วันนี้มีโอกาสไปสังเกตการให้สุขศึกษา ที่แผนกหลังคลอด ของ รพ.นาหว้า โดยผู้บันทึก ได้ขออนุญาตเข้าไปสังเกต การให้สุขศึกษา แก่หญิงหลังคลอดเพื่อเตรียมตัวก่อนกลับบ้าน 

 

ผลการสังเกต 

            กระบวนการให้สุขศึกษา แก่หญิงหลังคลอด บริบททั่วไป เป็นบริเวณที่พักของหญิงหลังคลอด เดิมเป็นแผนกผู้ป่วยในของโรงพยาบาล ๑๐ เตียง แบ่งเป็น ๒ ส่วนคือส่วนรอคลอด กับ ส่วนหลังคลอด เป็นห้องโล่ง ซึ่งมีเตียงพักอยู่ ๒ ฝั่งๆละ ๓ เตียง ด้านที่ติดผนังตึกมีหญิงตั้งครรภ์ที่มานอนพักเนื่องเจ็บครรภ์ก่อนกำหนดอยู่ ๑ คน อีกด้านที่ติดกับผนังกั้นห้อง มีหญิงหลังคลอด อยู่ ๒ คน คนหนึ่งเป็นหญิงหลังคลอด ครรภ์ที่ ๓ เป็นครรภ์เสี่ยงสูงที่มารับการดูแลในคลินิกครรภ์เสี่ยงสูงที่ ห้องคลอดดูแล เนื่องจากมีภาวะความดันโลหิตสูง กับ หญิงหลังคลอด ครรภ์ที่ ๒ เป็นลูกจ้างบริษัท ในจังหวัด สมุทธปราการ กลับบ้านมาคลอดที่บ้านเกิด โดยเธอให้ข้อมูลว่า ลูกคนแรกเธอก็ฝากให้แม่เธอเลี้ยง และลูกที่คลอดคนที่ ๒ ก็จะฝากให้แม่เลี้ยงต่อ หลังคลอดได้ ๑ เดือน เนื่องจากต้องการกลับไปทำงาน กลัวจะเสียรายได้ (เป็นข้อมูลที่ผู้สังเกต ถามหญิงหลังคลอดภายหลังการสังเกต)

            เวลา ๐๘.๕๗ น. พยาบาลประจำตึกได้ถือ อุปกรณ์ให้สุขศึกษา ประกอบด้วย ภาพพลิก และ แผ่นพับ เมื่อถึงบริเวณปลายเตียงของหญิงหลังคลอดทั้งสอง พยาบาลได้ยืนหันหน้าไปยังหญิงหลังคลอด และกล่าวทักทาย บอกวัตถุประสงค์ของการให้สุขศึกษา จากนั้นเริ่มต้นการให้สุขศึกษา โดยมีลำดับดังนี้

๑.      การแจ้งเกิด มีเนื้อหาการใช้หลักฐานที่จำเป็นในการแจ้งเกิด ระยะเวลาการในการแจ้งเกิด

๒.      การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ได้ถามถึงสถานที่ฝากครรภ์ ถามความรู้เก่าที่ได้รับมาว่ามีอะไรบ้าง ถามเรื่องการเตรียมตัวเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ (การสังเกต การถามแต่ไม่ได้รอคำตอบจากผู้ฟัง หญิงหลังคลอด ได้บอกเฉพาะที่ฝากท้อง ๑ ราย แต่อีกคนไม่แน่ใจว่า บอกหรือไม่ ) พยาบาลผู้ให้สุขศึกษาได้พูดถึงประโยชน์ของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ โดยใช้ ภาพพลิกที่ถือไว้เปิดให้ดูแล้วใช้มือชี้เป็นระยะ( แต่ดูส่ายไปส่ายมา)

๓.      การเปลี่ยนแปลงของเต้านม พูดถึงกลไกของการสร้างน้ำนมของร่างกาย (ใช้ภาพพลิก เปิดให้หญิงหลังคลอดดู)

๔.      หลักการให้เด็กดูดนมแม่ และพูดถึงกลไกการหลั่งน้ำนม แล้วถามว่ารู้อย่างไรว่าดูดพอ รู้อย่างไรว่าดูดถูกวิธี โดยพยาบาลผู้สอนได้ทวนจากการสอนเมื่อเช้าว่า ได้รับรู้ว่าอย่างไร (น่าจะเป็นการสอนของพยาบาลเวรดึก)

๕.      สาธิตท่าอุ้มเด็กที่ถูกต้อง พยาบาลได้สาธิตโดยการใช้ตุ๊กตาเด็ก ให้หญิงหลังคลอดดู

