ความสงบ ทำให้จิตมีพลัง

พระธรรมมงคลญาณ (หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร)
เจ้าอาวาสวัดธรรมมงคล
สุขุมวิท 101 พระโขนง กรุงเทพมหานคร
ผู้ก่อสถาบันพลังจิตตานุภาพ หลักสูตรครูสมาธิ
ปัจจุบันอายุ 92 ปี พรรษา 70
สถานะเดิมชื่อ วิริยังค์ นามสกุล บุญฑีย์กุล
เกิดเมื่อวันศุกร์ที่ 7 มกราคม 2463 ปีวอก แรม 13 ค่ำ เดือน 1 จังหวัดนครราชสีมา
" การทำสมาธิแบบบริกรรม "
การบริกรรม ทำให้จิตเป็นหนึ่ง
จิตเป็นหนึ่ง ทำให้เกิดความสงบ
ความสงบ ทำให้จิตมีพลัง
จิตมีพลัง ทำให้มีสติระลึกรู้
มีสติระลึกรู้ ทำให้เกิดสติปัญญา
มีสติปัญญา ทำให้รู้ทันอารมณ์
การรู้ทันอารมณ์ ทำให้จิตเป็นกลางได้
ประโยชน์ของสมาธิ
ทำให้หลับสบายคลายกังวล
กำจัดโรคภัยไข้เจ็บ
ทำให้สมองปัญญาดี
ทำให้มีความรอบคอบ
ทำให้ระงับความร้ายกาจ
บรรเทาความเครียด
มีความสุขพิเศษ
ทำให้จิตใจอ่อนโยน
กลับใจได้
เวลาสิ้นลมพบทางดี
เจริญวาสนาบารมี
เป็นกุศล
การนั่งสมาธิแบบหลวงพ่อวิริยังค์
วิธีการทำสมาธิ สำหรับผู้เริ่มต้น ด้วยการนั่งสมาธิ
วิธีการนั่งสมาธิ
๑. ถ้านั่งกับพื้น ให้นั่งขัดสมาธิ ขาขวาทับขาซ้าย ตั้งกายตรง
ถ้านั่งบนเก้าอี้ ให้นั่งห้อยเท้าตามสบาย ตั้งกายตรง
๒. ยกมือพนมระหว่างอก กล่าวคำอธิษฐานสมาธิ
กล่าวว่า ” ข้าพเจ้า ระลึกถึง คุณพระพุทธเจ้า คุณพระธรรม คุณพระสงฆ์ คุณบิดา มารดา คุณครูบาอาจารย์ จงมาดลบันดาล ให้ใจของข้าพเจ้า จงรวมลงเป็นสมาธิ
พุทโธ ธัมโม สังโฆ
พุทโธ ธัมโม สังโฆ
พุทโธ ธัมโม สังโฆ
พุทโธ พุทโธ พุทโธ”
๓. เอามือลง วางบนตัก มือขวาทับมือซ้าย หลับตาเบา ๆ
๔. เริ่มบริกรรม พุทโธ ๆ ๆ …….. ในใจจนกว่าจะเลิก ตามเวลาที่กำหนด
ปกติแนะนำให้ผู้เริ่มต้นนั่งสมาธิ นั่งสมาธิ 5- 30 นาที
๕. หลังจากนั้นให้ตั้งใจสวดแผ่เมตตาพิเศษ
กล่าวว่า “สัพเพ สัตตา สะทา โหนตุ, อะเวรา สุขะชีวิโน
ขอให้สัตว์ทั้งหลาย จงเป็นผู้ไม่มีเวรต่อกันและกัน จงเป็นผู้ดำรงชีพอยู่เป็นสุขทุกเมื่อเถิด
กะตัง ปุญญัง ผะลัง มัยหัง, สัพเพ ภาคี ภะวันตุ เต
ขอให้สัตว์ทั้งสิ้นนั้น จงเป็นผู้มีส่วนได้เสวยผลบุญ อันที่ข้าพเจ้าได้บำเพ็ญแล้วนั้นเทอญ”
นั่งเก้าอี้
