ชื่อผลงานวิจัย ศึกษารูปแบบการบริหารการดำเนินการระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน ในโรงเรียนขนาดเล็ก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต1
ชื่อผู้วิจัย นางสุรีย์พร ปัญญาธนสานต์ ศึกษานิเทศก์ชำนาญการพิเศษ สพป.พล.เขต 1
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 1
บทนำ/Introduction
ในสภาพปัจจุบันสังคมไทยมีความเจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็วทุกๆด้าน ทั้งด้าน เศรษฐกิจ การเมือง สังคม วัฒนธรรมและการศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเจริญก้าวหน้า ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วได้เข้ามามีบทบาทในการดำเนินชีวิตประจำวันของคนส่วนใหญ่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เด็กและเยาวชนจึงเป็นกลุ่มบุคคลที่น่าห่วงใยมากที่สุดที่ต้องปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นตลอดเวลา เพื่อให้สามารถดำเนินชีวิตอยู่สังคมได้อย่างมีความสุข ท่ามกลางความผันผวนทางการเมืองและภาวะวิกฤต ทางเศรษฐกิจ ที่ได้ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของคนไทย ไม่ว่าจะเป็นสังคมเมือง หรือสังคมชนบททั้งเชิงบวกและเชิงลบ เด็กและเยาวชนที่มีประสบการณ์ไม่มากนัก ประกอบกับความรู้เท่าไม่ถึงการณ์และขาดความยับยั้งชั่งใจจากสิ่งยั่วยุต่างๆ ทำให้ไม่สามารถ ปรับตัวให้ทันความเจริญก้าวหน้าของสังคม อีกทั้งยังขาดการดูแลเอาใจใส่ เอื้ออาทรจากครอบครัวและสังคมรอบข้าง จึงเป็นเหตุให้เกิดปัญหากับตัวเองและสังคมได้ง่าย จากการนิเทศ ติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษาของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาพิษณุโลก เขต 1 ( 2548 ก : 3) พบว่า สภาพการดำเนินงานระบบดูแลช่วยเหลือ นักเรียนของสถานศึกษาขนาดเล็ก ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาพิษณุโลก เขต 1 ยังไม่เป็นไปตามนโยบายของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ครูยังขาดความรู้ ความเข้าใจในเรื่องการดำเนินงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน และ ไม่เห็นความสำคัญในการ ดำเนินงาน เข้าใจว่าเป็นเรื่องที่ยุ่งยากและเพิ่มภาระให้ครูผู้สอนไม่สามารถดำเนินการให้เกิดประสิทธิภาพได้ในโรงเรียนขนาดเล็ก สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาพิษณุโลก เขต1 ( 2549 : บทนำ ) ดำเนินการศึกษา สภาพการดำเนินงานระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนในโรงเรียนขนาดเล็ก ปีการศึกษา 2548
โดยภาพรวมพบว่าโรงเรียนขนาดเล็กมีความรู้ความเข้าใจในการดำเนินงานระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนอยู่ในระดับน้อย และมีปัญหา อุปสรรคในการดำเนินงานระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน... เพื่อสร้างความยั่งยืนในการพัฒนาระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาพิษณุโลก เขต 1 มุ่งหวังให้เกิดความร่วมมือจากผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายทุกคน โดยเฉพาะครู-อาจารย์ นักเรียนและผู้ปกครอง และต้องการให้ทุกโรงเรียนดำเนินการช่วยเหลือนักเรียนอย่างเป็นระบบอย่างเห็นเป็นรูปธรรม และให้มีคุณภาพมาตรฐานเพื่อจุดมุ่งหมายของการประกันคุณภาพการศึกษาของโรงเรียน โดยใช้กระบวนการบริหารระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนเป็นวิธีการที่ จะช่วยให้ครูที่ปรึกษานักเรียน ผู้ปกครองได้ทำงานประสานร่วมกันอย่างเป็นระบบ
จากการนิเทศ ติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษาการดำเนินงานการบริหารงานดูแลช่วยเหลือนักเรียนที่ผ่านมายังขาดการประเมินผลการดำเนินงานจากผู้ที่เกี่ยวข้อง ผู้วิจัยจึงมีความสนใจที่จะศึกษารูปแบบการบริหารงานการดูแลช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียนขนาดเล็กในสังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 1 เพื่อนำผลที่ได้ไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนาการบริหารงานดูแลช่วยเหลือนักเรียนให้มีประสิทธิภาพต่อไป
