"สุวัณณะโคมฅำ" ตำนานเมืองเชียงแสน


"สุวัณณะโคมฅำ" เป็นชื่อตำนานและชื่อเมืองโบราณในเขตจังหวัดเชียงราย ซึ่ง "จิตร ภูมิศักดิ์" ได้ศึกษาสรุปว่าตั้งอยู่บนเกาะใหญ่ริมแม่น้ำโขงฝั่งลาวตรงดอนมูล เยื้องปากแม่น้ำกกลงไปทางใต้เล็กน้อย อยู่ตรงกันข้ามกับบ้านสวนดอก อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย

 

...ตำนานเมืองสุวัณณะโคมฅำ...


"สุวัณณะโคมฅำ"เป็นชื่อตำนานและชื่อเมืองโบราณในเขตจังหวัดเชียงรายซึ่ง "จิตรภูมิศักดิ์" ได้ศึกษาสรุปว่าตั้งอยู่บนเกาะใหญ่ริมแม่น้ำโขงฝั่งลาวตรงดอนมูลเยื้องปากแม่น้ำกกลงไปทางใต้เล็กน้อย อยู่ตรงกันข้ามกับบ้านสวนดอกอำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย

ในพงศาวดารโยนก กล่าวว่าในช่วงปลายศาสนาของพระพุทธโกนาคมะนั้น ได้เกิดโรคระบาดราชบุตรแห่งเมืองปาตลีบุตรจึงพาผู้คนอพยพไปตั้งอยู่ในเขตโพธิสารหลวงต่อมาราชบุตรชื่อกุรุวงษากุมารได้สร้างเป็นเมืองขึ้นมาพอพระเจ้าโพธิสารหลวงทราบข่าวก็ไปรบหลายครั้งแต่ก็พ่ายแพ้จนพระองค์ต้องยกราชสมบัติให้แก่กุรุวงษากุมารต่อมาได้เรียกชื่อแคว้นนั้นว่ากุรุรัฐและเรียกประชาชนว่า "กล๋อม"ยังมีนางกุมารีผู้หนึ่งซึ่งเป็นธิดาของเจ้าเมืองได้อพยพหนีโรคร้ายไปอยู่ในป่าและพาบริวารปลูกข้าวอยู่ที่ขอบหนองแห่งหนึ่ง และได้สร้างเมืองชื่อ"อินทปฐาน"ต่อมาเจ้ากุรุวงษากุมารได้นางนั้นเป็นชายาจึงรวมสองเมืองเข้าด้วยกันให้ชื่อว่า"อินทปัตถมหานคร"

จากนั้นก็มีกษัตริย์สืบมาถึง ๔๔๘๐๐ องค์จนถึงสมัยพญาศรีวงษาได้ครองเมืองโพธิสารหลวงพระองค์มีราชบุตรสององค์คือ "อินทรวงษา"และองค์น้องชื่อ"ไอยกุมาร"ซึ่งอินทรวงษาก็ได้ขึ้นครองเมืองสืบจากพระบิดาและมีไอยกุมารเป็นอุปราช

ต่อมาราชบุตรของพญาอินทรวงษาชื่ออินทรปฐมได้อภิเษกกับธิดาของไอยอุปราชมีราชบุตรรวมห้าพระองค์อยู่ครองเมืองโพธิสารหลวง

ต่อมาไอยอุปราชได้ลาจาก ตำแหน่งอุปราชและพาบริวารลงเรือขึ้นไปแม่น้ำโขงจนไปถึงเขตดอนทรายกลางน้ำแม่โขงเยื้องปากน้ำแม่กกจึงตั้งเมืองอยู่ในที่นั้น

หลังจากนางอุรสา ราชเทวีของพญาอินทรปฐมคลอดราชบุตรออกทางปากมีชื่อ"สุวัณณมุกขทวาร"เมื่ออายุ ๗ เดือนก็มีอภินิหารแรงกล้าพาหิรพราหมณ์ปุโรหิตจึงไปทูลยุยงให้ลอยแพพระกุมารและพระเทวีไปเสียมิฉะนั้นจะเกิดอุบาทว์แก่เมือง

ฝ่ายไอยมหาอุปราชทราบว่าพระเทวีและพระกุมารถูกลอยแพก็รีบกลับเมืองแล้วให้จัดพิธีบวงสรวงพญานาคและปักเสาประทีปโคมทองทุกท่าน้ำครั้งนั้นพญานาคชื่อ "พญาศรีสัตตนาค"ก็พาบริวารนำหินไปทำฝาย ปิดทางต้นน้ำแม่โขงไว้มิให้ไหลลงสู่สมุทร(ทุกวันนี้เรียกว่า"ฝายนาค"หรือ"ลี่ผี")เมื่อน้ำท้นขึ้นเต็มฝั่งแล้วแพของพระเทวีและพระกุมารก็ย้อนไปถึงท่าโคมฅำไอยมหาอุปราชจึงรับธิดาและนัดดาไว้แล้วต่อมาก็ให้สร้างเป็นเมืองให้ชื่อว่า "สุวัณณะโคมฅำ"ฝ่ายเมืองโพธิสารหลวงเมื่อลอยแพพระกุมารและพระเทวีไปแล้วก็เกิดโรคระบาดคนหนีออกจากเมืองไปสมทบกับเมืองสุวัณณะโคมฅำเป็นอันมาก

 

 

