ที่น่าสนใจคือเตาเผาปูนขาว ซึ่งตั้งเรียงรายจากบ้านอ่าวท่ายางไปจนถึงบ้านเก่า นับได้จำนวน 30 เตา

          จากการที่นำเด็กเยาวชน คนด้อยโอกาส หญิงหม้าย และคนสูงวัย ท่องไปในทะเลสาบ กับเรือด่วนของ อาจารย์ สมพร  สุวรรณเรืองศรี ก็มีเยาวชนสนใจมาถามถึงประวัติศาสตร์ที่มาของบ้านเกาะหมาก   ผู้เขียนจึงสืบค้นเสาะหามาพอเป็นข้อมูลเบื้องต้น  เพื่อให้เยาวชนและผู้สนใจได้สืบค้นต่อไป.........

                  เกาะหมาก ....

           จากข้อเขียนของคุณ  ชัยวุฒิ  พิยะกูล  บอกไว้ว่า....

เกาะหมาก เป็นเกาะหนึ่งในทะเลสาบสงขลา  ตอนในมีฐานะเป็นตำบลหนึ่งในอำเภอปากพะยูน จังหวัดพัทลุง ตัวเกาะด้านใต้ระยะทางประมาณ 300 เมตร คนทั่วไปมักเข้าใจว่าเกาะหมากเป็นเกาะๆเดียวตลอด   ความจริงเกาะหมากประกอบด้วย 3 เกาะ

คือเกาะโคบอยู่ตอนเหนือ

เกาะเสืออยู่ตอนกลาง

เกาะหมากอยู่ตอนใต้

       มีคลองกรุดแบ่งระหว่างเกาะโคบกับเกาะเสือ คลองปากบางแบ่งระหว่างเกาะเสือกับเกาะหมาก  มีความยาว 13 กิโลเมตร กว้าง 2 กิโลเมตร     พื้นที่โดยทั่วไปนอกจาก 3  เกาะแล้ว  ส่วนใหญ่เป็นป่าและควนสูง ระหว่างควนและทะเลสาบเป็นพื้นที่ราบ แต่มีน้อยมาก ไม่เหมาะแก่การประกอบอาชีพเกษตรกรรม  และขาดแคลนน้ำจืด  อาชีพส่วนใหญ่ทำประมง สวนยางพาราทำนาเพียงส่วนน้อย  

เกาะหมากมี 9 หมู่บ้าน ประชากรนับถือศาสนาอิสลาม ร้อยละ  80  มีโรงเรียนประชาบาล 7 โรง มัสยิด 3 แห่ง  วัด 3 วัด  

        เข้าใจกันว่า มีมนุษยเข้ามาอาศัยหรือเดินผ่านเกาะหมากแล้วตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์สมัยหินใหม่  เนื่องจากพบขวานหินจำนวนหลายชิ้น  เช่นพบ

ที่บ้านท่าวา 2 ชิ้น

บ้านโพธิ์ชี 1  ชิ้น

บ้านช่องฟืน 2 ชิ้น

บ้านเก่า 1 ชิ้น 

บ้านหาดทราย 1 ชิ้น 

       น่าสังเกตุว่าหลักฐานเหล่านี้ พบตามหมู่บ้านที่ตั้งอยู่ฝั่งตะวันตกของเกาะ    

ต่อมาในสมัยกรุงศรีอยุธยา ชุมชนเกาะหมากน่าจะมีความเจริญมาแล้ว เพราะเป็นเส้นทางเดินเรือค้าขายจากภายนอกที่มาติดต่อกับเมืองพัทลุงจะต้องเดินทางผ่าน  จึงพบหลักฐานเครื่องปั้นดินเผาจำนวนมากในเกาะ และในทะเลสาบที่มีอายุถึงสมัยอยุธยา  บางชิ้นมีอายุถึงสมัยศรีวิชัย  ในสมัยรัตนโกสินทร์  ประชาชนได้อพยพมามากยิ่งขึ้น มีอาชีพใหม่เกิดขึ้นคือ"การเผาปูนขาว"  แหล่งที่ทำมากที่สุดคืออ่าวท่ายาง บ้านเก่า  บ้านเขาชัน  โดยนำผลผลิตไปขายยังเมืองสงขลา  เมืองนครศรีธรรมราช  ต่อมาในสมัยพระบามสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  ปฎิรูปการปกครองเป็นมณฑลเทศาภิบาล พ.ศ.   2439   เกาะหมากจึงมีฐานะเป็นตำบลหนึ่งขึ้นกับอำเภอปากพะยูน   

                   โบราณสถาน...

