ ดิฉันดูราคาที่ป้ายติดไว้กิโลกรัมละ ๓๕ บาท สองกิโล ๗๐ บาท แต่เมื่อวันก่อนที่ซื้อและไม่ได้นำกลับไปนั้นและเขาคงขายไป กิโลกรัมละ ๒๕ บาทสองกิโล ๕๐ บาท ดิฉันได้ให้เงินแม่ค้าเพิ่มอีก ๒๐ บาท ทั้งที่น้องแม่ค้าก็จะไม่ยอมรับ...บอกว่าไม่เป็นไร...ดิฉันได้ชื่นชมน้องแม่ค้าคนนี้ว่าน้องเป็นคนดี และซื่อสัตย์...และบอกว่าพี่ขอเป็นลูกค้าประจำตลอดไป...เพราะเขาซื่อสัตย์และจิตใจดี เข้าทำนอง ซื่อกินไม่หมด...นะคะ

      คิดถึงเรื่องนี้ คิดถึงคำพังเพยที่ว่า"ซื่อกินไม่หมด คดกินไม่นาน" ทำให้เห็นว่า คนในสังคมไทยเราไม่แล้งความดี ยังมีคนดีที่สัตย์ซื่ออยู่อีกมาก และหากว่าเราไม่ทอดทิ้งคนดี ทั้งการให้กำลังใจ การชื่นชมในความดี ดิฉันเชื่อว่า...คนดีๆเหล่านี้ก็จะมีกำลังใจที่จะเป็นคนดีของสังคมตลอดไป....