เครือข่ายความร่วมมือออนไลน์เพื่อทำงานแบบบูรณาการ 
Cross-Organization Cooperative Working,
Learning from Case of Creative Drawing for VHV Roles Promotion 

ทางเครือข่ายผู้นำ อสม. และศูนย์สุขภาพภาคประชาชนภาคตะวันออก ชลบุรี เตรียมจะใช้โอกาสเทศกาลปีใหม่ทำสื่อเผยแพร่สื่อสารต่างๆ ให้มีความหมายต่อการรณรงค์ทางสุขภาพของภาคประชาชนและมีความหมายต่อการเชิดชูพลังจิตอาสา และจิตวิญญาณอาสาสมัคร ของเครือข่าย อสม.ไปด้วย เลยมาขอให้ผมวาดรูปให้

ผมเลยวาดความเป็นสุขภาพใกล้บ้านใกล้ใจ เพื่อสื่อความมีนัยสำคัญต่อการขับเคลื่อนงานสาธารณสุขมูลฐานในด้านที่จะสามารถเชื่อมโยงกับงานสุขภาพชุมชนและงานสุขภาพปฐมภูมิ, งานที่เริ่มมีความเป็น Home visit, งาน Home-Based Primary Care, งานสุขภาวะทางจิตใจ รวมทั้งแสดงมิติทุนทางสังคมวัฒนธรรมของชุมชนชาวบ้านไทย ที่จะมีบทบาทสำคัญมากต่อลักษณะการทำงานสุขภาพชุมชน ทาง ผอ.ศูนย์สุขภาพภาคประชาชนภาคตะวันออก ชลบุรี และคณะทำงานบอกว่าชอบ ก็เลยทำให้เลือกเอาไปใช้เองตามอัธยาศัย ๒ แบบ คือลายเส้นขาวดำและระบายสีให้อ่อนๆ

เรียนรู้งานศิลปะเชิงวิชาการ
และกระบวนการทำงานสร้างสรรค์สื่อศิลปะ

งานศิลปะบันทึกและถ่ายทอดเรื่องราวที่ต้องการด้วยภาพอย่างนี้ เรียกว่าภาพประกอบเพื่อแสดงข้อมูล หรือภาพ Illustration เพื่อสื่อความรู้ ความเข้าใจ ให้อารมณ์ความรู้สึก และเข้าถึงจินตนาการต่อความเป็นจริงได้ดีที่สุด คุณลักษณะของภาพจะมีความสามารถในการบันทึกและนำเสนอข้อมูล เพื่อให้ความรู้และแสดงความเป็นจริงให้เข้าถึงได้ด้วยภาพวาด (Informative and Educative Drawing)

ในการทำศิลปะสื่อและในภาคธุรกิจเอกชนนั้น ภาพลักษณะนี้จะต้องใช้คนทำงานหลายกลุ่มงาน คือ ๑) งานวิเคราะห์และเตรียมข้อมูล ซึ่งต้องค้นคว้าข้อมูลเพิ่ม วิเคราะห์ และนำเสนอให้ได้ประเด็นที่แจ่มชัดที่สุด เรียกว่าทำบรี๊ฟ หรือทำ Creative Briefs Data  ๒) งานคิดและสร้างสรรค์ หรือทำ Creative เพื่อแปรข้อมูลไปสู่การออกแบบปมและสถานการณ์ของการนำเสนอที่ดีที่สุด ให้แรง โดนใจ สร้างสรรค์อย่างมีรสนิยม ให้ความบันดาลใจและให้กำลังความมีจิตใจสูงแก่สังคม ) งานขยายและผลิตซ้ำความคิดให้ทำเป็นสื่อได้ หรือ Copy write และ Re-write เพื่อทำความคิดสร้างสรรค์และปมที่วิเคราะห์และออกแบบให้ลงตัวแล้ว ให้ออกมาเป็นภาพร่าง คำพูด และองค์ประกอบต่างๆ ๔) งานทำให้เป็นภาพ หรือ Visualization ให้ทุกฝ่ายสามารถเลือกและตรวจสอบองค์ประกอบทุกด้านอย่างพิถีพิถันก่อนการลงมือผลิต ๕) การนำเสนอ ปรับปรุงและบรรณาธิกร ๖) งานผลิต ๗) งานสตูดิโอ จะเป็นงานเฉพาะทางของฝ่ายเทคนิคต่างๆ ซึ่งทีมทำสื่อและงานสร้างสรรค์พอจะเข้าไปเกี่ยวข้องได้ แต่เจ้าของงานและคนทั่วไปเข้าไปเกี่ยวข้องในขั้นตอนนี้ นอกจากจะไม่ทันการณ์แล้วก็จะซับซ้อนเกินที่จะคุยกันของคนทำกับคนที่ไม่ใช่ผู้ปฏิบัติ  

