"เคยเจอบ่อยๆ ไหมครับ ผู้ชายเวลาขับรถหลงทาง พี่แกก็ไม่ถามใคร ขับลุยไป ถ้านั่งกับแฟน รับรองมีได้หงุดหงิดกัน.."
....
ลงมาอีก..เป็นภรรยาน่ะ อย่าไปสอนสามีนะ...เดี๋ยววงแตก
....
และอีกมาก เป็นปัญหา ความท้าทายที่ผมอยากบอกว่า คุณอาจต้องการความรู้ จากตำราหน่อย ผมดูหนังสือเรื่องนี้ครับ Venus on fire Mars on Ice โดย John Gray Ph.D. โดยผู้เขียนได้โยงเอาความรู้ด้านสมองและฮอร์โมนเข้ากับพฤติกรรมของผู้ชายและผู้หญิง เรียกว่าอธิบายความสัมพันธ์ การสร้างความสัมพันธ์ที่ราบรื่นด้วย ความรู้เท่าทัน "ธรรมชาติ" ของมนุษย์ครับ...
....
ฮอร์โมนที่ทำให้ผู้ชายมีความสุขคือ Testosterone ครับ..มีมากเมื่อ
ผู้ชายที่ได้ทำอะไรเป็น Hero
ได้แก้ปัญหา (Problem solving)
เผชิญสถานการณ์ฉุกเฉิน (Crisis)
.....
ครับ Hero จึงไม่ถาม เขามีความสุขที่ได้แก้ปัญหา และแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ครับ...เหมือนในหนัง Hero ทั่วไป ครับ...
....
เราจะบริหารความสัมพันธ์กับ Hero ทั้งหลายได้ดียิ่งขึ้นทั้งในเรื่องส่วนตัว และการทำงาน ถ้าได้ "รู้" เรื่องธรรมชาติของ Hero ครับ...
....
คุณต้องให้ "พื้นที่" แก่ Hero ให้เขาได้แสดงออก การไปเป็น Hero ให้เขาโดยเขาไม่ขอนี่อันตรายมากครับ ฮอร์โมนลดครับ...ในองค์กรบางแห่งที่ผู้ชายมากๆ..ยุ่งครับ..เพราะมีแต่คนต้องการเป็น Hero ครับ...ต่างคนต่างพยายามแก้ปัญหา ให้คนอื่นๆ ทั้งผู้ชายและผู้หญิงไม่มีความสุขหรอกครับ..
..
คุณผู้หญิงที่มีสามีก็ต้องเปิดพื้นที่ให้สามีเป็น Hero นะครับ..อย่าไปแก้ปัญหาให้เขา จะแนะนำ ก็ต้องเปลี่ยนเป็น "ขอให้ช่วย" อย่างจริงใจ..ความสัมพันธ์จะราบรื่นครับ..อย่าไปทำคนเดียวซะทุกเรื่อง..รถเสีย แม่ก็ซ่อมเอง..ยางแตก แม่ก็ลุยอง นี่รับรองผู้ชาย เซ็งเป็ดครับ..
...
หากคุณมีลูกผู้ชาย ลองดูนะครับ คุณพยายามทำให้เขามีความสุขอย่างผิดทางด้วยการช่วยเหลือเขาทุกอย่างหรือไม่ ได้ใหเขาคิด เขาสู้หรือเปล่า ไม่งั้น Hero ตัวน้อยของคุณจะไม่มีความสุข แน่นอน
...
คุณอาจจะถามอีกว่า แล้ว Hero จะถามใครล่ะ... Hero ถาม Hero ครับ...ถ้าคุณไม่เชี่ยวชาญ คุณไปแนะนำ เขาไม่ฟังหรอกครับ...ในองค์กร ผมจึงแนะนำให้มีการค้นหาจุดแข็ง หรือความรู้ ความเชี่ยวชาญของผู้ชาย เพื่อให้คนรู้ เดี๋ยวมันจะเกิดการสื่อสาร การทำงานร่วมันเอง เพราะ Hero ก็จะทำงาน จะถาม Hero ด้วยกันครับ ...แล้วลองทำงานด้วยกันเลย
...
ส่วนผู้หญิง ถึงแม้เป็นนาย ผมจะแนะนำให้ผู้หญิง "ขอให้ผู้ชายช่วย ขอคำแนะนำ อย่างจริงใจ แทนการสั่ง" ซึ่งได้ผลมามากครับ..
....
วิชานี้เราเรียกว่า Gender intellience ครับ ผมเอามาใช้มาเวลาเป็นที่ปรึกษา ใช้ได้มามากครับ เรื่องของผู้หญิงก็มี จะตรงข้ามครับ เดี๋ยวมา KM กันใหม่ครับ
...
สุดท้ายพบกับการนำเสนอผลงานวิจัยของผมที่บูรณาการเรื่อง Gender Intelligence เข้ากับ Appreciative Inquiry ได้ที่งาน AI Summit ครั้งแรกของไทย ไปเรียนรู้ AI จากผู้คิด AI โดยตรงคือ Prof. David Cooperrider และชมผลงานนำเสนอแบบ Poster ของผม และเพื่อนๆ น้องๆ ชาว AI ได้ครับ รายละเอียดดูที่ Poster ข้างล่างนี้ครับ

ไม่ถามหรอกครับทาง ใช้ สัญชาติญาณ แต่แล้ว ก็ หลงทาง อิอิ
หลงทางเสียเวลา หลงชาดา เสียสตางค์....เอิ้กๆๆๆ
ไม่มีครั้งไหนที่ไม่หลงทางเลยค่ะอาจารย์ หลงจนเวลาโทรหาคนขับรถเขาจะถามว่า หลงอยู่ที่ไหนครับท่าน...^_^