แม่ถามนางว่า

 

      "อิหล่าอยากเฮียนต่อหลายบ่"

 

      นางตอบทันทีว่า " อยาก "

 

      แม่เบือนหน้าไปทางอื่นแล้วพูดต่อเหมือนเป็นการรำพึงกับตัวเองมากกว่าที่จะพูดกับนาง

 

     "เฮาคืทุกยากปากหมองคักแท่น๊อลูกเอ๊ย ถ่าพอยังอยู้ อาจสิมีควมคึดหลายก่อนี่"

(ทำไมเราถึงยากจนขนาดนี้หนอ นี่ถ้าพ่อของลูกยังอยู่คงมีแนวความคิดที่ดีกว่านี้)

 

      แล้วแม่ก็พูดต่ออีกหลายเรื่องซึ่งนางไม่ได้ออกความเห็นใดๆเพียงแต่นั่งฟังเงียบๆ ส่วนพี่ๆก็มานั่งหน้าสลอนอยู่ข้างหลัง หลังจากที่คุณครูกลับไปแล้ว

 

 

      " ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น"

 

      คงไม่ใช่คำพูดลอยๆอีกต่อไป เพราะหลังจากนั้นคุณครูทั้งสองท่านก็ได้แวะเวียนมาที่บ้านอีกบ่อยครั้ง

 

       ทำไมจึงเป็นสองท่านนี้ก็ยากที่จะเดา ท่านอาจสมัครใจมาเองหรือได้รับมอบหมาย ก็ไม่ทราบ จะว่าเป็นผู้ที่มีวาทศิลป์ก็ไม่ใช่  สนิทสนมเป็นพิเศษก็ไม่เชิงเพราะนางสนิทกับคุณครูประจำชั้นป. 2 และป.4 มากกว่า

 

      อย่างไรก็ตามการมาครั้งนี้ไม่ทำให้เสียเวลาเปล่าเพราะแม่มีท่าทีอ่อนลง คงเป็นเพราะ

 

   "น้ำหยดลงหิน ทุกวันหินมันยังกร่อน" กระมัง

 

       เพราะหลังจากที่พูดคุยกันพอสมควร แม่ก็เอ่ยขึ้นว่า  

 

      " ยายคืเห็นเด็กน่อยไปเฮียนโดนแล่ว อิหล่าสิเฮียนทันหมู่บ่ล่ะคุณคู"

 (ยายเห็นพวกเด็กๆไปเรียนหลายวันแล้ว นางจะเรียนทันเพื่อนเหรอ)

 

       ประโยคนั้นทำให้คุณครูทั้งสองท่านยิ้มออก และหัวเราะร่า ท่าทางดีใจของท่านทำให้นางมีพลังอย่างมหาศาล คุณครูรีบตอบแม่ทันทีว่า 

 

    " โอ๊ย ปะสาสองเดือนเอง อินางหัวไว ทันอยู้แล่วล่ะยาย บ่ต้องห่วงดอก" (แค่ 2 เดือนเอง นางหัวไวเรียนทันอยู่แล้ว)

 

     ดูท่าทางคุณครูมั่นอกมั่นใจมาก แล้วท่านก็มาลูบหัวนางเบาๆ

 

     " มื่ออื่นไปเรียนได้เลย ไปแต่โต สมุดหนังสือครูเตรียมให่เหมิดแล่ว"

(พรุ่งนี้ไปเรียนได้เลยนะ ไปแต่ตัว สมุด หนังสือครูเตรียมให้หมดแล้ว)

 

     หัวใจของนางพองโตอีกครั้ง คืนนั้นทั้งคืนนางนอนพลิกตัวไปมาหลับแป๊บเดียวก็ตื่นขึ้นมานั่ง เพราะความตื่นเต้น เหมือนกับตัวเองฝันไป ใครจะคิดว่าเมื่อวานเลี้ยงควายอยู่ดีดี  พรุ่งนี้ต้องไปนั่งเรียนหนังสือกับรุ่นน้องซึ่งห่างกัน 2 ปีทีเดียว

 

     และวันรุ่งขึ้นนางก็ไปโรงเรียนแต่เช้า ทั้งๆที่ชุดนักเรียนก็ยังไม่มีใส่ นางเดินไปเข้าแถวรวมกับคนอื่นๆด้วยชุดที่สวยที่สุดที่มีอยู่ขณะนั้นคือ ชุดผ้าไหมสีเขียวคอกลม แขนกุด และผ้าถุงยาวกรอมเท้าที่แม่แสงให้ช่างตัดให้ตอนที่อยู่กับท่าน

 

      สายตาทุกคู่จับอยู่ที่นางเพราะชุดที่ไม่เหมือนคนอื่น และมาเรียนเป็นวันแรกด้วย บางคนก็ซุบซิบและหัวเราะด้วยความขบขัน ตอนนั้นนางพกพาความมั่นใจไปเต็มร้อยเขินเหมือนกันแต่ก็สู้ ประหม่านิดหน่อยแต่ทนเอา ในใจท่องไว้เสมอว่า

 

   "ต้องทำให้ได้  ต้องไม่ทำให้คุณครูผิดหวัง"

 

   และแล้วปฏิบัติการสานฝันก็เริ่มขึ้นตั้งแต่วันนั้น.