ดังนั้น เบื้องหลังของการที่จะได้สื่อและงานศิลปะสื่อที่ดีนั้น จึงมีความจำเป็นมากที่จะต้องใช้คนที่มีความสามารถสูงในหลายด้าน มีงบประมาณที่เหมาะสม และต้องการทักษะการจัดการที่จำเป็นหลายด้าน อีกทั้งหากคนทั่วไปทราบระบบการทำงาน ก็จะสามารถรู้ได้ว่า ขั้นตอนที่เจ้าของงานและผู้ทำงานเชิงเนื้อหาควรเข้าไปเกี่ยวข้องและทุ่มเทให้ความร่วมมือคนทำงานสร้างสรรค์ศิลปะสื่อให้มากนั้น คือ ขั้นตอนที่ ๑ และ ๕ หากเป็นขั้นตอนอื่นแล้วจะทำให้กระบวนการต่างๆเสียหายและต้องสิ้นเปลืองทรัพยากรในทุกด้าน อีกทั้งเป็นเหตุให้งานส่วนใหญ่ของราชการและงานทางความรู้ ได้ผลออกมาไม่ดี การเรียนรู้และมีความเข้าใจกระบวนการเหล่านี้ จึงเป็นการสร้างทุนการปฏิบัติที่จะช่วยลดความสูญเสียในระบบ เพิ่มคุณภาพงานสื่อสารและพัฒนาการเรียนรู้ของสังคมได้อย่างแน่นอน

วิธีคิดเพื่อบุกเบิกและพัฒนาประสิทธิภาพองค์กร

ในหน่วยงานราชการส่วนมากแล้ว จะขาดระบบการทำงานเชิงสร้างสรรค์ในลักษณะดังกล่าวนี้มาก อีกทั้งวัฒนธรรมในองค์กรราชการนั้น ก็มักไม่เอื้อต่อการทำงานในลักษณะนี้เลย แต่หน่วยงานราชการเป็นคลังความรู้และคลังทางวิชาการที่ดี มีคนที่มีกำลังทางความรู้ มีทักษะด้านข้อมูล ซึ่งก็เป็นจุดแข็งที่หาได้ยาก ผมจึงสร้างโอกาสเท่าที่ทำได้เพื่อเสริมด้านที่ขาดหาย โดยพัฒนาหลักสูตรอบรมเชิงปฏิบัติการพัฒนากำลังคนของหน่วยงานต่างๆที่มีพื้นความสนใจทางด้านนี้ให้มีทักษะพึ่งตนเองเพื่อทำงานอย่างบูรณาการอยู่ในตนเองสำหรับทำงานสร้างสรรค์อย่างนี้ โดยดึงเอาบุคลากรฝ่ายเทคนิค (Media and Communication Technical Specialists) มาอบรมและจัดกระบวนการเรียนรู้ทักษะเชิงเนื้อหา อีกด้านหนึ่ง ก็ดึงเอาครูอาจารย์และนักวิชาการที่มีเนื้อหาในงานต่างๆ (Academician and Contents Expert) มาเติมทักษะศิลปะสื่อให้เป็นกลุ่มคนที่มีทักษะบูรณาการอยู่ในตนเอง เพื่อทำสื่อและมีศิลปะของการสื่อความรู้กับสังคมขึ้นใช้งานได้อย่างเหมาะสม หรืออย่างน้อย ก็มีพื้นฐานที่ดีกว่าเดิม เพื่อสามารถทำงานเชิงนโยบายและประสานความร่วมมือ เดินไปหามืออาชีพในภาคธุรกิจ สามารถร่วมคิด ทำ และสื่อสะท้อนความต้องการต่างๆบนฐานของการมีความเข้าใจ มีรสนิยม และมีความแตกฉานเรื่องศิลปะสื่อ ได้เป็นอย่างดี ซึ่งสามารถเป็นเครือข่ายปฏิบัติการความรู้เชิงสังคม ทำให้ส่วนรวมมีความแข็งแรงสำหรับเปลี่ยนแปลงตนเองด้วยความรู้

