เย็นวันเสาร์ ที่ ๑๕ ตุลาคม ๒๕๕๔ เวลา๑๗.๓๑น.เวลาเขียนบันทึก

   ประมาณ ๑๑ โมงกว่า ๆเดินเข้ามาฝั่งกุฏิแม่ชี มองเข้าไปในป่า รู้สึกสงบสงัด เดินเข้ามากับน้องพัช แต่ภายในพยายามบริกรรม อิติปิโส รู้สึกข้างในมันเป็นอึดอัดมีก้อนแน่น ๆ บริกรรมไว้ปลอดภัยกับตนเอง

จัดแจงทำความสะอาดถูกุฏิน้องพัชก็แยกไปทำความสะอาดอีกกุฏิหนึ่ง เสร็จเรียบร้อยนั่งลงเขียนบันทึก ความรู้สึกทุกข์บีบคั้นเมื่อเช้า ระหว่างเขียนหรือคิด คำบริกรรมไม่ได้สวด ก็จะจดจ่ออยู่กับสิ่งที่ทำแล้วชำเลืองดูลมบ้างเป็นระยะๆ สักพักน้องพัชมาหา บอกว่า ฝนตกจะไปย้ายรถ จึงให้ยืมร่มไปใช้ เห็นน้องแล้วใจก็ระลึกถึงคำครูว่า

 "คนเดียวก็คล่องตัวหลายคนก็มีเพื่อน"

เป็นสิ่งที่ต้องเรียนรู้  ความอึดอัดยังอยู่ เห็นน้องเข้ามาแล้ว เก็บร่มแล้วแยกไปภาวนาที่อีกกุฏิ สักพักครูโทรมาบอกว่า

"ให้ช่วยไปถือน้ำ"

ท่านบอกว่าสักพัก พอเดินไปเห็นรองเท้าจึงลองเรียกถามจึงไปไปช่วยกัน 

โดยส่วนตัวชอบไปไหนมาไหนคนเดียวสบายดี แต่จะมีเพื่อนก็ดีไปอีกแบบอย่างที่ครูเอ่ยว่า ต่างกรรมต่างวาระ แต่ทุกอย่างก็คงดำเนินไปตามเหตุและปัจจัย จะว่าไปชีวิตในโลกนี้เราเลี่ยงสังคมไม่ได้ เลี่ยงโลกธรรม๘ ไม่ได้

ไม่มีว่าอยู่ที่ไหน สำคัญที่ว่า

"เรารู้ตัว รู้ตื่นอยู่หรือไม่ มีสติประคองจิต อย่าให้กิเลสมันครอบงำ"

สำคัญที่ตรงนี้ เพราะทุกสิ่งที่มาเดี๋ยวมันก็ผ่านไป มีเกิดมีดับ มีทุกข์ บังคับไม่ได้ มันก็เป็นเช่นนั้นเอง