เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วในความรู้สึกของนาง และแล้วก็ถึงวันที่โรงเรียนใหม่สร้างเสร็จพร้อมที่จะเปิดสอนหลักสูตรประถมศึกษาตอนปลาย ทั้งเด็กๆและผู้ปกครองต่างก็กระตือรือร้น ในการจัดเตรียมเสื้อผ้าและอุปกรณ์การเรียนจนทำให้นางพลอยตื่นเต้นไปกับพวกเค๊าด้วยเพราะเป็นรุ่นบุกเบิกจึงทำให้หลายอย่างติดขัดไปบ้าง

 

       นางแอบมาที่โรงเรียนบ่อยมาก บางวันก็มายืนเกาะรั้วดูน้องๆทำกิจกรรมกัน ถึงไม่ได้เรียนแค่ได้เห็นก็มีความสุขแล้ว เด็กทุกคนต่างก็ได้รับมอบหมายในการดูแลต้นไม้ที่ปลูกในโรงเรียนทั้งไม้ที่ให้ร่มเงา ไม้ดอก ไม้ประดับอย่างน้อยคนละสองต้น

 

       ในแต่ละวันจะเห็นเด็กนักเรียนที่เดินผ่านหน้าบ้านนำปุ๋ยคอกและถังน้ำใบเล็กๆติดตัวไปด้วยทุกครั้ง

 

      พอเลิกเรียน วัน กับ เภา นักเรียนชั้นป. 5 หมาดๆที่อยู่ข้างบ้านก็จะมาเล่นกับนางที่บ้านและคุยกันถึงเรื่องที่โรงเรียนให้ฟัง โดยเฉพาะเรื่องการเรียนภาษาอังกฤษ เพราะเป็นวิชาที่ใหม่มากเนื่องจากพวกเราไม่มีโรงเรียนอนุบาล และไม่เคยรู้จักภาษาอังกฤษมาก่อนเลย การบ้านแต่ละวันคือท่องจำและฝึกเขียนให้คล่อง ดูแล้วน้องๆเป็นกังวลมากเพราะจำไม่ได้ เมื่อนำมาให้นางดูยิ่งมืดแปดด้านอักษรอะไรก็ไม่รู้ไม่เคยเห็น พอท่องได้บ้างพวกเค๊าก็จะมาอวดว่า

 

    " เอื้อยฮู้บ่... วาแบบนี่...อ่านวาจั่งได๋ "

 

       นางได้แต่ส่ายหน้าพวกเค๊าจึงหัวเราะชอบใจกันยกใหญ่  

 

       จากที่เคยเป็นเด็กอารมณ์ดี ยิ้มแย้มแจ่มใสและมีอารมณ์ขันอยู่เสมอนางกลายเป็นคนเก็บกด  นิ่ง และ เงียบขรึม มากขึ้นทุกวัน  เงียบ...เสียจนแม่และพี่เป็นห่วงเพราะทุกคนไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น และนางกำลังคิดอะไรอยู่

 

       นางขออนุญาตแม่กลับไปเลี้ยงควายอีกครั้ง และสัญญาว่าจะไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบเดิมอีก แม่ทนอ้อนวอนไม่ได้ก็เลยตามใจ

 

       นางมีความสุขตามอัตภาพ จนกระทั่งเวลาผ่านไปปีกว่า  ทำให้ลืมเรื่องการเรียนไปได้ กลายเป็นผู้ชำนาญการเรื่องควายไปโดยปริยาย นางสามารถสื่อสารกับควายได้แม้เขาจะพูดไม่ได้ แต่รู้ว่าควายตัวไหนมีนิสัยอย่างไร และจะปราบโดยวิธีใดด้วย ทุกอย่างยังคงดำเนินไปตามปกติ จนกระทั่งเย็นวันหนึ่ง

       " นางเอ๊ย... แม...อยู้บ่หล่า "