ทำไปได้มากพอสมควร ต่อเนื่องเป็น ๑๐ ปี กระทั่งทำเวทีระดับประเทศทางด้านสื่อสาธารณสุขที่มหาวิทยาลัยมหิดล ให้เป็นกลไกคนทำสื่อและมือวิชาการในแนวบูรณาการ เคลื่อนไหวในขอบเขตทั้งประเทศลงไปจนถึงในงานประจำของหน่วยงานสาขาต่างๆ โดยเชื่อว่า สังคมแห่งความรู้และสังคมที่มีความเข้มแข็งทางปัญญาจะไม่มีทางเกิดขึ้นได้เป็นแน่ หากคนที่อยู่ใกล้ข้อมูลและความรู้ ไม่สามารถสื่อสารและถ่ายทอดความรู้ให้กับสังคม และไม่สามารถเข้าถึงภาคความสร้างสรรค์ของสังคมเพื่อเชื่อมโยงทุนศักยภาพของกันและกันให้สะท้อนไปสู่การทำสิ่งต่างๆให้ออกมาได้อย่างดี ดีกว่าทำแบบแยกส่วนที่ไม่มีคุณภาพ

อย่างไรก็ตาม การที่มีระบบออนไลน์ให้คนที่สามารถประสานความร่วมมือและทำงานด้วยกันได้ ได้ใช้เป็นช่องทางสร้างความร่วมมือกันทำงานเพื่อมุ่งให้เกิดประโยชน์แก่ส่วนรวม แบบข้ามกรอบความเป็นองค์กรและข้ามข้อจำกัดต่างๆดังที่กล่าวถึงในข้างต้นได้ ก็เป็นวิธีที่ดีอย่างหนึ่งในการทำงานในหน่วยงานราชการให้เกิดผลดีได้มากขึ้น

เรียนรู้ อสม.และเรียนรู้ทางสังคม

ดูรูปเพลินๆแล้วก็น่าจะได้รู้จัก อสม.และถือโอกาสได้เรียนรู้สังคมที่อยู่รอบตัวไปด้วยบางแง่มุม ที่บอกเล่าอยู่บนความเป็น อสม.

