http://www.pydc.ob.tc/
เมื่อโรงเรียนของชุมชนถูกกำหนด หลักการ โดยนโยบายรัฐที่ต้องการการบริหารจัดการแบบธุรกิจ คือ มุ่งสู่เป้าหมายผลสำเร็จที่โครงการต่างๆ เรียกว่าเห็นผลเชิงประจักษ์เรียกว่าทันตาเห็น ไม่ว่าการประกันคุณภาพ การตรวจสอบมาตรฐานการศึกษา การพัฒนาบุคลากรทางการศึกษา และนโยบายหรือภาพวาดฝันต่างๆ กับเด็กเยาวชนของชาติทุกอย่างมุ่งลงสู่สถานศึกษา ซึ่งไม่ขอวิจารณ์ว่าถูกหรือผิดเพราะตราบใดการเมืองไทยยังไม่นิ่งนโยบายก็เปลี่ยนแปรไปมาจนบรรดาชาวบ้านต้องฝึกทำตัวเป็นจิ้งจกคือปรับสีไปมาให้ทัน
โรงเรียนของฉันเป็นโรงเรียนขนาดเล็ก อยู่ไกลปืนเที่ยง ห่างไกลเขตพื้นที่ออกไป พลอยได้รับผลกระทบเมื่อครูรุ่นพี่หลายท่านหลายคนที่ต่างก็เป็นครูที่มุ่งมั่นเอาการเอางานโดยเฉพาะการดูแลใส่ใจเด็กนับว่าขั้นเทพเลย มีอันต้องพิจารณาตนเองลาออกไปก่อนเกษียณอายุราชการเพราะรับไม่ไหวกับอะไรๆที่ประเดประดังเข้ามากดดัน ตะก่อนเคยดุด่าว่ากล่าว สั่งสอนเด็ก และลงโทษตามแต่กาลสมควรได้ เพื่อให้หลาบจำ ปรากฏเด็กรุ่นใหม่แตะต้องไม่ได้ เพราะเขาบอกว่าทารุณไป ทั้งที่สอนพ่อแม่พวกเขามาจนออกไปทำงานได้ดิบได้ดีมาก็มากมาย พอพี่ๆหลายคนออกไปโรงเรียนเราก็ขาดบุคลากรคนที่มีความรู้ความสามารถหดหายไปส่วนหนึ่ง ผู้บริหารคาดว่าจะได้คนมาแทนก็ไม่มี เพราะนโยบายรัฐบาลจะประหยัดงบประมาณ ตามสถิติแล้วครูรับผิดชอบเด็ก 1:20 น่าจะได้มั้ง? เขาว่าเช่นนั้น แล้วโรงเรียนเราก็รอหายๆ การบริหารงานยุ่งยากมากมายงบประมาณจากรัฐนะหรือก็น้อยนิดตามระดับจำนวนเด็กแม้จะพยายามหลากหลายวิธีแล้วก็ตามจนในที่สุด เราก็หมดหวังที่จะพึ่งจากภายนอก จึงเกิดแรงระเบิดจากภายใน
ขณะนั้นผู้บริหารก็ย้ายไป ภาพพจน์ของโรงเรียนง่อนแง่น เราปรึกษาหารือกับคณะกรรมการการศึกษาโรงเรียนว่าต้องมีการเปลี่ยนแปลงกันแล้ว มิฉะนั้นโรงเรียนเราโดนสถานเดียวคือยุบ เพราะปริมาณเด็กน้อยลงๆ ผู้ปกครองเริ่มขาดความไว้วางใจในโรงเรียนเราแล้ว อันดับแรกเราต้องสร้างฐานจากชุมชนเราเองนี่แหละ ต้องโน้มน้าวผู้นำชุมชนให้เห็นความสำคัญก่อน ประสานสัมพันธ์ อย่างเข้าถึงต่อเนื่องทุกงานทุกกิจกรรมครูเดินหน้าเข้าไปหาชุมชน อย่างพร้อมเพรียงกัน พร้อมกันรักษาคุณภาพการเรียนการสอน ปรับขั้นตอนวิธีการหลากหลายขึ้น ปรับภูมิทัศน์โรงเรียน หาแนวทางง่ายๆจากจุดเล็กขยายสู่วงกว้าง พยายามระดมทุนจากแหล่งต่างๆ ตอนนั้นเราเหน็ดเหนื่อยกันอย่างมากปัญหาอุปสรรคมากมาย แรงใจของเราคือเด็กและชุมชนกรรมการศึกษาผู้ใหญ่ใจดีหลายท่านที่เป็นผู้นำชุมชนห่วงใยโรงเรียนที่ปู่ย่าตายายอุตส่าห์ระดมแรงกายแรงใจก่อตั้งมา เมื่อมาถึงรุ่นลูกรุ่นหลานจะให้ยุบได้อย่างไร เรามีการระดมทุนหลายอย่างจากชุมชนหลายแหล่ง มีขอบริจาคทุนจากผู้ใจบุญ ฉันทำหนังสือกลอนจำหน่าย ครูอีกท่านทำซีดีเพลง และเราจัดแรลลี่การกุศลรวมน้ำใจไปสร้างโรงเรียนซึ่งทำให้เกิดการประชาสัมพันธ์อย่างยิ่งใหญ่ตามมาโรงเรียนเป็นที่รู้จักเพราะกล้าหาญทำงานใหญ่ที่ไม่ค่อยใครกล้าทำด้วยความร่วมมือจากชุมชนและศิษย์เก่าพลังสามัคคีและเราก็ทำสำเร็จ อย่างดี เป็นเรื่องยากที่จะอธิบายว่าการต่อสู้ อดทนที่ยาวนานประสบผลมาแล้ว
ในที่สุดจากการทุ่มเทอย่างมุ่งมั่นต่อเนื่องก็เริ่มมีเรื่องดีดีเข้ามา เราได้ผู้อุปการะคุณโดยการนำมาของผู้นำในชุมชน และเจ้าอาวาสวัดในหมู่บ้านของเรา ท่านประกาศให้การสนับสนุนและช่วยเหลือโรงเรียน บริจาคงบสนับสนุนการก่อสร้างห้องสมุด บริจาคคอมพิวเตอร์บริจาครถโรงเรียนและห้องสุขาน่าใช้โรงเรียนพลิกสถานการณ์ได้ด้วยชุมชนคณะครูร่วมกันต่อสู้ก่อนและเมื่อมีผู้อปการะคุณมองเห็นความสำคัญมองเห็นความร่วมไม้ร่วมมือ ที่เข้มแข็งของชุมชน แล้วรู้สึกชื่นใจ อยากให้ความสนับสนุนต่อ ในที่สุดเราก็ก้าวข้ามอุปสรรคปัญหามามีเด็กเพิ่มมากขึ้น ชุมชนผู้ปกครองให้ความไว้วางใจและส่งเด็กมาเข้าเรียนเพราะโรงเรียนของเราน่าอยู่ เด็กมีคุณภาพเรียนรู้อย่างมีความสุข บทพิสูจน์ความสามัคคีนำมาซึ่งความสำเร็จยังใช้ได้เสมอ


