มารบ่มีบารมีบ่เกิด...ศัตรูคือยากำลังใจ...ทะเลต้องมีคลื่นจึงแลดูสวยงาม...ฯลฯ...

ยามรุ่งเช้าของวันนี้ ( ศุกร์ ที่ 14 ตุลาคม 2554 ) ก่อนดวงตะวันจะมาเยือนโลก  ผมได้ออกวิ่งไปรับลมชมวิวใน  มอ. หาดใหญ่ท่ามกลางบรรยากาศที่ยังคงมืดมิดอยู่เลย มองไปตามท้องถนนยังคงมีแสงไฟฟ้าสว่างไสวส่องทางให้ดำเนินไป  ขณะผมวิ่งหันหน้าไปทางทิศเหนือแล้วมองบนฟ้ากว้างไปทางด้านซ้ายมือสิ่งที่เห็นชัดเจนคือ ดาวเคียงเดือน 

 

      เมื่อผมมองแสงดาวและแสงเดือนแล้วเกิดมุมคิดว่า...อันแสงดาวและแสงแห่งเดือนไม่มีแสงอยู่จริงในตัวมันเอง  มันทำหน้าที่เพียงการสะท้อนแสงออกมาเท่านั้น  และการสะท้อนแสงของดาวเดือนจะสว่างวาวมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับความมืดมิดของราตรีกาลต่างหากนั้นแล  อย่างนี้นี่เองละที่ท่านผู้รู้นำมาเปรียบเปรยถึงชีวิตคนเราว่า...มารบ่มีบารมีบ่เกิด...ศัตรูคือยากำลังใจ...ทะเลต้องมีคลื่นจึงแลดูสวยงาม...ฯลฯ...

 

        พอสายมาหน่อยผมทำหน้าที่ไปส่งลูก ๆ เพื่อเรียนเสริมช่วงปิดเทอมเล็กนี้ช่วงที่ผ่านป่าไม้สูง ๆ มองไปดูเกิดมุมคิดขึ้นมาว่า...อันว่าสิ่งที่อยู่สูงสุดทุกสิ่งที่มีชีวิตจิตวิญญาณจะมีความอ่อนโยนเสมอ  เช่น ยอดแห่งต้นไม้ปลายใบหญ้า  ยอดคนมีความสุภาพอ่อนโยนเพราะเขามีศีลธรรมที่อยู่ในจิตใจนั้นแล.