Miss Earth ….ฑูตความงามสันถวไมตรีเพื่อสิ่งแวดล้อม
ปัจจุบันโลกเรากำลังถูกภัยธรรมชาติ ถาโถมเข้าใส่มนุษย์ ในหลากหลายรูปแบบทำให้เกิดความเสียหายทั้งชีวิตและทรัพย์สินอย่างมากมายในแต่ละปีเป็นการสูญเสียที่มี มูลค่ามหาศาล สิ่งเกิดขึ้นล้วนแล้วจากน้ำมือมนุษย์เอง หลายๆกลุ่มหลายๆองค์กรเริ่มตะหนักถึงภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้น มีการรณรงค์การรักษาสิ่งแวดล้อมกันมากขึ้น และอย่างต่อเนื่องแต่ผลที่เกิดก็ยังเป็นแค่เพียงส่วนน้อยเหมือนกับว่ามือหนึ่งปกป้องโลกแต่มีอีกหลายมือกำลังทำลายโลกในเวลาเดียวกัน เวทีประกวดสาวงาม มิสเอิร์ท ก็เป็นอีกเวทีหนึ่ง ที่ตระหนักและเห็นความสำคัญต่อสิ่งแวดล้อม เรามาทำความรู้จักเวทีประกวด มิสเอิร์ท ที่เป็นเวทีประกวดสาวงามในระดับนานาชาติ ที่สร้างมือของสาวงามขึ้นมาปกป้องโลกอีกมือหนึ่ง.....
นับเป็นความภาคภูมิใจของชาวไทย ที่จะได้เป็นเจ้าภาพการประกวดสาวงาม มิสเอิร์ท (Miss Earth) 2011 และเป็นครั้งแรกที่จัดการประกวดในประเทศ ไทย สำหรับเวทีการประกวดสาวงามระดับนานาชาติ เพื่อช่วยในการรณรงค์ความตระหนักต่อสิ่งแวดล้อม เป็นเวทีการประกวดที่ใหญ่พอ ๆ กับ นางงามจักรวาล และมิสเวิลด์ ในแง่ของจำนวนผู้เข้าร่วมการแข่งขันในระดับชาติที่เข้าร่วมการประกวดรอบสุดท้าย
สำหรับการประกวด Miss Earth (มิสเอิร์ท)หรือนางงามรักสิ่งแวดล้อมโลก ก่อตั้งโดยบริษัท Carousel Productions directors, organizers of the Miss Earth เจ้าของลิขสิทธิ์การประกวดมิสเอิร์ทและมิสฟิลิปินส์เอิร์ท การจัดประกวดมิสเอิร์ทเริ่มจัดขึ้นครั้งแรกที่กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปินส์ ในปี 2001 เพื่อวัตถุประสงค์รณรงค์ให้ทุกคนรักษาสิ่งแวดล้อมหรือเรียกว่า นางงามรักสิ่งแวดล้อมโลก โดยสาวงามคนแรกที่คว้ามงกุฏ คือ Catharina Svensson สาวงามจากประเทศ เดนมาร์ก ผู้ชนะในปีนั้นจะต้องทำหน้าที่รณรงค์ให้ผู้คนทั่วโลกนั้นตระหนักถึงสภาวะต่างๆที่เกิดขึ้นบนโลก โดยทั่วไปการประกวดมิสเอิร์ท นั้นจะเริ่มประกวดตั้งแต่เดือน พฤศจิกายน - ธันวาคม ซึ่งจะใช้เวลาการประกวดและทำกิจกรรมประมาณ 2 เดือน และเป็นเช่นนี้ทุกปี
ในการประกวดที่ประเทศไทยครั้งนี้จะทำกิจกรรมกันทั้งหมด4ภาค มีภาคเหนือ ภาคใต้ อีสาน รวมถึงพัทยาที่จะจัดการประกวด ในแต่ละภาคจะมีวิธีการรักษาสิ่งแวดล้อมแตกต่างกันออกไป แล้วให้สาวงามสื่อสารกับคนในระดับนานาชาติให้ลุกขึ้นมาร่วมมือรักษาสิ่งแวดล้อม นายวันธนบดี จิตตานุเคราะห์ ผู้จัดการประกวดกล่าว
