กระแสการดื่มชา ยังคงได้รับความนิยม อย่างต่อเนื่อง เป็นที่ยอมรับจาก นักดื่มที่ไม่พิสมัยในคาเฟอีน และแอลกอฮอล์ ดูอย่าง ชาเขียว ที่มีกระแสความแรง อีกทั้งยังมีแนวโน้มว่าจะฉุดไม่อยู่ ส่งผลทำให้ทุกวันนี้ ทั้งเครื่องอุปโภค บริโภคเกือบจะทุกอย่าง ตั้งแต่หัวจดเท้าต่างนำชาเขียว เข้ามาเป็นส่วนหนึ่ง

และยิ่งปัจจุบัน ชาสมุนไพร หลากชนิดมีออกมาให้เลือกสรรชงกันมากมาย จึงนับว่าเป็นที่ถูกอกถูกใจ กลุ่มคนรักษ์สุขภาพยิ่งนัก

หยุดคิด! และมองย้อนกลับ ...จะพบว่า หลายๆคนเริ่มที่จะลืมพืชสมุนไพรไทยๆ ที่สมัยก่อนรุ่นบรรพบุรุษเรามักจะมีติดบ้าน ไว้ชงดื่มเพื่อ เรียกความสดชื่น รักษาโรค เป็นภูมิคุ้มกัน อีกทั้งสร้างสุขภาพกำลังวังชาให้แข็งแรง ที่สำคัญยังหาได้ง่ายตามท้องถิ่นและมีราคาไม่แพงมากนัก

กระวาน โดยทั่วไปจะนำมาทำเครื่องเทศ เพื่อใช้ประกอบอาหาร แต่คุณรู้หรือไม่ว่า กระวาน ยังสามารถนำ มาทำเป็นชาสมุนไพรได้อีกด้วย โดย คุณมณีรัตน์ ปัญญพงศ์ เจ้าหน้าที่กอง ประชาสัมพันธ์ราชมงคล สี่เสาเทเวศร์ ได้บอกกับ ทำได้ ไม่จน ว่า ล่าสุด ผศ.อร่าม อรรถเจดีย์ แผนกพืชเครื่องเทศ-สมุนไพร สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตจันทบุรี ได้ศึกษาคิดค้นนำกระวาน มาปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์เป็น ชาชงสมุนไพร

ผศ.อร่าม บอกว่า กระวานไม่ได้เป็นเพียงแค่เครื่องเทศ แต่ยังมีประโยชน์ทางยาทุกส่วน โดยรากใช้ ผสมในยาฟอกเลือด แก้ลม รักษาโรครำมะนาด รากและหน่อใช้ขับพยาธิในเนื้อให้ออกทางผิวหนัง เปลือกใช้แก้ไข้ และโรคผิวหนังต่างๆ ใบแก้คลื่นเหียนวิงเวียน ดอกใช้รักษาอาการเจ็บฝ่าเท้า และผลใช้ผสมในยาธาตุ ยาขับลม ยาหอมแก้ลม ยาขับเสมหะ และช่วยเจริญอาหาร

ด้วยคุณสมบัตินี้จึงได้นำ ใบ ไปอบแห้งที่อุณหภูมิ 50 Cํ โดยใช้เวลา 24 ชม. ส่วน เหง้า จะใช้เวลาอบแห้งที่ 48 ชม. เสร็จแล้วนำมาตวงโดยใช้สูตรใบ 4 ส่วน : เหง้า 4 ส่วน นำมาบดหยาบๆใส่ ชะเอมเทศ ซึ่งมีคุณสมบัติทำให้รสหวาน ชุ่มคอ ขับเสมหะ แก้ไอ จากนั้นคลุกเคล้า ทุกอย่างให้เข้ากัน นำมาบรรจุในซองกระดาษกรอง ขนาด 3 กรัม เพื่อสะดวกในการชงดื่ม

เพ็ญพิชญา เตียว