ผู้นำเชิงกลยุทธ์(strategic Leadership) มีลักษณะสำคัญอย่างไร
ผู้นำ คือ บุคคลที่สามารถกระตุ้น ชี้นำ แนะแนวทาง สนับสนุน ช่วยเหลือ และรับผิดชอบให้บุคคลหรือกลุ่มบุคคลกระทำกิจกรรม หรือปฏิบัติงานต่างๆ อย่างเต็มความสามารถและ พยายามให้บรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมายที่ได้กำหนดไว้ ผู้นำเป็นบุคคลที่มีลักษณะและคุณสมบัติที่ทำให้องค์การประสบความสำเร็จ โดยใช้อิทธิพลจูงใจ ให้ผู้อื่นปฏิบัติตาม หรือการกระทำหรือการแสดงออกของบุคคล เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ขององค์การ
ลักษณะของผู้นำ
1. เป็นนักวิเคราะห์และมีวิสัยทัศน์
2. เป็นผู้มีสติปัญญา มีเหตุผล มีความรอบรู้ แนะนำงานได้ มีความยืดหยุ่น
3. สามารถวินิจฉัยแยกแยะความจริง
4. มีความซื่อสัตย์ ยุติธรรม
5 กำหนดเป้าหมายได้ชัดเจน
6. สามารถแบ่งทรัพยากร
7. สามารถเจรจาข้อขัดแย้ง
8. เชื่อมั่นในตนเองกล้าตัดสินใจ
9. ประนีประนอม ประสานประโยชน์รู้จักคัดเลือกคน
10. เป็นผู้เสียสละ ใจกว้าง
11. เป็นตัวอย่างที่ดี
12. โปร่งใส ตรวจสอบได้
13. แบ่งงานได้อย่างเหมาะสม
14. มีความพร้อมทั้งกายใจและสมอง
15. แสวงหาสิ่งที่ดี
17. มีความชำนาญพิเศษ
18. ตรงต่อระเบียบ ยอมรับรู้ที่ต่ำที่สูง
19. แสดงท่าทางไม่ขัดตา
20. มีอำนาจในตัวเอง
21. มีแรงจูงใจภายในและความต้องการที่จะ ประสบความสำเร็จ
22. มีความคิดริเริ่ม สร้างสรรค์
23. มีบุคคลิกดี มีความกระตือรือร้น
24. มีความอดทน อดกลั้น กล้าเผชิญต่อเหตุการณ์
25. มีความรักงาน และมีหลักธรรมประจำใจ
กลยุทธ หมายถึง เป็นศาสตร์ของการวางแผน หนทางหรือวิธีการ หรือการกำกับ และสั่งการ ทีบ่งบอกถึงทิศทาง การจัดสรรการใช้ทรัพยากร ที่จะนำไปสู่เป้าหมายที่กำหนดไว้ ในระยะยาว
สรุปได้ว่า ผู้นำเชิงกลยุทธ์ หมายถึง ผู้นำหรือกลุ่มผู้นำระดับสูงที่มีความสามารถในการคาดการณ์ มีมุมมองระยะยาวและสร้างความยืดหยุ่นให้องค์การบรรลุเป้าหมาย โดยมีขอบเขตความรับผิดชอบงานทั้งองค์การ
คนที่เป็นผู้นำเชิงกลยุทธ์ (strategic Leadership) จะมีลักษณะดังต่อไปนี้
- ต้องรู้เขารู้เรา สามารถทำนายคนอื่นได้ ใช้สมองได้ถูกทาง
- รู้จักการวางแผน สามารถมองเห็นอนาคต 5ปี 10ปี 20 ปี ได้
- เห็นการเปลี่ยนแปลงล่วงหน้า
- วิเคราะห์อนาคตล่วงหน้า โดย ทำ SWOT จึงสามารถมองเห็นทิศทางแห่งการเปลี่ยนแปลงได้
- สามารถชักจูงใจคนให้ปฏิบัติตาม เข้าใจคนอื่นได้ดี
- มีคุณธรรม จริยธรรม จรรยาบรรณ
- เชื่อมั่นในตนเองกล้าตัดสินใจ แต่พลาดไม่ได้
การบริหารเชิงกลยุทธ์ เป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จ เพราะเป็นกระบวนการที่ผู้บริหารกำหนดให้ปฏิบัติ ได้แก่
- การเปลี่ยนแปลง (Change) จะสามารถเห็นอนาคตได้ ไม่เชื่อใครง่าย ๆ ไม่มองจากมุมตัวเอง
จับสัญญาณของคู่แข่ง /ผู้อื่น จะมองอะไรเป็นระบบ พัฒนาได้โดยใช้ทฤษฎีเกม ข้อมูลงอกได้ สอนให้เราตัดสินใจอย่างชาญฉลาด สอนให้เราคิดอย่างตรรกะ คนฉลาดจะหลีกเลี่ยง Zero Sum Game, Negative Sum Gameก่อนที่จะเริ่มฝึกการเจรจานั้นจะต้องปรับกระบวนทัศน์ (Mindset) ให้คิดอย่างเป็นระบบด้วยการคิดแบบกลยุทธ์ให้ได้เสียก่อน เริ่มต้นด้วยการเรียนรู้ อาจารย์ได้กล่าวไว้ว่าการเรียนรู้ มี 2 แบบ คือ แบบ Mechanic กับ แบบ Organic
- การเรียนรู้แบบ Mechanic จะเป็นในลักษณะของการรับข้อมูล แล้วส่งต่อออกไปเป็นแบบเชิงเส้น ในระดับ What คือ แค่รู้ว่าอะไรเท่านั้น ไม่สามารถนำไปประยุกต์ใช้งานได้ ยิ่งรู้มากยิ่งโง่ เราไม่ควรเสียเวลากับการใช้สมองส่วนนี้ไปกับจดจำ เพราะเรามีเครื่องทุ่นแรงที่เรียกว่าคอมพิวเตอร์ช่วยอยู่แล้ว เพราะเป็นเครื่องที่จำเก่งที่สุดแต่ก็โง่ที่สุดเพราะต้องรอให้มนุษย์สั่งให้ทำจึงจะสัมฤทธิ์ผลได้
- การเรียนรู้แบบ Organic เป็นการเรียนรู้ด้วยชีวิตจิตใจที่เป็นลักษณะดูเหมือนว่าจะไร้ระเบียบ แต่ก็มีระเบียบอยู่ในที (Chaos) เป็นการเรียนรู้แบบตั้งคำถาม เช่น What if, What only, How to และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพื่อให้ได้ผลในทางปฏิบัติที่ครอบคลุมทั้งประสิทธิภาพและประสิทธิผล
- การวิเคราะห์ปัจจัย SWOT เพื่อให้ทราบถึงปัจัย อุปสรรค ภัยอันตราย มองเห็นทิศทางหลังการเปลี่ยนแปลงได้
- การวางแผนเชิงกลยุทธ์ (Strategic Planning)