แหล่งโบราณคดีที่สำคัญของเกาะหมาก คือบริเวณ  บ้านเก่า  บ้านเกาะโคบ  บ้านแหลมกรวด บ้านอ่าวท่ายาง บ้านเกาะเสือ และบ้านเขาชัน.....

1.  บ้านเก่า   มีซากเจดีย์ 2 องค์ๆที่ 1 ตั้งอยู่บนควนเล็กๆ ชาวบ้านเรียกว่า "ควนวัด"  เข้าใจว่าเดิมอาจเป็นวัดมาก่อน องค์เจดีย์พังหมดแล้ว เหลือแต่ฐานก่ออิฐถือปูน ด้านหน้ามีซุ้มพระพุทธรูปแบบโค้งแหลมภายในมีพระพุทธรูปปูนปั้นนูนสูง  ปางมารวิชัย 1 องค์ศิลปสมัยรัตนโกสินทร์  สองข้างซุ้มมีชิ้นส่วนเจดีย์ปูนปั้น 2 องค์เดิมคงเป็นเจดีย์ทิศของเจดีย์ องค์ใหญ่  เจดีย์องค์ที่ 2 ตั้งอยู่บนควนอีกลูกหนึ่ง ทางทิศใต้ไม่ไกลนัก  ชาวบ้านเรียกว่า "ควนเจดีย์"  องค์เจดีย์ถูกขุดทำลายเหลือฐานรูปสี่เหลี่ยม กว้างประมาณ 5 เมตร ไม่ทราบว่เป็นเจดีย์ที่สร้างสมัยใด  

2 . บ้านเกาะโคบ  มีวัดเกาะโคบ มีเจดีย์ก่ออิฐถือปูนรูปทรงระฆัง สูงประมาณ 10 เมตร สร้างขึ้นเมื่อประมาณ 10  ปีมาแล้ว  ที่วัดนี้ขุดพบรูปพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรสำริด  1 องค์ เป็นศิลปสมัยศรีวิชัย  ปัจจุบันสูญหายหมดแล้ว

3. บ้านแหลมกรวด ได้ขุดพบเครื่องปั้นดินเผาสมัยราชวงค์เหม็งที่วัดแหลมกรวด ประมาณ 10 ชิ้นลักษณะเป็นถ้วยชามลายคราม  ลายเขียนสีนอกเคลือบ 

4 .บ้านอ่าวท่ายาง มีซากพระพุทธรูปปูนปั้นขนาดใหญ่ 1 องค์ หน้าตักกว้าง 2  เมตร องค์พระถูกทำลายเหลือแต่พระเศียร  บริเวณริมอ่าวได้พบเศษเครื่องปั้นดินเผาสมัยราชวงค์เช็ง กระจายอยู่มากมาย  และยังขุดพบไหสังคโลก 4 หู จำนวน 3  ใบสิ่งที่น่าสนใจคือเตาเผาปูนขาว ซึ่งตั้งเรียงรายจากบ้านท่ายางถึงบ้านเก่า เท่าที่สำรวจพบประมาณ 30 เตา  

5. บ้านเขาชัน พบพระพุทธรูปสำริดปางห้ามญาติแบบทรงเครื่องใหญ่ศิลปสมัยอยุธยาตอนปลาย มีขนาดสูง 1. 5  เมตร ปัจจุบันอยู่ที่วัดภูผาภิมุข จังหวัดพัทลุง  เกาะหมากจึงเป็นแหล่งที่น่าสนใจทางด้านศิลปโบราณคดีและเป็นเกาะที่มีคุณค่าทางด้านเศรษฐกิจของจังหวัดพัทลุงอีกแห่งหนึ่งด้วย.......

              ข้อมูลจาก (ชัยวุฒิ พิยะกูล)นักวิชาการโบราณคดี สถาบันทักษิณคดีศึกษา