จดหมายถึงครู l เพราะกุศโลบายครูถึงเจริญ วันเสาร์ ที่ ๑๕ ตุลาคม ๒๕๕๔ เวลา ๒๓.๐๖ น (เวลาบันทึก) กราบสวัสดีค่ะครู       วันนี้มีอะไรเกิดขึ้นกับติ๋วที่ยากจะหาคำอธิบาย ตั้งใจกับตนเองตั้งแต่ก่อนนอนจะไปให้ทันที่วัดใส่บาตร ตื่นก็ตั้งแต่ตีสอง เขียนบันทึกเสร็จตีสาม เสื้อผ้าไม่แห้งดี รีดให้แห้งตีสี่ได้ออกเดินทาง นั่งหลังพวงมาลียก็เริ่มสวดอิติปิโสอย่างที่ครูเคยแนะไว้ ขับๆไปจิตมันหลอกคือ ขับรถออกไปตั้งไกล แต่นึกขึ้นมาว่า “โทรศัพท์ไปไหน นึกไม่ออกหาข้างๆไม่เจอ ทั้งๆที่คอนออกได้ยินเสียงตั้งเตือน ตัดสินใจย้อนกลับไปเอาตอนตีสี่กว่ายี่สิบกว่ากิโลเมตร ไปกลับก็ไม่ใช่น้อยใช่ไหมครู ระหว่างย้อนไปเห็นทุกข์ชัดมากที่มันยืนเจ้าแท่งสี่เหลี่ยมที่เรียกว่า “โทรศัพท์” แล้วก็มีอีกเสียงบอกว่า “อย่างแกต้องให้มันเจ็บแบบนี้แหละถึงจะจำ” พอถึงสี่แยกสามเหลี่ยมตรงทางลอดอินโดจีน เสียงตั้งเตือนดังขึ้นเบาจากกระโปรงหลังนึกขึ้นได้แทบกรี๊ด ยิ่งสวดดังขึ้น ตั้งใจกลบเสียงความคิดที่ตอกย้ำว่า “ตีห้าแล้วสายแล้ว” ศีลข้อสี่และข้อหนึ่งด่างพร้อย บึ่งมาเรื่อยๆ พร้อมสวดอิติปิโสแบบดัง มาถึงวัดเจ็ดโมงเกือบจะแปดโมงมาถึงเร็วกว่าคราก่อนนิดหน่อยแต่ยังดีไม่พอรู้ในตนเอง ส่ง SMS. แจ้งครูจากครั้งก่อนเมื่อวันที่ ๑๒ -๑๓ พ่นพิษใส่ครูไปเยอะด้วยความโง่แท้ ครูไม่ได้เอาคืนแถมยังใช้เป็นกุศโลบายสอน ก็ครูไล่แล้วไล่อีก ว่าจะไม่สอน ไม่ต้องเรียกว่าเป็นครูอีก รู้สึกเสียใจคร่ำครวญทุกข์ ปวดหัว จากเดิมทุกข์อยู่แล้วทุกข์หนักเข้าไปอีก เมื่อก่อนเกาะครูมากไป สบาย แต่ไม่ภาวนา นั่งชื่นชมสมบัติครูพอกิเลสถูกตีหัวคร่ำครวญ แต่ครูค่ะ ติ๋วไม่คิดจะไปไหน รู้แต่ว่าจนตรอกเลยตั้งใจภาวนา หาทางนั่งนึกที่หลวงปู่และครูเมตตาบอก จึงนำมาทำไปเรื่อยไม่ค่อยได้เรื่องก็ทำ สวดอิติปิโส ทุกขณะที่ดำรงอยู่ พอถึงวัดเดินเจอครูที่วิหารดีใจ ได้ร่วมทอดกฐินสำหรับติ๋ว กฐินเป็นกำไร ตั้งใจกับตนเองคือ มาภาวนา พอช่วยดูความเรียบร้อยในครัวเหลืออะไรไม่มากและมีผู้รับผิดชอบอยู่แล้วจึงเลี่ยงมา พยายามภาวนาแต่ก็ง่วง เอาสุดท้ายระลึกถึงคำสอนหลวงปู่แล้วลองทำ ก็ยังไม่ค่อยเวิร์ค สุดท้ายทำตามคำแนะนำสุดท้ายไม่หายง่วงก็นอน งีบไปตื่นมานั่งใหม่แล้วก็กวาดใบไม้ ตั้งใจว่าทานอรงกายให้ยายชีและครูได้เดินผ่านทางที่สะอาด เพียร.ทำทาน รักษาศีล ปฏิบัติภาวนา ตามคันบองที่หลวงปู่ชี้แนะและครูนำพา ฝึกศีล สมาธิและปัญญา กวาดๆไปสวดอิติปิโส แว๊บพิจารณาแบบครูช่วยยกตัวอย่าง กวาดพื้น กวาดกิเลส กวาดจนกว่าจะไม่มีให้กวาด คือ ไม่เกิด ไม่เกิดคือไม่ทุกข์ สาธุค่ะครู       บ่ายสามได้เดินจงกรม พร้อมอิติปิโส ข้างในเงียบ แถมได้คำตอบของงาน รับรู้กับตนเองเลยว่า ได้รางวัลแล้ว แม้ไม่มากแต่นี้คือ ห้องเรียนใหญ่

ศีลวันนี้เดินไปหยิบน้ำพระอาจารย์ แม้จะขอแล้วก็ยังรู้สึกติดใจอยู่ ศีลข้อ๑และ๒ด่างพร้อย ไม่ได้แย่ง แฟนใคร ศีลขอสามพอเอาตัวรอด ไม่ค่อยคุยกับใคร ศีลข้อสี่ ไม่ค่อยได้พูดกับใครนักรู้สึกจะด่างพร้อยน้อย ศีลข้อห้า ไม่ดื่มเหล้าแต่สติก็ไม่มากนัก แต่พอสวดอิติปิโสแล้ว ใจสบาย มีสติถี่ขึ้น….สาธุค่ะครู