@ อุทกโถมท่วมท้น ธรณี
ถล่มทลายปถพี ภาคพื้น
ทุกข์เทวษประดามี มาครอบ งำนา
เสียงสะอึกสะอื้น อกโอ้ประชาชน
@ หมองหม่นปนโศกซ้ำ เสียสิน (ทรัพย์แฮ)
น้ำเนตรหยดหยาดริน หลั่งล้น
ทุกถิ่นที่ธรณิน นทีท่วม นองนอ
ทุกข์เทวษท่วมท้น ทั่วด้าวแดนไทย
@ อุทกภัยผิดเพี้ยน ธรรมดา
ไหลหลั่งจากภูผา พนัสนั้น
เพราะมนุษย์โลภา ลอบตัด ไม้นอ
เกินกว่าจะกีดกั้น กอบกู้สถานการณ์
@ ดินดานเลยสไล้ด์ ทลายลง
บ้านพักมิอาจทรง สภาพไว้
สรรพสิ่งบ่ยืนยง ยืนหยัด อยู่นา
ทุกหย่อมย่านยากไร้ เดือดร้อนทุกข์ระทม
@ บ้านเรือนจมเจิ่งน้ำ นานวัน
ขาดติดต่อสัมพันธ์ พี่น้อง
บ้างพลัดพรากอาสัญ สูญสิ่ง รักนอ
สุดที่จะปกป้อง ปลดเปลื้องเภทภัย
@ ภัยใหญ่เฉกเช่นนี้ มนุษย์ทำ
เลยรับผลแห่งกรรม ก่อไว้
โปรดจงใส่ใจจำ แจ้งจิต
อย่าริทำลายไม้ จะม้วยมรณา๚๛
..................................................................
พระมหาวินัย ๑๒.๔๐ น. : ๑๕ ก.ย. ๕๔
..........................................................
(สไลด์ ใส่วรรณยุกต์โทเพื่อให้ถูกต้องตามบังคับ) โคลงสุดท้ายถ้าเป็นกลอนก็คงจะเป็นการชิงสัมผัส แต่ในโคลงท่านก็ไม่เห็นว่าห้ามไว้ แม้ในโคลงของครูกวีหลายๆ ท่าน ตามที่ตรวจดู ก็ปรากฏมีลักษณะนี้เช่นกัน แต่ถ้ามีการชิงสัมผัสมาก ๆ บ่อย ๆ คิดว่าก็คงไม่ดี ไม่เพราะเช่นกัน ในโคลงนี้ เมื่อไม่ใช้แบบนี้ก็ไม่รู้จะใช้แบบไหน จึงจะสื่อความได้ชัดเจน และเป็นการเล่นสัมผัสอักษรอีกด้วย
ขอขอบคุณครูกวีทุกท่านที่สอนสั่ง
ขอบคุณผู้มาเยือนทุกท่าน
พระมหาวินัย ๑๔ กันยายน ๒๕๕๔
ยอดเยี่ยม งดงาม ไพเราะเพราะพริ้ง น่าประทับใจมากครับ
แวะมานมัสการพระคุณเจ้าครับ
ขอบคุณอาจารย์ทั้งสองท่านที่มาเยี่ยม ช่วงนี้น้ำท่วม ฝนก็ตกทุกวัน ไม่ว่างเว้น
นมัสการพระคุณเจ้าค่ะ ไพเราะมากค่ะ
ขอบคุณคุณครูสุภาภรณ์ที่มาเยี่ยม