วันเสาร์ที่ ๑๕ ตุลาคม ๒๕๕๔ เวลาบันทึก๑๘.๑๒ น.

ประมาณสี่โมงกว่าเกือบจะห้าโมง หลังเดินจงกรมไปพักใหญ่ได้ยินเสียงคุณยายกวาดพื้นระลึกว่า "ฮึ ฝนหยุดแล้วรึ เราควรกวาดช่วยท่านนะ"

จึงยกมือสาธุแล้วก็ออกจากทางจงกรมมากวาดต่อตรงทางที่กวาดค้างไว้ กวาดไปเรื่อย ๆพลางชำเลืองมองว่า

"รบกวนครูหรือคุณยายชีหรือไม่การกวาดบนความตั้งใจให้ทั้งคุณยายชีและครูได้เดินสะดวก สะอาดหูสะอาดตา แต่ต้องไม่รบกวนท่านทั้งสอง"

สักพักแว่วเสียงสวดมนต์คุณยายดังขึ้น ติ๋วจึงวางมือเก็บไม้กวาดทันที เดินมาล้างเท้าเข้ากุฏิไม่ทันจะได้นั่งได้ยินเสียงครูเรียก  ระลึกว่า

"สงสัยท่านรออยู่"

ครูพาเดินออกไปข้างนอกพรางถามว่า "เป็นยังไง"

"สบายขึ้นค่ะพอสวดอิติปิโสไว้แล้วเห็นอะไรชัดขึ้น"

"เหมือนมันนิ่งขึ้น คิดงานออกด้วยเหมือนได้ปัญญา แต่มีจังหวะหนึ่งที่บีบที่หัวเหมือนจะแตก"

เล่าพรางตื่นๆช่วงเงียบข้างในก็เริ่มสวด แล้วเอ่ยต่ออีกว่า

"เหมือนได้วิหารธรรมของตนเอง"

ครูเตือนสติว่า "ทำไมต้องใช้คำเริ่ดหรู"

"ขออภัยเจ้าค่ะ เหมือนท่องแล้วมันสบาย"

"แต่ที่เหลือก็ไม่มีอะไรแล้วค่ะ มีแต่ข้างในมันสวดๆๆ"

เราเดินเงียบกันไปพักหนึ่ง ข้างในติ๋วก็เริ่มสวด ครูบอกว่า

"ไปหยิบหนังสือสวดมนต์ที่ศาลา ๔ ไม่ต้องเผื่อพี่ วันนี้ทำวัตรเองข้างใน"

"เจ้าค่ะ"

ใจระลึกว่าดีจัง เพราะเดินตอนแรกๆยังคิดเลยว่าถ้าเดินไปเรื่อยๆไม่ลงไปทำวัตรรวมเลยคงจะดี ครูท่านเมตตามาให้คำตอบแบบไม่ต้องถาม 

"พรุ่งนี้ถ้าคุณยายออกมาทำกับข้าวเราก็ออกมาช่วย แต่ถ้าท่านทำอยู่ข้างในเราก็ช่วยข้างใน"

"เจ้าค่ะ"

 ครูเว้นไปสักพักแล้วเอ่ยว่า

"ทำไปเรื่อยๆอย่าหยุดแล้วจะเห็นผลเองใช่ไหม" 

"ใช่เจ้าค่ะ"

ระลึกกับตนเองว่าเห็นผลแม้ไม่มากมาย แต่พอเข้าใจว่า ทำแบบนี้แหละไม่ผิด ไม่ยาก ทำได้ตลอดเวลาเลย ไม่ต้องมีลีลา ไม่ต้องมีสถานที่ ทำได้ทุกที่

"น้ำหยิบที่กุฏิพี่ได้เลยไม่ต้องขอ"

"เจ้าค่ะ"

จึงยกมือสาธุขอบพระคุณท่าน แล้วท่านก็เมตตารับ

ครูท่านคือสุดยอดครูจริงๆ ทั้งชี้ ทั้งแนะ ทั้งลาก ทั้งจูง 

ก่อนหน้านี้พูดไม่ฟังท่านไล่หนี 

แต่พอศิษย์น้อมเอาคำครูมาปฏิบัติก็เห็นผล

แล้วครูก็ให้โอกาสได้เรียนรู้.....

สาธุเจ้าค่ะ