วัตถุประสงค์ของการวิจัย/AIMS
ศึกษารูปแบบการบริหารการดำเนินการระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนที่เหมาะสมกับโรงเรียนขนาดเล็ก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาศึกษาพิษณุโลกเขต 1
อุปกรณ์และวิธีการดำเนินการวิจัย/Materials and methods
1 เลือกศึกษาเฉพาะโรงเรียนขนาดเล็กในสังกัด สพป.พล. 1 จำนวน 64 โรงเรียนที่เป็นโรงเรียนขนาดเล็กตั้งแต่ปีการศึกษา 2548 – 2552 โดยใช้ประชากรทั้งหมดเป็นกลุ่มตัวอย่าง เครื่องมือที่ใช้ มีดังนี้
ฉบับที่ 1. แบบสอบถามผู้บริหารหรือครูที่ปรึกษาโรงเรียนขนาดเล็ก เรื่องการบริหารจัดการระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน มีลักษณะเป็นแบบตรวจสอบรายการ (Checklist)
ฉบับที่ 2. แบบสอบถาม ผู้ปกครองและนักเรียน เรื่อง ความคิดเห็นในการบริหารจัดระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนในโรงเรียน มีลักษณะเป็นคำถามปลายเปิด
ฉบับที่ 3 แบบบันทึกความคิดเห็นในการวิเคราะห์รูปแบบการบริหารระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน ( Focus Group )
วิธีดำเนินการวิจัย
ระยะที่ 1 พัฒนาระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน
1. ส่งแบบสอบถามให้ศึกษานิเทศก์ประจำสายนิเทศฯ ดำเนินการนิเทศ ติดตามการจัดการศึกษาของโรงเรียนที่รับผิดชอบ ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2552
2. วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณ
ระยะที่ 2 สร้างรูปแบบการบริหารการดำเนินการระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน นำไปทดลองใช้
1. ผู้วิจัยสร้างรูปแบบการบริหารระบบดูแลช่วยเหลือในโรงเรียนขนาดเล็กที่เหมาะสม
2. เชิญผู้เชี่ยวชาญ ( Focus Group ) วิเคราะห์รูปแบบการบริหารระบบดูแลช่วยเหลือในโรงเรียนขนาดเล็กที่เหมาะสม
3. แก้ไขตามข้อเสนอแนะ
4. นำรูปแบบที่ได้ไปให้โรงเรียนขนาดเล็กศูนย์เรียนรวมวังน้ำคู้ทดลองใช้
5. โรงเรียนให้ข้อเสนอแนะ
6. ปรับปรุงรูปแบบการบริหารระบบดูแลช่วยเหลือในโรงเรียนขนาดเล็กตามข้อเสนอแนะ
ระยะที่ 3 นำรูปแบบการบริหารระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนไปใช้ในโรงเรียนขนาดเล็ก
1. ขยายผลนำรูปแบบการบริหารระบบดูแลช่วยเหลือในโรงเรียนขนาดเล็กให้โรงเรียนขนาดเล็กที่เป็นกลุ่มตัวอย่างทดลองใช้
2. ส่งแบบสอบถามให้ศึกษานิเทศก์ประจำสายนิเทศฯ ดำเนินการนิเทศ ติดตามการจัดการศึกษาของโรงเรียนที่รับผิดชอบ
3. สรุปผลการดำเนินงาน
ผลการวิจัย/Results
การดำเนินการบริหารระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนในโรงเรียนขนาดเล็ก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาพิษณุโลก เขต 1 ระยะที่ 1 ครั้งนี้ ใช้หลักการบริหารเชิงระบบด้วยวงจรคุณภาพ เดมมิ่ง (PDCA) การทำงานเป็นทีม และการนิเทศ ติดตาม และประเมินผล เป็นยุทธศาสตร์ในการบริหารจัดการให้การดำเนินงานประสบความสำเร็จ ผู้วิจัยดำเนินการศึกษา การดำเนินการระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนในโรงเรียนขนาดเล็ก จำนวน 64 โรงเรียน สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาพิษณุโลก เขต 1 ปีการศึกษา 2552 โดยใช้แบบสอบถามการดำเนินการระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนในโรงเรียนขนาดเล็ก จำนวน 2 ฉบับ เป็นเครื่องมือในการดำเนินการ คือ
ฉบับที่ 1. แบบสอบถามผู้บริหารหรือครูที่ปรึกษาโรงเรียนขนาดเล็ก เรื่องการบริหารระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน มีลักษณะเป็นแบบตรวจสอบรายการ (Checklist)
