GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

ข้อควรรู้สำหรับสาวนักขับ

สำหรับงวดนี้โชคดีทีเราไม่เผลอไปใช้น้ำดับไฟเพราะจะยิ่งอันตรายยิ่งขึ้น

เมื่อวันพฤหัสของสัปดาห์ก่อน...

รถเก๋งของพี่ลูกไก่ที่ฉันนั่งไปด้วยเกิดอุบัติเหตุไฟไหม้รถ...ดีที่เหตุเกิดขึ้นในกระทรวงและเป็นช่วงเวลาที่ยังมีคนอยู่ในบริเวณนั้น...เริ่มมาจากเมื่อเราขับรถจะเข้ามาทางประตู4ก็ได้กลิ่นเหม็นไหม้..กลิ่นยางไหม้เกิดขึ้นอย่างรุนแรง...ในใจตอนนั้นคิดว่าเป็นกลิ่นสายเบรคหรือเปล่าแต่กลิ่นไหม้นั้นรุนแรงมาก...

พี่ลูกไก่รีบดับแอร์เปิดกระจกหน้าต่างพร้อมกับหาที่จอดรถเพราะเราเริ่มมองเห็นว่ามีควันสีขาวเกิดขึ้นที่ฝากระโปรงหน้ารถแล้ว...

เมื่อเราจอดรถได้ก็พยายามหาความช่วยเหลือพร้อมกับการลำเลียงสิ่งของออกจากรถ...

พี่ลูกไก่กดปุ่มที่จะเปิดฝากระโปรงรถด้านหน้าแต่ไม่กล้าเปิด/ยกฝาขึ้นเพราะไม่แน่ใจว่าหม้อน้ำจะแห้งหรือว่าอะไร....

มีมอเตอร์ไซค์หลายคันผ่านมาเขาก็ตะโกนบอกให้เรารีบเปิดฝากระโปรงหน้าออกเร็วๆเดี๋ยวรถจะไหม้หรือระเบิดได้!แต่เราก็กลัวไม่กล้าเปิด...

ควันจากหน้ารถและกลิ่นไหม้ก็หนักมากขึ้นเสียงเหล็กขยายตัวและสีที่หน้ารถเริ่มเกรียมก็เริ่มเห็นได้ชัดเจนขึ้น..

.พี่ชายคนหนึ่งซึ่งตอนแรกเขาขับมอเตอร์ไซค์หลบให้อยู่ห่างจากจุดที่รถเราจอดอยู่เดินย้อนกลับเข้ามากับคุณยามของแพทย์แผนไทย2คนเอาเครื่องดับเพลิงติดมาด้วย

นอกจากนี้ยังมีคุณลุงผู้ชายใจดี(เสียดายที่ไม่ได้ถามชื่อ)ได้ไปหาเครื่องดับเพลิงแบบติดรถเอามาให้เราใช้ดับไฟที่ลุกติดอยู่ช่วงหน้ารถ...

ในที่สุดไฟก็ดับลงได้

แต่รถก็เสียหายมากจนไม่สามารถขับต่อไปได้...

สาเหตที่เกิดไฟไหม้ครั้งนี้ไม่ได้มาจากหม้อน้ำแห้ง(ทำไมนะใครๆก็จะชอบคิดว่าถ้าเป็นผู้หญิงขับมักจะมีเรื่องของลืมเติมน้ำหม้อน้ำ)หากแต่มาจากเกิดระบบไฟฟ้าในรถลัดวงจร..

ซึ่งพี่ลูกไก่เล่าให้ฟังว่าเมื่อ2สัปดาห์ก่อนมันมีสัญญาณเตือนว่ารถกำลังมีปัญหาคือ..ขณะขับอยู่ดีๆก็เกิดแตรค้างขึ้นมาแต่เพราะมันไม่ได้มีควันหรือกลิ่นไหม้อะไรก็เลยไม่ได้คิดอะไรมาก...

สำหรับงวดนี้โชคดีทีเราไม่เผลอไปใช้น้ำดับไฟเพราะจะยิ่งอันตรายยิ่งขึ้น

และจากเหตุการณ์นี้..เราก็ได้รับความรู้จากพี่ผู้ชายที่มาช่วยดับไฟว่า

เมื่อเราเปิดฝากระโปรงหน้ารถเพื่อที่จะดับไฟที่กำลังลุกไหม้อยู่นั้นเราควรที่จะต้องตัดการจ่ายกระแสไฟในรถด้วยโดยวิธีการตัด/ดึงขั้วสายไฟที่ติดกับแบตเตอรีออกมา...เราได้บทเรียนว่าอุปกรณ์ดับเพลิงควรมีติดรถไว้บ้างก็จะดีเพราะสามารถลด/ยับยั้งความเสียหายให้แก่รถได้

...ท่ามกลางความรู้สึกตกใจและเสียดายเจ้ากระป๋องคู่ชีพแต่น้ำใจที่ได้รับจากพี่หนุ่มมอเตอร์ไซค์,คุณยามและคุณลุงใจดีที่เราไม่เคยรู้จักกันมาก่อนเลยก็ทำให้เรารู้สึกดีขึ้น..อยากจะขอบคุณมากๆค่ะ...

ตอนนี้รถกระป๋องกำลังซ่อมอยู่ส่วนพี่ลูกไก่ยังมีอาการกลัวและไม่แน่ใจที่จะขับมันต่อไปอีก.

..เฮ้อ!แต่ตราบใดที่เรายังคงต้องเดินทางและไม่ได้มีกำลังทรัพย์มากพอที่จะเปลี่ยนรถใหม่ๆได้ก้อยังคงต้องใช้เจ้ากระป๋องต่อไปอยู่ดีน่ะแหละค่ะ.......By:Seangja

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 46200
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 5
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (5)

เข้าใจความรู้สึกของคุณลูกไก่เลยค่ะ เคยมีประสบการณ์อุบัติเหตุ มันสยองและผวาไปนาน จนป่านนี้ยังไม่กล้าขับรถอีกเลย
แล้วจะเก่งขึ้นค่ะ

...ท่ามกลางความรู้สึกตกใจและเสียดายเจ้ากระป๋องคู่ชีพแต่น้ำใจที่ได้รับจากพี่หนุ่มมอเตอร์ไซค์,คุณยามและคุณลุงใจดีที่เราไม่เคยรู้จักกันมาก่อนเลยก็ทำให้เรารู้สึกดีขึ้น..อยากจะขอบคุณมากๆค่ะ...

เห็นไม๊ล่ะ.......น้ำใจยังหาได้ทั่วไปตามท้องถนน

อุปกรณ์ดับเพลิงควรมีติดรถไว้บ้างก็จะดีเพราะสามารถลด/ยับยั้งความเสียหายให้แก่รถได้

  • ขอบคุณนะจ๊ะ seangja สำหรับข้อแนะนำดีๆ เพราะบ่อยครั้งที่ต้องขับรถทางไกลเพียงคนเดียว ("o)

อ่านแล้วลุ้นเอาใจช่วยด้วยค่ะ