ความเหลื่อมล้ำ

          พรบ. การศึกษามีเจตนารมณ์ที่ต้องการเน้นย้ำว่าการจัดการศึกษาต้องเป็นไปเพื่อพัฒนาคนไทยให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ ทั้งร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ความรู้ และคุณธรรม มีจริยธรรมและวัฒนาธรรมในการดำรงชีวิตสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข เพื่อให้มนุษย์มีความสมบูรณ์พร้อม และทุกคนมีสิทธิและหน้าที่ในการศึกษาเท่าเทียมกัน  คุณภาพการศึกษาสามารถทำให้คนทุกคนมีอาชีพแต่ คุณภาพทางการศึกษามีความล้มเหลวจากผลการวิจัย ของ ทีดีอาร์ไอ พบว่า ความเหลื่อมล้ำของโอกาศทางการศึกษาน้ำมาซึ่งความเหลื่อมล้ำทางรายได้ ค่าจ้างแรงงานที่รับในอนาคต การศึกษาของเด็กในความครอบครัวที่ยากจนยังเรียนถึงแค่มัธยม รัฐควรจะเพิ่มโอกาศการศึกษาให้เข้าถึงอุดมศึกษาให้แก่ผู้ที่เสียเปรียบทางสังคม รัฐควรยกระดับการจัดการศึกษาให้ทัดเทียมกันทั้งระบบ  ดร. ดิลกะ ลัทธพิพัฒน์ นักวิจัยจากทีดีอาร์ไอ ได้ทำการศึกษาความเหลื่อมล้ำของโอกาสทางการสึกษากับแนวโน้มของค่าจ้างในประเทศไทย เนื่องจากความเหลื่อมล้ำของการศึกษาเป็นสาเหตุหนึ่งของความขัดแย้งที่เกิดขึันในสังคมไทย และรายได้ของครัวเรือนเชื่อมโยงกับการศึกษา จึงทำการศึกษาโดยดูเรื่อง การเหลื่อมล้ำของการเข้าถึงการศึกษาในระดับต่าง ๆ กับแนวโน้มของค่าจ้างของกลุ่มการศึกษาต่าง ๆ

          ความเชื่อมโยงเรื่องการศึกษาและรายได้ของพ่อแม่ จะพบว่าในครอบครัวที่พ่อแม่มีการศึกษาสูง เด็กมีแนวโน้มที่จะได้รับการศึกษาที่สูงไปด้วย และเมื่อดูรายได้เฉลี่ยของรายได้ครัวเรือน จะเห็นได้ว่าผู้ที่จบชั้น ม. 6 มีรายได้ 3,600บาท แต่ถ้าจบปริญญาตรี มีรายได้ 7,000บาท จะพบได้ว่ามีความแตกต่างกันเกือบสอบเท่าตัว จากที่ผ่านมารัฐประสบผลสำเร็จในการให้การศึกษาขั้นพื้อนฐานได้ทั่วถึง แต่สิ่งที่ต้องทำต่อคือเรื่องคุรภาพของการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพราะตราบใดที่ยังมีความแตกต่างด้านคุณภาพการศึกษาระหว่างโรงเรียนที่มีทรัพยากรน้อยกับโรงเรียนที่มีทรัพยากรมากความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงการศึกษาระดับสูงจะยังคงมีมากต่อไป จะเห็นได้ว่าคนจนที่ติดอยู่มัธยมไม่สามารถก้าวสู่อุดมศึกษาได้เลย สาเหตุหลักมาจากเรื่องฐานะทางเศรษฐกิจและสังคมของครอบครัว คุณภาพโรงเรียนและคุณภาพการศึกาาที่แตกต่างกัน ส่งผลให้การศึกษาของเด็กไทยมีความไม่ทัดเทียมกัน แต่ที่สำคัญที่สุดเพื่อลดความเหลื่อมล้ำของการศึกษารัฐควรยกระดับการศึกษาขั้นพื่้นฐานให้มีคุณภาพดีในทุกพื้นที่ของประเทศ

          ประเทศไทยจะต้องหาทางปฎิรูปการศึกษาหรือกระบวนการเรียนรู้ให้มีประสิทธิภาพ เป็นธรรม และมีคุณภาพที่ใช้งานได้และสอดคล้องกับบริบททางเศรษฐกิจ การเมืองสังคมประเทศ เช่น ต้องพัฒนาครู ผู้บริหารการศึกษาอย่างจริงจัง ทั้งในเรื่องการสร้างแรงจูงใจให้คนเก่ง คนดี อยากเข้ามาเป็นครู ปฏิรูปการฝึกหัดครู ปฏิรูปการคัดเลือก การทำงานแบบส่งเสริมความพอใจและความก้าวหน้าของครู การปฏิรู้โครงสร้างการบริหารให้มีประสิทธิภาพโปร่งในและเป็นธรรม การกระจายงบประมาณที่เป็นธรรม และปฏิรูปการใช้งบประมาณให้เกิดประสิทธิภาพ การพัฒนากระบวนการเรียนการสอนให้สอดคล้องการทำงานของสมองของผู้เรียน โดยเฉพาะในระดับปฐมวัย ต้องทุ่มเทพัฒนาพ่อแม่ ครู ให้รู้จักดูแลพัฒนาสมองเด็กเล็กอย่างจริงจัง เพราะเด็กวัยนี้เป็นวัยที่สมองจะพัฒนาเรียนรู้ได้เร็วที่สุด และจะเป็นพื้นฐานให้เด็กเรียนรู้ ในช้ันประถม มัธยมได้ดีขึ้น  ให้มีความการกระตุ้นเพื่อพัฒนาในทุกด้าน ส่งเสริมให้เด็กรักการอ่านและการเรียนรู้ เรียนรู้ด้วยตัวเองเป็น คิดวิเคราะห์ สังเคราะห์เป็น แทนการสอนแบบบรรยายให้ท่องจำเพื่อสอบเอาคะแนนแบบเก่า  การปฎิรูปคุณภาพของผู้บริหารครูอาจารย์ ให้ได้ก่อน จึงจำเป็นสำหรับการปฏิรูปการเรียนรู้ของนักเรียนอย่างได้ผล