ฉบับที่ 2. แบบสอบถาม ผู้ปกครองและนักเรียน เรื่อง ความคิดเห็นในการบริหารจัดระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนในโรงเรียน มีลักษณะเป็นคำถามปลายเปิด
สรุปผลการดำเนินงานดังนี้
ข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินงานระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน ปีการศึกษา 2552 ผู้ตอบแบบสอบถามระยะที่ 1 ได้แก่ ผู้บริหารหรือครูที่ปรึกษาโรงเรียนขนาดเล็กจำนวน 64 คน ผู้ปกครองและนักเรียน จำนวน 64 คน โดยภาพรวมผู้มีส่วนเกี่ยวข้องที่เป็นฝ่ายบริหารจัดการระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน ได้แก่ ผู้บริหารหรือครูที่ปรึกษาจะความเข้าใจเรื่องระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนอยู่ในระดับมาก ส่วนผู้มีส่วนเกี่ยวข้องที่เป็นรับบริการได้แก่ผู้ปกครองและนักเรียนจะความเข้าใจเรื่องระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนอยู่ในระดับน้อย สรุปได้ดังนี้
- ผู้บริหารโรงเรียนมีความเข้าใจเรื่องระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนในระดับมาก ร้อยละ77.78
- ครูที่ปรึกษามีความเข้าใจเรื่องระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนในระดับมาก ร้อยละ60.38
3. ผู้ปกครองนักเรียนมีความเข้าใจเรื่องระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนในระดับน้อย ร้อยละ57.81
4. นักเรียนมีความเข้าใจเรื่องระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนในระดับน้อย ร้อยละ75.00
การดำเนินงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียนขนาดเล็ก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาพิษณุโลก เขต 1 โดยภาพรวมของผู้บริหารหรือครูที่ปรึกษาจะมีการ ปฏิบัติงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนในระดับมาก ส่วนผู้ปกครองและนักเรียนเห็นว่า โรงเรียนดำเนินการบริหารระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนระดับปานกลาง การปฏิบัติงานยัง ไม่เป็นระบบ ขาดความต่อเนื่อง
สรุปและอภิปรายผล/Conclusions and Discussion
ผลการศึกษารูปแบบการบริหารระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนในโรงเรียนขนาดเล็ก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาพิษณุโลก เขต 1 ปีการศึกษา 2552 ระยะที่ 1 เป็นการศึกษารูปแบบการบริหารระบบการการดูแลช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียนขนาดเล็ก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาพิษณุโลก เขต 1 เพื่อสร้างความเข้มแข็งในการจัดระบบการ ดูแลช่วยเหลือนักเรียนที่เป็นระบบ และช่วยดูแลช่วยเหลือ ส่งเสริม ป้องกันและแก้ไขปัญหา นักเรียนให้เป็นคนดี คนเก่ง และมีความสุข มีประเด็นที่น่าสนใจ ดังนี้
การดำเนินการระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนในโรงเรียนขนาดเล็ก ปีการศึกษา 2552 พบว่า โดยภาพรวม โรงเรียนมีความรู้ ความเข้าใจ ความสามารถ ความคิดเห็นที่มีต่อระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนอยู่ในระดับมากนั้นแสดงให้เห็นว่าครูผู้สอนในโรงเรียนขนาดเล็กมีความตระหนักและเห็นความสำคัญของการดำเนินการระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน อีกทั้งมีความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมในโรงเรียนมาก เช่น การรู้จักนักเรียนเป็นรายบุคคล การคัดกรองนักเรียน การจัดกิจกรรมส่งเสริมนักเรียน การป้องกันและแก้ไขปัญหา และการจัดกิจกรรมเสริมหลักสูตร เมื่อพิจารณาด้านความคิดเห็นของผู้รับบริการได้แก่ ผู้ปกครอง และนักเรียนที่มีต่อระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน โดยภาพรวมมีค่าเฉลี่ยระดับน้อย ทั้งนี้อาจเนื่องมากจากขาด การประชาสัมพันธ์ขาดการประสานงานความร่วมมือในการดำเนินงานร่วมกันระหว่างโรงเรียน ชุมชนและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่ายทั้งในและนอกโรงเรียนจากแบบบันทึกผลการนิเทศ ติดตาม ประเมินผลการจัดการศึกษาของศึกษานิเทศก์