ให้นั่งห้อยเท้าลงตามสบาย ตั้งกายให้ตรง หรือ หลังพิงเก้าอี้ก็ได้ ยกมือพนมกล่าวคำอธิษฐาน และแผ่เมตตา เช่นเดียวกับการนั่งพื้น
วิธีเดินจงกรมแบบหลวงพ่อวิริยังค์
วิธีการทำสมาธิ สำหรับผู้เริ่มต้น ด้วยการเดินจงกรม
วิธีการเดินจงกรม
๑. กำหนดเส้นทางเดินจงกรม
การกำหนดเส้นทางการเดินจงกรม ไม่ควรสั้นหรือยาวจนเกินไป ปกติประมาณ 4 – 10 เมตร ก็ได้
๒. ยืนตรงจุดเริ่มต้นทางเดินจงกรม พนมมือระหว่างอกแล้ว หลับตากล่าว คำอธิษฐานเดินจงกรม
กล่าวว่า ” เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา พุทโธ พุทโธ พุทโธ ”
ยกมือที่พนมสูงขึ้นระหว่างคิ้ว กล่าวในใจว่า “สาธุ”
๓. เอามือลง ใช้มือขวาจับมือซ้าย ห้อยมือพอสบายไม่เกร็ง
๔. กำหนดจิตไว้ที่ฐานวางจิต ไม่ต้องหลับตา ตามองทางเดินจงกรมไกลว่าตัวประมาณ ๑.๕ – ๒ เมตร
ฐานวางจิต ให้เลือกได้ 5 จุด คือ หน้าผาก ปลายจมูก บริเวณใบหน้า หัวใจ หรือ สะดือ
๕. เริ่มบริกรรมคำว่า ” พุทโธ ๆ ” อยู่ในใจ พร้อมก้าวเท้าขวาเดินตามด้วยเท้าซ้าย ไม่ช้าหรือเร็วเกินไป เดินในลักษณะเดินปกติ
๖. เมื่อเดินสุดทางจงกรม ให้ค่อย ๆ หมุนตัวกลับทางขวา ยืนทรงตัวตรง แล้วจึงเริ่มก้าวด้วยเท้าขวาเหมือนตอนเริ่มต้น
๗. เมื่อครบตามเวลาทำกำหนด ให้ยืนตรงจุดเริ่มต้นเดิน พนมมือระหว่างอก กล่าวแผ่เมตตาสั้นๆ
กล่าวว่า ” สัพเพ สัตตา สุขิตา โหนตุ
ขอให้สัตว์ทั้งหลายจงเป็นสุข ๆ เถิด”
แล้วยกมือที่พนมขึ้นระหว่างคิ้วแล้วกล่าวในใจว่า ” สาธุ ” เป็นอันจบพิธีการเดินจงกรม




สาธุครับ ทราบว่าท่านให้ศิษย์คณะหนึ่งมาเปิดสอนที่วัดเขาเต่าแถวใกล้ๆ หัวหิน ครับ
สวัสดีค่ะ คุณ
โสภณ เปียสนิท ตอนนี้ที่โคราชก็เปิดสอนหลักสูตรครูสมาธิ ที่วัดสุทธจินดา รุ่นที่ 29 (เอกูนติงสโม) สันติสุข หลักสูตร 6 เดือน ดิฉันก็กำลังเรียนอยู่ค่ะ
สาธุค่ะ
สวัสดีค่ะ คุณ
ณัฐรดา ขอบคุณค่ะที่เข้ามาเยี่ยมชม ยังคิดถึงอยู่เสมอนะคะ มีอยู่ช่วงหนึ่งป่วยค่ะ เลยหายหน้าหายตาไป ตอนนี้กลับมาแล้วค่ะ
สวัสดีค่ะ โชคดีจังนะคะที่ได้มีโอกาสได้เรียนรู้เรื่องสมาธิ หนูเพิ่งเรียนค่ะคุณครู เรียนหลักสูตรครูสมาธิ รุ่นพี่ 36 ที่สาขา72 ค่ะ วันนี้เข้ามาเยี่ยมชมเพื่อหาสรุปบทเรียน