๖.      การบีบน้ำนม พยาบาลผู้ให้สุขศึกษาได้ใช้แผ่นพับออกมาเปิดแล้วถือให้หญิงหลังคลอดว่าทำอย่างไรบ้าง จากนั้นได้เดินเข้าไปหาหญิงตั้งครรภ์ คนที่อยู่หน้าเข้าไปเปิดเสื้อของหญิงตั้งครรภ์ พร้อมสาธิตการนวดเต้านม และบีบน้ำนม (ในระหว่างนี้หญิงตั้งครรภ์ที่นั่งอยู่บนเตียงข้างหลังพยาบาลผู้สอน ได้พยายามโยกหน้าเพื่อดูการสาธิตด้วย)

๗.      แนะนำคลินิกนมแม่ของโรงพยาบาล ว่าทำอะไรบ้าง การติดตามเยี่ยมหลังคลอดว่าจะส่งข้อมูลไปให้จนท.ไปเยี่ยม

๘.      การปฏิบัติตัวหลังคลอด ได้ซักถามกับหญิงหลังคลอดครรภ์ที่๓ ว่า จะอยู่ไฟหรือไม่ แต่ได้พูดต่อว่า อย่าเอาลูกอยู่ไฟด้วย พูดถึงการดูแลฝีเย็บ การใช้น้ำสะอาดทำความสะอาดแผล พูดถึงไหมที่เย็บฝีเย็บเป็นไหมละลายเอง

๙.      ถามหญิงหลังคลอดถึงการคะลำอะไรบ้างช่วงหลังคลอด แล้วพูดถึงอาหารเพิ่มน้ำนม อาหารที่ไม่ควรรับประทาน

๑๐.   พูดถึงอาการผิดปกติของมารดาที่ต้องเฝ้าระวัง และต้องมาโรงพยาบาล

๑๑.   การให้นมแม่อย่างเดียว ๖ เดือน โดยการอ่านแผ่นพับให้ฟัง

๑๒.   ถามถึงการได้รับวัคซีน BCG

๑๓.   การอาบน้ำทารกว่า ทำอย่างไรบ้าง

ถามทวนว่ามีข้อสงสัยอะไรบ้าง แล้วบอกว่า สามารถสอบถามได้ภายหลัง

 

      หลังการสังเกตได้สอบถามกับพยาบาลว่า ได้มี ทะเบียนบันทึกการให้สุขศึกษา ( วันที่ให้สุขศึกษา ครั้งที่ให้ เรื่อง เป็นรายกลุ่ม/รายบุคคล วิธีการสอน สื่อการสอน ผู้รับการสอน ผู้สอน ประเมินผล) มีแบบประเมินความรู้มารดาหลังคลอดและญาติหลังการให้สุขศึกษา (มีทั้งหมด ๑๘ ข้อ ประกอบด้วย สิ่งที่ต้องปฏิบัติของมารดาหลังคลอด การสังเกตอาการผิดปกติของมารดาและทารก การแจ้งเกิดและการทำบัตรประกันสุขภาพ พยาบาลบอกว่า แบบประเมินสร้างจากการประเมินของทีมว่า มีปัญหาที่เกิดจากการดูแลหญิงหลังคลอดและทารก ข้อมูลจากการประเมินนำมาใช้ในการสอนซ้ำในรายเดิม แต่ไม่ได้นำมาวิเคราะห์ภาพรวม) แผนการดูแลมารดาหลังคลอด ( ๒ ชม.หลังคลอด การดูแลต่อเนื่อง การได้รับคำแนะนำ การดูแลเมื่อจำหน่าย เป็นแบบcheck list และเติมข้อความในกิจกรรมที่ทำ) แบบประเมิน มารดาหลังคลอดก่อนจำหน่ายออกจากโรงพยาบาล (discharge plan นมแม่) แบบประเมินความผิดปกติเมื่อกลับบ้านและต้องกลับมาพบแพทย์ (เป็นแบบcheck list และเติมข้อความในกิจกรรมที่ต้องทำ โดยมอบไว้ให้กับมารดาหลังคลอด เป็นกระดาษถ่ายเอกสารตัด ประมาณ ๕ X ๔ นิ้ว) ใบส่งต่อหญิงหลังคลอด(ส่วนข้อมูลเพื่อการเยี่ยมหลังคลอดจะให้หญิงหลังคลอดหรือญาติถือไปให้ จนท.สาธารณสุขในพื้นที่เยี่ยมหลังคลอด หรือ(ไม่แน่ใจ) ส่งข้อมูลให้ สสอ.เพื่อแจ้งจนท.เยี่ยมหลังคลอดอีกที)