กินด้วยใจไม่ใช่กินตามกระแส แล้วต้องถือศีลด้วยจึงจะอิ่มทั้งบุญและอิ่มทั้งใจ

 

 

ช่วงนี้เป็นช่วงเทศกาลเริ่มกินเจกันแล้ว ( 27 - 5 ) ทำให้นึกย้อนไปถึงเมื่อเริ่มกินเจเป็นครั้งแรกเมื่อสิบกว่าปีก่อน  แรกๆก็ไม่ได้ตั้งใจหรอกค่ะเพียงแต่อยากรู้ว่ากินแล้วจะเป็นอย่างไร เพราะปกติเคยกินแต่อาหารมังสวิรัติ  พอได้กินแล้วรู้สึกตัวเบาแล้วก็อร่อยเหมือนอาหารทั่วๆไป  จึงเริ่มตั้งใจไว้ตั้งแต่ตอนนั้นเป็นต้นมาว่า....จะกินเจทุกช่วงเทศกาลตลอดไป.....

 

 

ความหมายของ "ธงเจ" ที่มีอักษรสีแดง บนพื้นธงสีเหลือง มีตัวอักษรว่า "ไจ" หรือ "เจ" หมายความว่า "ของไม่มีคาว" สีแดงเป็นตัวแทนของความเป็นสิริมงคลในชีวิต ส่วนสีเหลืองเป็นสีของผู้ทรงศีล เพื่อให้ตระหนักถึงการไม่เบียดเบียนชีวิตสัตว์และการตั้งอยู่ในศีลตลอดช่วง ระยะเวลา 9 วัน 9 คืน

เวลาช่วงเทศกาลกินเจมาถึงคนส่วนใหญ่จะไปนึกถึงแต่เรื่องไม่กินเนื้อสัตว์  ไปเสาะแสวงหาร้านอาหารอร่อยๆที่มีธงสีเหลืองปักเอาไว้  โดยไม่พูดถึงเรื่อง"ศีล"  ทั้งๆที่ความจริงแล้วมันคือช่วงเทศกาล"ถือศีลกินเจ" คือการถือศีลและปฏิบัติธรรมทั้งกาย วาจา  และใจไปด้วยพร้อมๆกัน....

 

 

ข้อปฏิบัติตัวง่ายๆ โดยทั่วไปในช่วงเทศกาลกินเจ ที่ krugui  สามารถทำได้โดยไม่ต้องฝืนมากนักมาโดยตลอด ก็คือ.......


       หนึ่ง - งดเว้นเนื้อสัตว์ทุกชนิด หรือทำอันตรายต่อสัตว์

 
       สอง - งด นม เนย หรือน้ำมันที่มาจากสัตว์  krugui  ดื่มน้ำเต้าหู้อยู่แล้ว...สบาย

 
       สาม - งดอาหารรสจัด หมายถึง อาหารรสเผ็ดมาก เค็มมาก หวานมาก เปรี้ยวมาก (ข้อนี้บางทีก็ทำใจลำบาก)

 
       สี่ - งดผักที่มีกลิ่นฉุน 5 ชนิด คือ กระเทียม หัวหอม หลักเกียว กุยช่าย ใบยาสูบ รวมทั้งเครื่องเทศที่มีกลิ่นฉุน

       
       ต่อๆมาเมื่อคุ้นชินกับการกินเจแล้วก็เพิ่มถือศีลเข้าไปอีก  จากที่เคยปฏิบัติไม่สม่ำเสมอก็พยายามให้เคร่งครัดขึ้นก็คือ......


       ห้า - รักษาศีล 5

 
       หก - รักษาจิตใจให้บริสุทธิ์ และรักษาอารมณ์ให้คงที่ ( ไม่ยากและไม่ง่ายนะขอบอก )

 
       เจ็ด - ทำบุญ ทำทาน ( เพิ่มมากขึ้น ) หรือบางคนที่เคร่งครัดอาจนุ่งขาว ห่มขาว ( แต่ krugui ไม่เคร่งครัดเลยนุ่งห่มตามปกติ )

 

 

นี่คืออีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่ใส่ใจต่อสุขภาพกายและใจของตัวเอง  เพราะการกินอาหารที่ปราศจากการเบียดเบียนชีวิตสัตว์อื่น  อย่างน้อยๆก็ส่งผลให้มีความสุขทางใจ  และจะมีความสุขมากขึ้นเมื่อได้ถือศีลตามมา......ข้อควรคิดคือหากเราไม่กินเพื่อความอร่อยมากจนเกินไป คงไม่มีปัญหามาก แต่หากสรรหาเพื่อสนองความอร่อย อาจจะผิดพลาดได้ ต้องกินด้วยใจ มิใช่เพื่อความอร่อย