การประกวดมิสเอิร์ทนั้น ส่วนใหญ่จะจัดประกวดในประเทศ ฟิลิปปินส์ บางปีกองประกวดอาจจะพาสาวงามไปเก็บตัวหรือพาไปประกวดที่ประเทศอื่นซึ่งจะไปประกวดที่ไหนนั้นจะขึ้นอยู่กับคำสั่งของกองประกวดในปีนั้นๆอย่างปีที่แล้วเวียดนามได้เป็นเจ้าภาพในการจัดการประกวด
เวทีการประกวดมิสเอิร์ทในช่วงยุคแรกของการประกวด (ปี 2544 - 2546) กองประกวดนั้นจะคัดเลือกสาวงาม 10 คนสุดท้ายที่มีความพร้อมและความสามารถผ่านเข้ารอบ จากนั้นจึงคัดให้เหลือ 8 และ 4 คนสุดท้าย และในยุคปัจจุบัน (ปี 2547 - ปัจจุบัน) ในรอบแรกจะคัดให้เหลือ 16 คน จากนั้นจึงคัดให้เหลือ 8 และ 4 คนสุดท้าย แล้วจึงคัดหาผู้ชนะต่อไป สำหรับรางวัล Miss Earth จะมี 4 ตำแหน่งคือปฐพี (Miss Earth) ดิน รอง1 (Miss Earth Air) น้ำ รอง 2 (Miss Earth Water) ไฟ รอง 3 (Miss Earth Fire)
นอกจากมงกุฎที่ผู้ชนะและรองทั้ง 3 คนจะได้รับแล้ว ทั้ง 4 คนยังจะได้ชุดเครื่องประดับเป็นของรางวัลอีกหนึ่งอย่าง Miss Earth จะได้รับสร้อยคอและต่างหูที่มี จี้เป็นรูปดอกไม้และตัวของสายนั้นจะเป็นรูปผีเสื้อมีทั้งสีเหลืองและสีขาว อัญมณีที่ใช้เช่น ทัวร์มาลีน บุษราคัม ไพฑูรย์ เพชร และพลอยสังเคราะห์ น้ำหนักรวม 56 กะรัต เพชร 3.0 กะรัต สร้อยคอยาว 17 นิ้ว และต่างหูยาว 3 นิ้ว
Miss Earth Air จะได้รับสร้อยคอและต่างหูที่มี ลักษณะเป็นคลื่นและเกลียวมีสีเหลืองและขาว ทอง 14K ประดับด้วยอัญมณีสีและเพชร อัญมณีที่ใช้เป็นพลอยสีเหลืองและทอง มีน้ำหนักรวม 65 กรัม สร้อยคอยาว 17 นิ้ว และต่างหูยาว 3 นิ้ว
Miss Earth Water จะได้รับสร้อยคอและต่างหูที่เป็นรูปคลื่นและมีจี้เป็นรูปปลา ประดับด้วยอัญมณีสีเหลืองและฟ้า ไพรินสีน้ำเงิน น้ำหนักรวม 78 กรัม สร้อยยาว 17 นิ้วและต่างหูยาว 3 นิ้ว
Miss Earth Fire จะได้รับสร้อยคอและต่างหู เป็นลายประกายไฟจะใช้อัญมณีเป็นเพชรพลอยสีเหลืองและฟ้าและใช้หยกจากประเทศมาเลเซีย ซึ่งน้ำหนักรวมจะประมาณ 87.7 กรัม ซึ่งตัวสร้อยจะยาว 17 นิ้ว และตัวต่างหูยาว 3 นิ้ว
นอกจากนี้ทั้ง 4 คนยังจะได้รับสร้อยคอที่มีสัญลักษณ์ประจำตำแหน่งที่ตัวเองได้ดำรงตำแหน่งอีกด้วย
สำหรับผู้ที่ชนะการในประกวดในปี2553 Miss Earth คือ นิโคล ฟาเรีย Miss Air (รองอันดับ 1)คือ เจนนิเฟอร์ สเตฟานี่ ปาซมิโน่ Miss Water (รองอันดับ 2)คือ วรรษพร วัฒนากุล Miss Fire (รองอันดับ 3) คือไยดี้ บอสเควส
