ทำไมขี้ (ยาง) จึงเหม็น ??

ทำไมขี้ (ยาง) จึงเหม็น ??

            สมัยเด็ก ๆ ชาวบ้านที่ผมอาศัยอยู่จะปลูกปอกระเจากันมาก เวลาที่นำปอไปแช่น้ำในฤดูฝน เพื่อลอกเอาเส้นใยไปทอกระสอบ ต้นปอจะเน่า ส่งกลิ่นเหม็นมาก ปัจจุบันกระสอบป่านถูกแทนที่ด้วยกระสอบพลาสติก เวลาขี่รถผ่านแหล่งน้ำใกล้ ๆ หมู่บ้านจึงไม่มีกลิ่นมากนัก

            พอหน้าแล้งเกี่ยวข้าวเสร็จก็เป็นฤดูกาลเก็บเกี่ยวมันสำปะหลัง มีลานมันรับซื้อหัวมันที่ท้ายหมู่บ้านแทบทุกบ้าน ถ้ามีฝนหลงฤดูมา น้ำท่วมขัง มันก็จะเน่า เหม็นโชย ตลบอบอวนไม่แพ้กลิ่นปอเน่า

            จากเหม็นปอ มาเหม็นมัน ปัจจุบัน เหม็นขี้ยาง เพราะแทบจะทุกหมู่บ้าน จะมีลานรับซื้อยางก้อนถ้วย ถ้าผ่านไปในวันที่มีการประมูลยาง ก็ได้เหม็นกันถ้วนหน้าไม่แพ้อย่างอื่นเลย

            จริง ๆ การเรียกว่า ขี้ยาง ก็ไม่ถูกต้องนัก เพราะคำว่าขี้ยาง จะหมายถึงเศษยางที่เหลือจากการทำยางแผ่น หรือยางที่ลอกเป็นเส้นมาจากหน้ายางที่แห้งติดต้น

ขี้ยาง (ภาพจากอินเตอรเน็ต)

 แต่ที่เกษตรกรทำให้ยางแข็งในถ้วยยางแล้วนำไปขาย ควรเรียกว่า ยางก้อนถ้วย จึงจะถูกต้อง

 

 

ยางก้อนถ้วย

            แต่ทำไมถึงเรียก ขี้ยาง กัน คงเพราะความเหม็นเหมือนขี้ แล้วก็ลักษณะเป็นก้อนหยุ่น ๆ สีหม่น ๆ ของยางก้อนถ้วย กระมัง 

แล้วทำไมยางก้อนถ้วย หรือขี้ยางถึงเหม็นละครับ ????? 

ยางก้อนถ้วยที่ไม่เหม็น มีไหม ?? 

     ถ้าพิจารณาให้ดี ชาวบ้านนำต้นปอไปแช่น้ำ เพื่อให้เปลือกของต้นปอเน่า จึงจะลอกออกจากลำต้นได้ง่าย เมื่อปอเน่า ก็เลยเหม็น 

     มันสำปะหลังก็เช่นกัน ถ้ามันถูกน้ำ ก็เลยเน่า เหม็น

งั้นก็แสดงว่า ยางก้อนถ้วยก็ต้อง เน่า เหมือนกัน จึงเหม็น ใช่ไหมครับ..

.....เน่าจากอะไร เน่าได้อย่างไร มันเหม็นตั้งแต่อยู่ในถ้วยยางแล้วนะ ไม่ใช่เพราะกรีดทิ้งไว้นาน จึงเหม็น

.........ในส่วนตัวแล้ว ผมว่าน้ำยางเน่า ตั้งแต่อยู่ในต้นแล้วครับ เหม็นตั้งแต่ยังไม่กรีด..??     เหมือนคนมีกลิ่นปาก ยังไงยังงั้น ..??

(เฮ้อ คิดไม่เหมือนบ้านเหมือนเมืองเขาอีกแล้วเรา จะโดนว่า บ้าอีกทีสิท่า ) 

 เหตุผลของผมก็คือ ผมเห็นยางก้อนถ้วยบางสวน เหม็นน้อยมาก แทบจะเรียกได้ว่า ไม่เหม็นเลย ??        

 

        ยางก้อนถ้วย สีขาวมาก ๆ แต่กลิ่นไม่เหม็น หรือเหม็นน้อยมาก ๆ

              ตอนแรกผมเข้าใจว่าคงเพราะยางออกมาก กรีดครั้งเดียวได้ 2 ถ้วย จึงได้ยางก้อนถ้วยไปขายทุกอาทิตย์ ไม่ต้องรอนานเหมือนสวนอื่น ทำให้ได้ยางสด ๆ ใหม่ ๆ ไม่ค่อยเหม็น

 

กรีดครั้งเดียวได้ 2 ถ้วย % น้ำยาง 42 %

             แต่เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ผมได้พูดคุยกับเจ้าของสวนยางที่อำเภอพรเจริญ ที่เคยมีปัญหายางเป็นเชื้อรา น้ำยางมีสีดำ กลิ่นเหม็นมาก

             แต่พอใช้สารกำจัดเชื้อราฉีดพ่น ตามคำแนะนำของผมได้ไม่นาน อาการของเชื้อราก็หายไป พร้อม ๆ กับกลิ่นเหม็นก็ลดลงอย่าน่าแปลกใจ

คณะศีกษาดูงาน(หลายคน ทดสอบหลายต้น) ลอกขี้ยางออกตรวจหาราดำ ในช่วงฝนตกชุกติดต่อกันเป็นอาทิตย์ แต่ไม่พบราดำเลย

             นั่นแสดงว่า นอกจากผมจะแก้ยางหน้าตายได้แล้ว เพิ่มผลผลิตจาก 3 กิโลต่อวันกรีด เป็น 6-8 กิโลต่อวันกรีดได้อีกแล้ว ..

             ผมยังค้นพบวิธีการแก้ยางก้นถ้วย ไม่ให้เหม็นรุนแรงได้ ซึ่งเป็นผลพลอยได้จากการรักษาต้นยางไม่ให้เป็นโรค นั่นเอง

             ท่านที่รักอ่านแล้ว คิดเห็นอย่างไรบ้างครับ....^^

พิสูจน์กี่ที ขี้ยางก็ไม่เหม็นครับ เพราะเราฆ่าเชื้อ ตั้งแต่อยู่ในต้น หรือลานยางใดอยากดับกลินยางที่ลาน ก็ใช้ยาฆ่าเชื้อราตัวนี้ ราดได้นะครับ มีคนโทรมาปรึกษา และลองดูแล้ว