เคยไหมคะ เมื่อใครสักคนพูดแทงใจดำ แล้วเราก็ "เดือด" แสดงอาการบางอย่าง ที่.

หลังจากผ่านไปหนึ่งชั่วโมง ได้ "cool down"แล้วมาเสียใจทีหลัง
...
สมัยเด็ก ข้าพเจ้าได้ชื่อว่า เป็นแชมป์เอาแต่ใจ จุดเดือดต่ำ
แม้ตอนไม่เด็กแล้ว คนใกล้ตัว ก็ยังบอกว่าเป็น ภูเขาไฟหิมะ (อาจปะทุโดยไม่รู้ตัว)
วิธีหนึ่งที่ข้าพเจ้าใช้ เมื่อใกล้ถึงจุดเดือด คือ อุทานยาวๆ "ฮืมมม์.."
.
เบื้องหลังกลไกที่เพิ่งอ่านพบมาเล่าสู่กันฟัง
เมื่อมีเหตุการณ์ที่ทำให้เกิดความเครียดอย่างแรง  
สมองส่วนที่หน้าตาคล้ายถั่วอัลมอนด์ ( Amygdala = Almond)
ซึ่งต่อกับสมองหน้าตาคล้ายงู  Hippocampus
เพิ่มการทำงาน มีเลือดมาเลี้ยงมากขึ้น ร้อนขึ้นๆ  
เมื่อถึงถึงจุดเดือด ก็จะสบคบกับงู Hippocampus 
ลุกขึ้นมาปล้นตำแหน่งกัปตัน จากสมองส่วนบนผู้รู้ภาษาแและมีเหตุผล 
.."Amydala hijack" ( Daniel Goleman , Emotional intelligence, 1996)
เมื่อปล่อยให้งู มาคุมแผงบังคับ อะไรจะเกิดขึ้น
มือและเท้า ก็จะนำเราไปก่อนรู้ตัว..
.

สองวิธีป้องกัน การ Hijack ของ Amygdala คือ
.
หนึ่ง...เตือนให้ตัวกัปตันตื่นตัว ด้วยการ ใช้ภาษาบอกกับตัวเองว่ารู้สึกอย่างไร
ที่ข้าพเจ้านึกออก  
กลัว ( นึกถึงอันตรายที่อยู่ตรงหน้า) 
กังวล ( นึกถึงอันตรายในสิ่งที่ยังไม่เห็น)
โกรธ ( มักเกิดจากอีโก้ถูกกระทบ)
กลุ้ม (อึดอัด สับสน)
การนับหนึ่งถึงสิบ ก็อาจผ่านกลไกนี้ 
.
สอง..ระบายลมความร้อน ของ Amygdala
จึงมีคำแนะนำว่าให้หายใจเข้าออกลึกๆ
[ "สมมติฐาน" กลไกสรีรวิทยา อ่านได้ที่นี่คะ ]
.
เมื่อเผชิญหน้าบุคคลที่ทำให้โมโห หรืออยู่หน้าชั้นเรียน
ไม่สามารถพูดออกไปว่า "ฉันกำลังโกรธเธอนะ" 
จึงทำได้แต่ "ฮิมมม์.." เป็นการผ่อนลมไปด้วย (แล้วบอกตัวเองในใจ.."ฉันกำลังโกรธ")
ก็ผ่อนลง แล้วรอสักพักสติกลับมา พร้อมถามตัวเองว่า
"ถ้าต่อว่าออกไปแล้วจะเกิดอะไรขึ้น?"
....
.
#########
.
ฝากนิทานย่อ จากหนังสือ  "Tao of success:The five ancient rings of destiny" ของ Derek Lin  เช่นเคย
...
ครั้งหนึ่งในอดีต มีการรบอย่างดุเดือด 
มีทหารสามนาย พลัดหลงจากกองทัพ
ทั้งสามโดนลูกศรอาบยาพิษของศัตรู แต่โดนจุดไม่สำคัญ จึงรู้ตัวดี
นายทหาร ก. โดนเข้าที่แขนขวา
นายทหาร ข. โดนเข้าที่ขาซ้าย
นายทหาร ค. โดนเข้าที่ขาขวา
นายทหาร ก. : ข. นายรู้ไหม ว่ายาพิษที่อาบธนู ทำมาจากอะไร
นายทหาร ข : แน่นอน ฉันเคยเรียนทำธนูอาบยาพิษมาก่อน  ต้องทำจากพิษงูแน่นอน
นายทหาร ก : logic นายใช้ไม่ได้เลย  ดูสิ ลูกธนูเป็นพันเป็นหมื่น ในพื้นที่โล่งแบบนี้ จะเอางูที่ไหนมาทำพิษได้พอ
นายทหาร ข : (เริ่มโกรธ) นายจะไปรู้อะไร นายเคยเรียนทำธนูอาบยาหรือเปล่า
นายทหาร ก : (เริ่มเลือดขึ้นหน้า.) อะไรกัน นายมองไม่เห็นหรือไง กองธนูพวกนี้..
ทั้งสองนั่งลง ถกเถียงกันอยู่เป็นเวลานาน
จนกระทั้ง ทั้งสองค่อยๆ สลึมสลือและฟุบหมดสติ..พิษซึมซาบเข้าหัวใจ และเสียชีวิตในที่สุด
ส่วนนายทหาร ค. เดินกะเผลก ๆ จนไปเจอที่ตั้งกองทัพตนเอง  แพทย์หลวงได้ผ่าตัดดึงเอาลูกธนู
และนำพิษมาตรวจวิเคราะห์ พบว่า เป็นพิษงู จึงให้เซรุ่ม นายทหาร ค. จนปลอดภัย
...
อะไรทำให้นายทหาร ค. รอดตาย ?
ข้าพเจ้าอ่านแล้ว มีหลายอย่างผุดขึ้นในใจ 
#####
.
Update 29 ก.ย.
นิทานเรื่องนี้ ทำให้ข้าพเจ้าคิดได้ถึงงานวิจัยที่กำลังทำอยู่ มีประเด็นที่มองไปคนละทาง กับนักชีวสถิติ จะมามัวเป็น ก. กับ ข. ถกกันอยู่ใย ประคองตัวกันทำให้เสร็จ แล้วส่งไปสำนักพิมพ์ ให้ "แพทย์หลวง- editor" ตัดสินก็สิ้นเรื่อง..