หลายคนรู้จักและอาจจะเคยได้ยินแต่การกินอาหาร  "การล้างพิษในร่างกาย"  แต่พอได้ยินคำว่า  "ล้างพิษทางจิตใจ"  อาจจะงงๆกันอยู่ว่าจะต้องทำอย่างไร เรามาอ่านข้อมูลจาก นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุขกันดีกว่า
 
     นพ.เกียรติภูมิ บอกว่า นอกจากรอบตัวเราจะมีสารพิษมากมาย เช่น ปุ๋ย ยาฆ่าแมลง ทำให้เกิดโรคในร่างกาย สุขภาพไม่ดี ขณะเดียวกันคนเราก็ต้องเผชิญกับพิษทางจิตใจ เช่น มีหนี้สิน ไร่นาล่ม น้ำท่วมบ้านเรือนเสียหาย ทำให้เกิดทุกข์ทางใจ ซึ่งเป็นพิษร้ายที่คอยปั่นทอนทำลายทั้งร่างกายและจิตใจ
 

พิษทางจิตใจที่ต้องล้างได้แก่

 
     โกรธ   เพราะตนเองทำอะไรไม่ได้ดั่งใจ คนอื่นไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง
               คนมาดูถูก กล่าวหา ถูกว่าให้อาย ไม่ได้รับความยุติธรรม
 
    เครียด  เพราะถูกกดดัน ถูกเร่งรัดหนี้สิน ปัญหาท่วมท้น
               ไม่สามารถแก้ไขได้ กลัวจะเกิดเหตุร้าย
 
   เศร้า    เพราะสูญเสียทรัพย์สิน เงินทอง สิ่งของ สูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก
             หรือคนใกล้ชิด รู้สึกต่ำต้อย มองว่าชีวิตนี้ไม่มีอะไรดีเลย
 

   ถ้าไม่ล้างพิษทางใจเกิดอะไรขึ้น?

 
       คำตอบคือ อาจจะมีอาการปวดหัว ปวดเมื่อย ใจสั่น แน่นหน้าอก หงุดหงิด ฉุนเฉียว โกรธง่าย ไม่มีเหตุผล เบื่อหน่าย ท้อแท้  เซ็ง  ไม่อยากทำอะไร บางครั้งคิดอยากตาย กินไม่ได้นอนไม่หลับ กินเหล้า เมายา ไม่อยากพูดกับใคร ฟุ้งซ่าน ขี้ลืม สมองตีบตัน คิดอะไรไม่ออก มองโลกในแง่ร้าย ทำงานไม่ได้ดีเหมือนเดิม ทะเลาะเบาะแว้งกับคนใกล้ชิด ห่างเหิน
 
 
 
 

  รู้ได้อย่างไรว่าใจเป็นพิษ?

 

     จากการ สังเกตตังเองหรือคนอื่นบอก เช่น หงุดหงิด ฉุนเฉียวง่ายและบ่อยมากขึ้น กินไม่ได้ นอนไม่หลับ รู้สึกหดหู่  จิตใจหม่นหมอง ไม่มีความสุข
 

  วิธีล้างพิษ 3  ขั้นตอนด้วยตัวเอง มีดังนี้

 
  1.  หยุดรับพิษ   โดยให้เลี่ยงจากสถานการณ์ หรือบุคคลที่ทำให้เกิดพิษทางใจด้วยวิธีการดังนี้ ถามตัวเองว่าเหตุผลของความโกรธ เครียด เศร้า คืออะไร ผลของความโกรธ เครียด เศร้า ทำให้เราเป็นอย่างไร เลือกจัดการกับสาเหตุอย่างสมเหตุสมผล หากจัดการไม่ได้ให้หลีกเลี่ยงจากสถานการณ์ หรือคนที่ทำให้โกรธ
 
 2.  ระบายพิษ  โดยเลือกวิธีที่เหมาะสมกับพิษแต่ละอย่างดังนี้
 
       พิษแห่งความโกรธ ทำงานหรือกิจกรรมที่ใช้แรงมากๆ เช่น ขุดดิน  เตะฟุตบอล ชกมวย ชกกระสอบทราย ตะโกนดังๆ ในที่ปลอดคน พูดระบายเรื่องที่ทำให้โกรธ ลดความคาดหวังต่อตนเองและผู้อื่น  ให้อภัย
 
      พิษแห่งความเครียด   ฝึกหายใจเข้าลึกๆ หายใจออกช้าๆ หลายๆครั้ง เป็นการระบายพิษทางลมหายใจ  จนร่างกายและจิตใจผ่อนคลาย
 
     พิษแห่งความเศร้า ให้เวลากับความเสียใจ เช่น ร้องไห้ พูดระบาย บอกตนเองว่าทำเท่าที่ทำได้ เราได้ทำเต็มที่แล้ว ให้สร้างความเข็มแข็งทางจิตใจ โดยคิดถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ บุคคล หรือสิ่งที่ยึดเหนี่ยวทางจิตใจ คิดถึงคนที่เรารัก หรือคนที่เขาต้องการเรา ให้เวลาเป็นเครื่องรักษาใจ
 
3.  คิดทางบวก   ความคิดทางบวก คือ ความคิดที่ช่วยสร้างความหวัง
                        สร้งกำลังใจ ทำให้เห็นทางออกในการแก้ปัญหา
 
 
 
ขอบคุณข้อมูลจาก คอลัมม์ คุณหมอขอบอก หนังสือพิมพ์เดลินิวส์
 
     ด้วยความปรารถนาดี  กานดา แสนมณี