สำหรับการประกวดที่จัดขึ้นในประเทศไทยครั้งนี้ นายวันธนบดี จิตตานุเคราะห์ ผู้จัดการประกวด มิส เอิร์ท ปี 2011กล่าวว่า ก็ต้องบอกว่าครั้งนี้ มิสเอิร์ทจะโตกว่าทุกปีที่ผ่านมาและจะยิ่งใหญ่กว่าทุกปีที่ผ่านมาและก็ภาพของการเป็นทูตความงามเพื่อสิ่งแวดล้อมจะชัดเจนขึ้นนี้คือสิ่งที่เราจะทำ สิ่งที่เราจะพูดถึง มิสเอิร์ทไม่ใช่การประกวดนางงามแต่เป็นการรนรงค์รักษาสภาพแวดล้อมในระดับนานาชาติ ณ.ตอนนี้มีการคอนเฟิร์ม ประมาณ80ประเทศแล้ว สิ่งที่ทางกองประกวดจะเน้นมาก ว่าหลังจากได้รางวัลมาแล้ว เราจะทำกิจกรรมอะไร นางงามจะทำประโยชน์ให้กับโลกอย่างไรและที่สำคัญสิ่งที่เค้าโฟกัสไม่ใช่รูปแบบเวทีฉากแสงเสียงสิ่งที่ทางกองประกวดเน้นก็คือว่ากิจกรรมที่คุณจะทำกัน มีอะไรบ้างและมีวิธีการสื่อสารอย่างไรให้ระดับนานาชาติลุกขึ้นมารวมมือรักษาสิ่งแวดล้อม
ไฮไลของการจัดประกวดจะอยู่ตรงที่นางงามทั้งหมดจะรวมกันทำ ปฎิญาณเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมแล้วนางงามก็จะนำปฎิญาณนี้ไปให้กับผู้นำประเทศของตัวเอง เพื่อแต่ละประเทศจะร่วมกันรักษาสิ่งแวดล้อม โดยที่นางงามแต่ละท่านจะเป็นคนดูแลถึงแม้ว่าจะได้ตำแหน่งหรือไม่ได้ตำแหน่ง ปฎิญาณนี้จะยังอยู่ตลอด1ปี แต่ละคนจะมี พันธะสัญญานี้คือสิ่งที่ยิ่งใหญ่มากมันจะแตกต่างกว่าทุกปี ตรงที่ว่าจะไปโฟกัสที่นางงาม4คนที่ได้รางวัล...
และทางกองประกวดได้ร่วมทำกิจกรรมตามแนวทางพระราชดำริด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเผยแพร่พระเกียรติคุณสู่นานาประเทศทั่วโลก ในฐานะที่พระองค์ท่านเป็นกษัตริย์พระองค์เดียวในโลกที่ทรงได้รับการทูลเกล้าฯ ถวาย รางวัลสูงสุดด้านสิ่งแวดล้อมโลกจากองค์กรระดับโลก
สิ่งที่คาดหวังจริงๆคืออยากให้คนไทยลุกขึ้นมาดูแลเรื่องของสิ่งแวดลอมจริงๆสักทีมากกว่าที่เราทำอยู่ จริงๆแล้วมันต้องเริ่มปลูกจิตสำนึกกันตั้งแต่ตอนนี้แล้วนี้คือสิ่งที่คาดหวัง…
สำหรับมิสเอิร์ท ปี53 นิโคล ฟาเรีย ได้เล่าถึงการทำกิจกรรม หลังจากได้รับตำแหน่งมิสเอิร์ท ปี53 ปัญหาที่ใหญ่ที่สุดสำหรับนิโคล ก็คือเรื่องของน้ำ นิโคล มาจากบังกะลอร์ ทางตอนใต้ของประเทศอินเดีย น้ำที่นั้นไม่คอยสะอาด ตอนนี้ทำอยู่ก็คือได้พัฒนาแหล่งน้ำ ทะเลสาบที่เคยสกปรกให้กับมาใสสะอาด นับเป็นความสำเร็จเล็กๆที่เกิดขึ้น ตอนนี้เริ่มมีปลามีนกกลับมาอาศัยในทะเลสาบที่บังกะลอร์ ก็เป็นความภูมิใจเล็กๆที่เราได้เป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนา
หลังจากได้เป็นมิสเอิร์ท นิโคล ก็ได้ค้นพบความหมายของชีวิตมากขึ้นในด้านสิ่งแวดล้อม ก็เลยตั้งใจว่าจะยังทำหน้าทีของการดำรงรักษาสิ่งแวดล้อมต่อไป ตอนนี้นอกจากเรื่องที่ทำความสะอาดทะเลสาบแล้วก็มีส่วนร่วมในหลายๆองค์กร อย่างเช่นเรื่องของสัตว์ที่อยู่ในภาวะอันตรายใกล้สูญพันธุ์เราไม่ได้เป็นแค่นางงามธรรมดาเราเป็นทูตที่จะส่งต่อข้อความต่างๆไปถึงคนทั้งโลก
เปรียบเหมือนทุกคนเป็นเม็ดทราย1เม็ดของโลกที่มารวมกันเพื่อจะทำให้โลกดีขึ้น ถ้าไม่มีคนโลกอยู่ได้... แต่ถ้าโลกตายไปคนอยู่ไม่ได้... เพราะฉะนั้นอยากให้ทุกคนเป็นเหมือนเม็ดทรายที่มาช่วยกันทำให้โลกดีขึ้น เป็นเหมือนพันธะสัญญาของมิสเอิร์ทที่มิสเอิร์ทแต่ละคนจะต้องมี นิโคล ฟาเรีย กล่าวทิ้งท้าย
ทางด้านคุณ เอี๊ยม - วรรษพร วัฒนากุล Miss Earth Water 2010 ตัวแทนสาวงามในฐานะเจ้าบ้าน กล่าวถึงการประกวดมิสเอิร์ทว่า อยากให้คนไทยรู้จักเวทีนี้ให้มากขึ้น อยากให้ผู้หญิงไทยมองโลกให้มาก ไม่อยากให้มองเพียงแค่ตัวเองหันมาใส่ใจดูแลโลกให้มากกว่าที่เป็นอยู่ ก็คงเป็นกระบอกเสียงว่าเราจะทำอะไรบ้างแล้วก็เชิญชวนทุกคนทำเลยเพราะว่ายังมีโครงการอีกหลายอย่างที่ทำ ถ้าใครมีโครงการเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมให้ช่วยก็ยินดี ก็เป็นสิ่งที่ยังอยากทำอยู่ วันนี้เราก็เห็นอยู่แล้วว่าทรัพยากรธรรมชาติเราเริ่มเหลือน้อย อากาศอะไรก็ไม่รู้ วันหนึ่งมีสามฤดูเราลงมือชวยกันรักษาสิ่งแวดล้อมกันดีกว่า
สำหรับการประกวดครั้งนี้ ประเทศไทยได้จัดงานขึ้นคืนวันที่ 12 พฤศจิกายน 2554 ที่ พัทยาเอ็กซิบิชั่น แอนด์ คอนเวนชั่นฮอลล์ เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี ภายใต้คอนเส็ปท์ Miss Earth 2011 Thailand :) Smile for Earth, for All. ด้วยมุ่งหวังให้ประเทศไทยเป็นสื่อกลางสร้างรอยยิ้ม ส่งผ่านไปถึงคนทั่วโลก ท่ามกลาง “โลกที่กำลังร้องไห้” ด้วยมหันตภัยร้ายจากภัยธรรมชาติที่ถาโถมเข้าใส่มนุษย์ แต่ประเทศไทยจะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้โลกยิ้มได้ ผ่านกิจกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อมที่น่าประทับใจของสาวงาม ในบรรยากาศภูมิประเทศที่เต็มไปด้วยความอุดมสมบูรณ์และขนบธรรมเนียมประเพณีที่ดีงามของประเทศไทย