พบว่าการรายงานและประชาสัมพันธ์ผลการทำงานของโรงเรียน ดำเนินงานเพียงการรายงาน สำนักงานเขตพื้นที่ตามแบบรายงานผลการดำเนินงานพัฒนาระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนเท่านั้น ยังขาดเรื่องการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผลงานให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้รับทราบ เช่น ผู้ปกครองนักเรียน ชุมชน องค์กรทางศาสนา องค์กรเอกชนและเครือข่ายสหวิชาชีพ ด้านการส่งต่อ ปัญหาที่พบในโรงเรียนขนาดเล็กเป็นปัญหาที่ครูที่ปรึกษา สามารถดำเนินการ แก้ไขได้เองภายในโรงเรียนจึงทำให้ ไม่มีปัญหาด้านการส่งต่อ และการติดตามการศึกษาต่อของนักเรียน โรงเรียนไม่มีระบบการติดตามนักเรียนที่ชัดเจน เป็นระบบ ลักษณะการบริหารจัดการ
เอกสารอ้างอิง/References
กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ . ( 2532) . คู่มือปฏิบัติการแนะแนวในโรงเรียนประถมศึกษา. กรุงเทพมหานคร : เอกสารอัดสำเนา.
กรมสามัญศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ. (2544 ก ). ระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนในโรงเรียน สังกัดกรมสามัญศึกษา. กรุงเทพฯ : เอกสารอัดสำเนา .
กรมสามัญศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ.( 2544 ข ). การศึกษาสภาพการดำเนินงานตามระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนของกรมสามัญศึกษา เขตการศึกษา 7 . พิษณุโลก:กรมสามัญศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ เขตการศึกษา 7.
กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข.( 2544). คู่มือวิทยากร การดูแลช่วยเหลือนักเรียนสำหรับครูที่ปรึกษา. พิมพ์ครั้งที่ 2 กรุงเทพฯ :บริษัทยูเรนัสอิมเมจกรุ๊ปจำกัด .
กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข.( 2546). คู่มือครูที่ปรึกษากิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ด้านสุขภาพ. นนทบุรี: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทยจำกัด .
กาญจน์กมล สุวิทยารัตน์.(2545). รายงานการศึกษาสภาพการดำเนินงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน ในโรงเรียนมัธยมศึกษา กรมสามัญศึกษา เขตการศึกษา 2.กรุงเทพฯ: เอกสารอัดสำเนา .
การุณ วรภู .(2545). รายงานผลการพัฒนาและปรับปรุงคุณภาพการศึกษา เรื่องการพัฒนาการสอนภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 แบบนาฬิกาทราย.พิษณุโลก . พิษณุโลก :สำนักงานการประถมศึกษาอำเภอชาติตระการ สำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดพิษณุโลก .
เชิดชู กาฬวงค์.( 2539). เสียงจากแดนไกลของโอกาส ต้องมีแนะแนว. วารสารแนะแนว:มกราคม – มีนาคม 2539 . หน้า 7 – 8 .
ถวิล ธาราโภชน์. ( 2547). จิตวิทยาทั่วไป. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ทิพยวิสุทธิ์.
ทองสุข ทับเจริญ.(2548). การศึกษาและการแก้ปัญหานักเรียนโรงเรียนศึกษานารี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ห้อง 6 กลุ่ม ก โดยใช้ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน.กรุงเทพฯ:โรงเรียนศึกษานารี สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากรุงเทพมหานคร เขต 3 สำนักงาน
คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. นฤมล จามรี.( 2546).การพัฒนาระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนเพื่อแก้ไขพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ของโรงเรียนเมืองเชียงรายจังหวัดเชียงราย.วิทยานิพนธ์ค.ม.(การบริหารการศึกษา)เชียงราย: สถาบันราชภัฏเชียงราย,
นิรมิต ชาวระนอง . ( 2540). รายงานผลการจัดกลุ่มสัมพันธ์ในการจัดกิจกรรมแนะแนว นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 เขตการศึกษา 10 . กรุงเทพฯ : ต้นอ้อแกรมมี่.
ประเสริฐ ชูสิงห์. ( 2537). การเพิ่มประสิทธิภาพของงานแนะแนวในโรงเรียนโครงการขยายโอกาสทางการศึกษา. วารสารศึกษาศาสตร์ : มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์.
ผดุง อารยะวิญญู. (2542). การศึกษาสำหรับเด็กที่มีความต้องการพิเศษ. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แว่นแก้ว.
พงพุธ หมุดปิน. ( 2543). การบริหารงานแนะแนวในโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานการประถมศึกษาอำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย. วิทยานิพนธ์ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
พวงรัตน์ ทวีรัตน์.(2540). วิธีการวิจัยทางพฤติกรรมศาสตร์และสังคมศาสตร์.กรุงเทพฯ:จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดเชียงใหม่.(ม.ป.ป.).พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546. เชียงใหม่: เอกสารอัดสำเนา.
สลักจิต ตรีรณโอภาส . (2545). การพัฒนาระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน โรงเรียนสังกัดกรมสามัญศึกษา เขตการศึกษา 7. พิษณุโลก : เอกสารอัดสำเนา.
สุรีย์พร ปัญญาธนสานต์ .( 2548). เอกสารประกอบการนิเทศการดำเนินการระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน เล่มที่ 2 ระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน. พิษณุโลก :สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาพิษณุโลก เขต 1.
สำนักงานข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา. ( 2547) . พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา. พ.ศ. 2547 . กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาพิษณุโลก เขต 1. ( 2548 ก ). แผนปฏิบัติการประจำปีงบประมาณ 2548. พิษณุโลก: สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาพิษณุโลก เขต 1 .
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาพิษณุโลก เขต 1.( 2548 ข ).สถิติข้อมูล 10 มิถุนายนประจำปี 2548 .พิณุโลก: สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาพิษณุโลก เขต 1.
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาพิษณุโลก เขต 1 . (2549). รายงานผลการดำเนินงานระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียนขนาดเล็ก ปีการศึกษา 2548. พิษณุโลก : สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาพิษณุโลก เขต 1 .
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน.( 2546).ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิเด็ก และเยาวชนในสถานศึกษา พ.ศ. 2543 . กรุงเทพฯ: เอกสารอัดสำเนา.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน.( 2547). มาตรฐานระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน (ฉบับร่าง). กรุงเทพฯ:โรงพิมพ์องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ (ร.ส.พ.).
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2548 ). Roadmap การจัดการศึกษา. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. ( 2549 ). แนวทางการดำเนินงานระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน สำหรับโรงเรียนขนาดเล็ก .พิมพ์ครั้งที่ 1 . กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทยจำกัด.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน.( 2550).การประชุมปฏิบัติการพัฒนาความเข้มแข็งระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน 4 ภูมิภาค.เอกสารประกอบการประชุม การประชุมปฏิบัติการพัฒนาความเข้มแข็ง ระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน วันที่ 25 – 27 กรกฎาคม 2550 ณ โรงแรมลาพาโลมา. กรุงเทพฯ: เอกสารอัดสำเนา .
สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์กรมหาชน) . ( 2547). พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม ( ฉบับที่ 2 ) พ.ศ. 2545 . เล่มที่ 119 ตอนที่ 123 ก ( 19 ธันวาคม 2545 ) ฉบับกฤษฎีกา. กรุงเทพฯ : บริษัท พริกหวานกราฟฟิค จำกัด.
เสาวณีย์ พัฒนอมร.(2544). การคัดกรองนักเรียน. กรุงเทพฯ : กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข.
Chick, Carral William.(1971 ) “The Elementary Counselor’s Roleany Functions by Elementary School Counselors and Principal,” Dissertation Abstracts International.
Cuthbert, Marjoroelrene.(1987 ) “Development Guidance for School Success Skill : A Comparison of Modeling and Coasting,” Education Guidance and Counseling.