การบ่นเพื่อเกื้อกูลชีวิตและความสัมพันธ์
สาระที่สำคัญส่วนหนึ่ง ที่ได้มาจากการอบรม "แปลรักเป็นความ" (Love in Translation) คือ สาระว่าด้วยการบ่น
การบ่น มี ๒ แบบ ครับ คือ บ่นแบบบั่นทอนชีวิตและความสัมพันธ์ และ บ่นแบบเกื้อกูลชีวิตและความสัมพันธ์

การบ่นแบบบั่นทอนชีวิตและความสัมพันธ์ (พบเห็นได้ทั่วไป)
๑. โทษอีกฝ่าย
๒. ฟันธงแบบเหมารวมว่านี่คือความจริง
๓. บ่นเป็นชุด ยิงรัว
๔. ขุดอดีตเก่าๆ มาพูด
๕. โจมตี ตีตรา ไปที่ความเป็นตัวเขา
๖. บ่นขณะที่คนถูกบ่นกำลังยุ่งอยู่
๗. ไม่บ่น แต่คาดหวังให้เขารู้เอง
ครับ การบ่นทั้ง ๗ ลักษณะ คงจะเคยถูกบ่น และ เคยบ่นคนอื่นบ้างนะครับ คนเคยถูกบ่น คงจะรู้รสชาติของการถูกบ่นดี ว่าเป็นอย่างไร

การบ่นแบบเกื้อกูลชีวิตและความสัมพันธ์ (ยาแก้ทีละข้อ จับคู่ ข้อต่อข้อ)
๑. แชร์ความรับผิดชอบร่วมกัน
๒. อธิบายถึงปัญหา โดยใช้คำพูดว่านี่คือความคิดเห็นในมุมมองของเรา
๓. เน้นเฉพาะเจาะจงทีละเรื่อง
๔. เน้นการพูดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นปัจจุบัน
๕. เน้นการกระทำของเขาว่าส่งผลกระทบต่อความรู้สึกของเราอย่างไร
๖. เลือกจังหวะเวลาที่เขาจะฟังและคุยกับเราได้
๗. บอกให้เขารู้ความรู้สึกและความต้องการของเรา
ครับ นักบ่นทั้งหลาย ถ้าจะบ่นก็ขอให้บ่นแบบเกื้อกูลชีวิตและความสัมพันธ์นะครับ เพื่อชีวิตและความสัมพันธ์ที่ดีต่อไปในระยะยาว
แถมท้ายอีกนิด บางคนบอกว่า เขาไม่บ่นแล้ว ขออยู่นิ่งๆ เฉยๆ ขอบอกให้ทราบไว้ว่า
"การแสดงความไม่พอใจด้วยการเงียบ ก็คือ การบ่นอย่างหนึ่ง"
ขอบคุณค่ะต่อไปจะบ่นแบบบเกื้อกูลชีวิตและความสัมพันธ์ค่ะ
โอ้ เคยทำมาหมดแล้วทั้ง 7 ข้อเลยค่ะ 555
ตอนนี้คงเหลือข้อ 7 ข้อเดียวแล้วมังคะ
ครับ คุณฐิตินันท์ มาบ่นแบบเกื้อกูลชีวิตและความสัมพันะ์กันนะครับ - ขอบคุณครับ
คุณชาดาครับ เป็นการนำมาทบทวนตัวเองเรื่องการบ่นนะครับ - ขอบคุณครับ
ต่อไปนี้เวลาจะบ่นอะไร ต้องบ่นให้มีศิลปะสักหน่อย จะได้เกื้อกูลกัน ไม่บั่นทอนกัน ถ้าทุกคนทำได้แบบนี้ก็คงจะดี จะได้ไม่ต้องมีความขัดแย้งต่อกัน ขึ้งโกรธกัน ขอบคุณค่ะสำหรับข้อคิดดี ๆ
ขอบคุณครับ ครูสุภาภรณ์