  • อสม. เป็นคำย่อที่ย่อมาจาก อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ชื่อภาษาอังกฤษที่ใช้ในประเทศไทยและนานาชาติว่า VHV : Village Health Volunteer
  • อสม.ถือเป็น นวัตกรรมชุมชนจิตอาสา (Voluntary Practice Community) เป็นเครือข่ายประชาชน ที่เป็นแนวร่วมดำเนินการพัฒนาประเทศด้วยกลวิธีสาธารณสุขมูลฐานในประเทศไทย ซึ่งเริ่มดำเนินการและขยายผลทั้งประเทศเมื่อ ๒๕๒๕ โดยความร่วมมือกันของ ๔ กระทรวงหลักที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตและสุขภาวะทางสังคม คือ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงเกษตรและสหกรการเกษตร กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงศึกษาธิการ
  • ต่อมาขยายเป็นความร่วมมือพหุภาคีของ ๖ กระทรวงหลักโดยเพิ่มกระทรวงกลาโหมและกระทรงพาณิชย์ เพื่อร่วมดำเนินงานให้ครอบคลุมไปถึงชุมชนตามแนวชายแดนและครอบคลุมไปถึงการพัฒนาปัจจัยทางด้านเศรษฐกิจที่ส่งผลต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชน
  • มหาวิทยาลัยมหิดลกับกระทรวงสาธารณสุขเป็นหน่วยงานหลักเพื่อให้การสนับสนุนทางวิชาการ
  • อสม.เป็นเครือข่ายดำเนินการสุขภาพและเคลื่อนไหวสังคมเพื่อสร้างสุขภาพของประชาชน โดยประชาชน และเพื่อประชาชน โดยในระยะแรก มุ่งสร้างผลกระทบต่อการครอบคลุมโอกาสการพัฒนาสุขภาพและคุณภาพชีวิต ให้ครอบคลุมคนส่วนใหญ่ในชนบทของประเทศ พร้อมกับพัฒนาศักยภาพทุนมนุษย์  ให้สามารถริเริ่มการพัฒนาตามความจำเป็นด้วยตนเองได้มากยิ่งๆขึ้น
  • อสม. จะมีอยู่ในทุกหมู่บ้านและทุกชุมชนทั่วประเทศไทย โดย อสม. ๑ คน จะได้รับการพัฒนาศักยภาพเป็นเครือข่ายทำงานสาธารณสุขมูลฐานครอบคลุมครัวเรือของหมู่ญาติและผู้อยูี่อาศัยในชุมชนเดียวกัน ๑ คนต่อ ๗- ๑๕ ครัวเรือน
  • งานสาธารณสุขมูลฐานของ อสม. เป็นงานสุขภาพเชิงรุกและแก้ไขปัจจัยเชิงระบบที่อยู่ในชุมชนและวิธีชีวิตของประชาชน ประกอบด้วย ๑๔ องค์ประกอบ คือ งานโภชนาการ, งานป้องกันและควบคุมโรคระบาดในท้องถิ่น, งานจัดหาและดูแลแหล่งน้ำสะอาดเพื่อการอุปโภคบริโภค, งานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค, งานให้การดูแลรักษาอย่างง่าย, การใช้เทคโนโลยีและการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่น, งานให้สุขศึกษาแก่ประชาชนในชุมชน, การดูแลสุขภาพเด็กและอนามัยแม่และเด็ก, งานสาธารณสุขและสุขาภิบาลในชุมชน, งานสุขภาพจิตชุมชนและการสร้างสุขภาวะทางจิตวิญญาณ, งานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษ มลภาวะ, งานป้องกันและควบคุมอุบ้ติเหตุอุบัติภัย, งานป้องกันและควบคุมปัญหาเอดส์
  • อสม.จะเป็นเครือข่าย สะท้อนปัญหา ความจำเป็น และริเริ่มปฏิบัติการต่างๆ โดยระดมพลังการจัดการของชุมชนและเป็นเครือข่ายที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างดีในการประสานงานและเข้าถึงทรัพยากรต่างๆที่จัดสรรไว้ให้โดยราชการ เพื่อนำไปก่อให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุดและสอดคล้องกับความต้องการต่างๆของชุมชนที่สุด
  •   ปรัชญาของการสาธารณสุขมูลฐานที่สำคัญ   คือ สุขภาพดีและมีประสิทธิภาพด้วยค่าใช้จ่ายที่ถูกและสามารถพึ่งความเป็นตัวของตัวเองได้อย่างสูงสุดของของประชาชน โดยประชาชน และเพื่อประชาชน กับการพัฒนาสังคมทั้งมวลเพื่อสุขภาพและเป็นกลวิธีการพัฒนาสุขภาพสู่เป้าหมายการพัฒนาคนกับสังคมเพื่อสุขภาวะของชุมชนและคนทั้งมวล (All for Health, Health for All)

อสม. เป็นพลังปฏิรูปวิถีชีวิตสุขภาพของสังคมขึ้นมาจากระดับฐานราก ทำให้สังคมมีพื้นฐานที่จะสามารถริเริ่มการพัฒนาขึ้นได้อีกหลายด้านโดยบทบาทของภาคประชาชน.