ต่อมาพระอินทร์ต้องการให้พระราชบิดาและราชบุตรได้พบกันจึงบันดาลให้มีม้าอัศดรไปยังเมืองโพธิสาร ซึ่งผู้จับขี่ได้คือราชกุมารชื่อเทวินทรบวรและม้านั้นก็พาไปพบไอยอุปราชและทุกท่านในเมืองสุวัณณะโคมฅำเมื่อพระบิดาได้ทราบข่าวแล้วก็เชิญให้พระเทวีและพระโอรสกลับเมืองแต่นางไม่ยอมกลับพญาอินทรปฐมและไอยอุปราชจึงอภิเษกสุวัณณมุกขทวารราชกุมารขึ้นเป็นพญาในเมืองสุวัณณะโคมฅำ

องค์เทวินทรบวรราชกุมารจึงได้ครองเมืองโพธิสาร สืบจากพระราชบิดาและได้เนรเทศพาหิรพราหมณ์เสียพาหิรพราหมณ์จึงพาบริวารไปตั้งอยู่ที่เชิงเขาปลายแม่น้ำกกเบื้องตะวันตก ไกลจากเมืองสุวัณณะโคมฅำชั่วระยะ ๓ คืนเนื่องจากที่อยู่นั้นเป็นถ้ำใหญ่ ต่อมาจึงตั้งชื่อว่าเมือง"อุมงคเสลานคร"

กษัตริย์ในเมืองสุวัณณะโคมฅำสืบต่อจากพญาสุวัณณมุกขทวารมีถึง๘๔๕๕๐ องค์จึงสิ้นสุดลง และเชื้อสายฝ่ายพาหิรพราหมณ์เมืองอุมงคเสลานครได้เป็นใหญ่ในสุวัณณะโคมฅำและได้ข่มเหงไพร่เมืองให้ได้รับความเดือดร้อนเป็นอันมากยังมีชายเข็ญใจคนหนึ่ง ทำไร่อยู่ริมแม่น้ำโขงระหว่างเมืองสุวัณณะโคมฅำและเมืองโพธิสารหลวง มีนางนาคธิดา ๓นางไปกินข้าวไร่ของปลูกในไร่ของชายนั้นเมื่อพญาศรีสัตตนาคได้รับแจ้งจากชายเข็ญใจว่าธิดาของตนไปลักกินพืชผลดังกล่าวจึงให้ธิดาทั้งสามแปลงเป็นคนไปรับใช้มานพนั้น ต่อมานางทั้งสามแนะให้ชายหนุ่มไปค้าขายที่เมืองสุวัณณะโคมฅำแต่ก็ถูกชาวเมืองทำอุบายใส่ความแล้วริบสินค้าภายหลังนางนาคธิดาจึงไปกับเรือค้านั้นด้วยเมื่อพญาขอมในเมืองนั้นทำอุบายมาพนันเพื่อจะริบเอาสินค้านางก็บันดาลให้พญาขอมแพ้แต่พญาขอมไม่ยอมให้สินพนันตามสัญญาและยังหาเหตุไล่ออกจากเมืองด้วยนางจึงไปทูลพญานาคผู้บิดาพญานาคจึงพาบริวารไปขุดฝั่งน้ำ"ขลนที-ขรนที"คือน้ำของหรือแม่โขงทำให้เมืองล่มลงในเวลาราตรี พญาขอมเจ้าเมืองและชาวเมืองจมน้ำตายไปมากที่เหลือก็แตกกระจายกันไปและมีจำนวนมากที่ไปสมทบอยู่กับชายเข็ญใจพ่อค้าผู้นั้นจนกลายเป็นเมืองใหญ่ขึ้นมาเมืองสุวัณณะโคมฅำก็ร้างกลายเป็นท่าหลวงไปได้ชื่อว่า "ท่าโคมฅำ"

อนึ่ง "ตำนานเมืองสุวัณณะโคมฅำ"นี้ เป็นที่มาของวรรณกรรมล้านนาหลายเรื่องดังพบว่าเรื่อง "สิรสากุมารชาดก" ในชุดปัญญาสชาดกก็ได้กล่าว ถึงสิรสากุมารว่าคลอดจากทางปาก ถูกเนรเทศ และมีปู่"อัยยอามาตย์"เป็นผู้อุปถัมภ์คล้ายกับเรื่องในตำนานและยังมีเรื่องชายหนุ่มไปทำไร่และมีธิดาพญานาคไปกินพืชผลจนต้องไปเป็นผู้รับใช้ ดังปรากฏในเรื่อง"อ้อมล้อมต่อมฅำ"หรือ"ชมพูราชแตงเขียว" เป็นต้น


ที่มา :อุดม รุ่งเรืองศรี เรียบเรียงจากพงศาวดารโยนก

 

นพบุรีศรีนครพิงค์

 

หมายเลขบันทึก: 460067เขียนเมื่อ 12 กันยายน 2011 19:04 น. ()แก้ไขเมื่อ 29 มิถุนายน 2018 10:52 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน


ความเห็น (4)

สวัสดีค่ะ

แวะมาอ่านบันทึกนี้ค่ะ

พร้อมกับมารับความรู้ค่ะ

ขอบคุณสำหรับบันทึกที่มีคุณค่าบันทึกนี้นะคะ

ขอบคุณค่ะ

สุวัณณะโคมฅำ เคยได้ยินมานานแล้วนะคะ ขอบคุณค่ะ

ขอบคุณค่ะ คุณต้นเฟิร์น ....เห็นมาให้กำลังใจหลายครั้งแล้วค่ะ...ยินดีมากค่ะที่มาแวะเยี่ยมเยือน....

ขอบคุณค่ะพี่พลอยโพยม ...เป็นเรื่องเล่าขานกันมานานและอยู่ในพงศาวดาร ว่าง ๆ ก็รวบรวมมาให้อ่านสนุก ๆ กันนะคะ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี