ถึงนิสิตที่รักทุกคน
เชิญถามปัญหาได้นะครับ หรือหากมีใครทราบคำตอบก็สามารถตอบได้เช่นกัน ถือเป็นการแบ่งปันความรู้ครับ ครูมีผลงานทางวิชาการที่ได้เคยทำและรวบรวมไว้ โปรดคลิกดูได้ที่… (โดยเฉพาะข้อ 21 “นักวิจัยมือใหม่”)
http://tulip.bu.ac.th/~wathna.s/academic.htm
ข้อความ 2
ชื่อเรื่อง “การศึกษาพฤติกรรมและความคิดเห็นที่มีต่อการบริโภคเบเกอรี่ ประเภทธุรกิจแฟรนไชน์ ของผู้บริโภคในเขตกรุงเทพมหานคร”
ปรับปรุงดังนี้
1. ตัดคำ “การศึกษา” ออก
2. ย้ายคำ “ของผู้บริโภคในเขตกรุงเทพมหานคร” มาต่อท้ายคำ “...ความคิดเห็น” ดังนี้
“พฤติกรรมและความคิดเห็นของผู้บริโภคในเขตกรุงเทพมหานครที่มีต่อการบริโภคเบเกอรี่ ประเภทธุรกิจแฟรนไชน์
ข้อความ 5
เรื่อง การบริโภคเบเกอรี่ (ควรใส่เลขหน้าด้วย จะได้ระบุถูกว่าได้แนะนำหน้าใด)
1. ชื่อเรื่อง “พฤติกรรมและความคิดเห็นของผู้บริโภคในเขตกรุงเทพมหานคร
ที่มีต่อการบริโภคเบเกอรี่ ประเภทธุรกิจแฟรนไชส์”
ควรปรับปรุงเป็น “พฤติกรรมและความคิดเห็นของผู้บริโภคเบเกอรี่ ประเภทธุรกิจแฟรนไชส์
ในเขตกรุงเทพมหานคร”
2. การอ้างอิงในเนื้อหา รูปแบบคือ (ชื่อ, ปี. หน้า ...)
ข้อความที่ต้องอ้างอิง(ในวงเล็บ)
... นมสด, ชูการ์ บัน, อิน & เอาท์, ซินซีโอ, แร็พอิท, ดรีม เบเกอรี่, ดี-เบสท์, ดังกิ้นโดนัท และซินนาบัน (ข้อมูลจากการสำรวจของสมาคมธุรกิจแฟรนไชส์และเอสเอ็มอีไทย) …
3. ความเป็นเหตุเป็นผล (หน้าที่สอง)
ภายใต้การแข่งขันอย่างสูงของธุรกิจเบเกอรี่ ประเภทแฟรนไชส์ในปัจจุบันนั้น ผู้บริโภคต้องเผชิญกับสภาวะเศรษฐกิจที่ทรงตัว ทำให้ความถี่ในการเข้ามาใช้บริการของผู้บริโภคลดลง ...
ความคิดเห็น
“ภายใต้การแข่งขัน…” มีผลทำให้ “ผู้บริโภคต้องเผชิญกับสภาวะเศรษฐกิจที่ทรงตัว” ใช่หรือไม่?
4. ความมุ่งหมายของการวิจัย (หน้าที่สาม)
ตัดข้อ 4 (ทราบจากข้อ 2. แล้ว) แล้วเลื่อนข้อ 5 เป็นข้อ 4
ข้อความ 6
โปรดศึกษาการกำหนดขนาดตัวอย่างได้ที่นี่ครับ
http://tulip.bu.ac.th/~wathna.s/poll.htm
ข้อความ 7
ขอให้ทุกกลุ่มดำเนินการเขียนข้อเสนอโครงการตามข้อต่อไปนี้ (ครูติดประชุม 10-11 สิงหาคม จะกลับมาอ่านให้วันหลัง)
ข้อเสนอโครงการ
1. ชื่อเรื่อง (The Title)
2. ชื่อผู้ทำวิจัย (The Title)
3. ประเภทของงานวิจัย (Type of Research)
4. ความสำคัญและที่มาของปัญหาการวิจัย (Background & Rationale)
5. ทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง (Review of Related Literatures)
6. คำถามของการวิจัย (Research Question)
7. วัตถุประสงค์ของการวิจัย (Objective)
8. สมมติฐาน (Hypothesis)
9. กรอบแนวความคิดในการวิจัย (Conceptual framework)
10. การให้คำนิยามเชิงปฏิบัติที่จะใช้ในการวิจัย (Operational Definition)
11. ระเบียบวิธีวิจัย (Research Methodology)
12. การรวบรวมข้อมูล (Data Collection)
13. ผลหรือประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากการวิจัย (Expected Benefits & Application)
14. แผนการดำเนินการ
ข้อความ 8
ตลอดอาทิตย์ที่ผ่านมาครูยุ่งมากๆ วันนี้ (วันอาทิตย์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2549) จึงเริ่มดูงานของนิสิตได้ ให้นิสิตอ่านของทุกคน ถ้ามีปัญหาใกล้เคียงกันก็นำมาปรับของตนเองได้นะครับ เริ่มต้นด้วยของวรางคณาดังนี้
1. เรื่องเกี่ยวกับกรมสวัสดิการทหารบก
1.1 ย่อหน้าบรรทัดที่ 2 คำว่า “ปัจจุบัน” ไม่สอดรับกับประโยคก่อนนั้น
1.2 สามสี่หน้าแรกไม่มีการอ้างอิงเลย หากเป็นข้อความที่เรียบเรียงเองจากเอกสารอื่นๆก็อ้างอิงครั้งเดียวได้ แต่ถ้าแต่ละย่อหน้านำมาจากเอกสารที่แตกต่างกันก็ควรอ้างอิงทุกย่อหน้าด้วยครับ
1.3 ตัวเลขใช้ให้เหมือนกันตลอด ให้เลือกใช้แบบใดแบบหนึ่งระหว่าง “1 2 ...” หรือ “๑ ๒ …”
1.4 ขอบเขตการวิจัย ให้ระบุช่วงเวลาที่ทำการสำรวจด้วย
1.5 สมมุติฐานในข้อ 2. ให้แบ่งเป็นข้อ 2. และ 3. โดยข้อ 2. เปลี่ยนคำ “มีอิทธิพลต่อ” เป็น “มีความสัมพันธ์ทางบวกกับ” และข้อ 3. ก็คือข้อ 2. เดิม
2. เรื่องเกี่ยวกับ NGV
2.1 หน้าแรก คำว่า “ไม่เกินร้อยละ 50% ของ...” แก้เป็น “ไม่เกินร้อยละ 50 ของ...” หรือ “ไม่เกิน 50% ของ...” อย่างใดอย่างหนึ่ง
2.2 หน้าแรก ตัวเลข “1000” เขียนเป็น “1,000”
2.3 ขอบเขตของการศึกษาควรระบุวิธีการวิจัย ตัวแปรที่ศึกษาและระบุช่วงเวลาที่ทำการสำรวจด้วย
2.4 สมมุติฐานทั้งสามข้อเปลี่ยนคำ “ขึ้น” เป็น “มีความสัมพันธ์กับ” และข้อ 2. ตัดคำ “รวมเฉลี่ย” ออก
2.5 หน้า 3 ข้อความ “เนื่องจากไม่ทราบจำนวนประชากรที่แน่นอน ปัจจุบันจำนวนรถยนต์…” น่าจะเขียนดังนี้ “เนื่องจากไม่ทราบจำนวนประชากรที่แน่นอน เพราะมีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ คาดว่าในปัจจุบัน จำนวนรถยนต์...”
2.5 คำว่า “สุ่มตัวอย่างแบบง่าย (Simple Random Sampling)” แก้เป็น “สุ่มตัวอย่างเชิงเดียว (Simple Random Sampling)”
2.6 คำว่า “เลือกตัวอย่างแบบโควตา (Quota Sampling)” แก้เป็น “สุ่มตัวอย่างจาก”
เพราะการเลือกตัวอย่างแบบโควตาจะไม่เป็นตัวแทนที่ดีของประชากร จึงไม่สามารถนำไปทดสอบสมมุติฐานได้
3. เรื่องเกี่ยวกับอพาร์เมนต์
3.1 คำ “อพาร์เมนต์” ควรเป็น “อพาร์ทเมนต์” หรือไม่
3.2 คำว่า “...มีผู้นิยมมากขึ้นกว่าเดิม...” ควรอ้างอิงตัวเลขว่าเดิมเท่าไรและใหม่เท่าไร หากหาตัวเลขไม่ได้ก็ควรใช้อื่นๆ
3.3 คำว่า “...เป็นทางเลือกที่คนส่วนใหญ่ใช้...” คล้ายข้อ 3.2 หากหาตัวเลขไม่ได้ก็ควรใช้คำอื่นๆ เช่น “...เป็นทางเลือกที่คนส่วนหนึ่งใช้...” เป็นต้น
งานวิชาการข้อความจะต้องชัดเจน ไม่คลุมเครือ
3.4 หน้าสุดท้ายมีคำผิดคือ “วิเคราะ” และในวัตถุประสงค์ ให้เขียนหมายเลขข้อด้วย คือ 3.1, 3.2, 3.3
3.4 วัตถุประสงค์ข้อสุดท้าย (3.2) ควรเป็นเรื่องของประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
3.5 ขอบเขตของการวิจัย ควรระบุตัวแปรที่ศึกษาและช่วงเวลาที่ทำการสำรวจด้วย
3.6 ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ ให้ตัดข้อแรกออก และในข้อสามสงสัยว่ามันเกี่ยวอะไรกับสิ่งแวดล้อม เพราะก่อนหน้านี้ไม่มีการศึกษาเกี่ยวกับเรื่องสิ่งแวดล้อมเลย
4. เรื่องเกี่ยวกับเบเกอรี่
4.1 ชื่อเรื่อง “พฤติกรรมของผู้บริโภคและปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อเบเกอรี่ ประเภทธุรกิจแฟรนไชส์” แสดงว่าประชากรคือ ประเทศไทยหรือในโลก หากจำกัดขอบเขตในกทม. ก็ควรเขียนดังนี้ “พฤติกรรมของผู้บริโภคและปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อเบเกอรี่ ประเภทธุรกิจแฟรนไชส์ ในเขตกรุงเทพมหานคร”
4.2 ... นมสด, ชูการ์ บัน, อิน & เอาท์, ซินซีโอ, แร็พอิท, ดรีม เบเกอรี่, ดี-เบสท์, ดังกิ้นโดนัท และซินนาบัน (ข้อมูลจากการสำรวจของสมาคมธุรกิจแฟรนไชส์และเอสเอ็มอีไทย) …
ให้อ้างอิงดังนี้
... นมสด, ชูการ์ บัน, อิน & เอาท์, ซินซีโอ, แร็พอิท, ดรีม เบเกอรี่, ดี-เบสท์, ดังกิ้นโดนัท และซินนาบัน (สมาคมธุรกิจแฟรนไชส์และเอสเอ็มอีไทย, ปีที่สำรวจ. หน้า …)
4.3 ดูการใช้คำในข้อ 2.5 เรื่องเกี่ยวกับ NGV
ใช้ Simple Random Sampling ไม่ใช่ Sample Random Sampling
4.4 ตัดคำ “สุ่มตัวอย่างแบบสะดวก (Convenience Sampling)” เหตุผลแบบเดียวกับ ข้อ 2.6 เรื่องเกี่ยวกับ NGV
4.5 โปรดศึกษากรอบแนวคิดในการศึกษาค้นคว้าใหม่ ทำไมไม่มีสมมุติฐานเกี่ยวกับปัจจัยทางการตลาด
5. เรื่องเกี่ยวกับป้ายจราจรอัจฉริยะ
5.1 ความเป็นมา
ข้อความ “เริ่มจากในกรุงเทพมหานครเป็นเมืองใหญ่ และมีปัญหาจราจรที่ติดขัด” น่าจะเปลี่ยนเป็น “เนื่องจากกรุงเทพมหานครเป็นเมืองใหญ่ จึงมีปัญหาจราจรที่ติดขัด”
คำว่า “ตั้งแต่อดีต” ควรระบุช่วงเวลาด้วย หากระบุไม่ได้ควรเลี่ยงไปใช้คำอื่น
5.2 ในภาษาไทย ให้วิธีเว้นคำแทนการใช้ “,”
5.3 วัตถุประสงค์น่าจะมีการศึกษาความรู้ความเข้าใจที่ผู้ขับขี่มีต่อป้ายอัจฉริยะด้วย
5.4 ควรมีกรอบความคิดในการวิจัย / นิยามศัพท์ / สมมุติฐานด้วย
5.5 การเลือกตัวอย่างจะใช้วิธีต่อไปนี้ไม่ได้ คือ “การเลือกตัวอย่างที่ไม่ใช้ความน่าจะเป็น (Non-Probability sampling) โดยวิธีการเลือกตัวอย่างแบบสะดวก (Convenience Sampling)” เหตุผลดูข้อ 2.6 เรื่องเกี่ยวกับ NGV
5.5 การแปลความจากมาตรวัด 1-2-3-4-5 ควรใช้เกณฑ์ตัดสินดังนี้
ระดับ 1.00 - 1.49 หมายถึง สำคัญน้อยที่สุด
ระดับ 1.50 – 2.49 หมายถึง สำคัญน้อย
ระดับ 2.50 – 3.49 หมายถึง สำคัญปานกลาง
ระดับ 3.50 – 4.49 หมายถึง สำคัญมาก
ระดับ 4.50 – 5.00 หมายถึง สำคัญมากที่สุด
5.6 การเขียน “รายงานเบื้องต้น รายงานความก้าวหน้า รายงานฉบับสมบูรณ์” มีไว้สำหรับการรายงานถึงผู้ให้ทุน เมื่อนิสิตเป็นผู้ออกทุนเองก็ไม่ต้องรายงาน
ส่ง file ที่เป็นตัวอย่างในการทำ IS ให้กับอาจารย์และเพื่อนบางคนแล้วคะ ถ้าใครยังไม่ได้รับให้บอก e-mail มาแล้วจะส่งให้จ้า
การเขียน 2 บทแรก
ชื่อเรื่อง (The Title) ชื่อผู้ทำวิจัย (The Title) และส่วนประกอบอื่นๆ เขียนที่ปกหน้า ตามรูปแบบที่มหาวิทยาลัยกำหนด
บทที่ 1 บทนำ
ให้เขียนตามลำดับข้อดังนี้
1. ความสำคัญและที่มาของปัญหาการวิจัย (Background & Rationale)
2. คำถามของการวิจัย (ถ้ามี) / วัตถุประสงค์ของการวิจัย (Objective)
3. สมมติฐาน (Hypothesis)
4. ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากการวิจัย (Expected Benefits & Application)
5. กรอบแนวความคิดในการวิจัย (Conceptual framework)
6. ข้อตกลงในการวิจัย (ถ้ามี) / ข้อจำกัดในการวิจัย (ถ้ามี)
7. ขอบเขตการวิจัย
7.1 ประเภทของการวิจัย
7.2 ขอบเขตของประชากร7.3 กลุ่มตัวอย่าง
7.4 ขอบเขตของเนื้อหา
7.5 ขอบเขตของตัวแปร
7.6 การนิยามศัพท์เชิงปฏิบัติ
7.7 ระยะเวลาที่เก็บข้อมูล
บทที่ 2 ทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง (Review of Related Literatures)
o วรรณกรรมต้องเกี่ยวข้องกับปัญหาที่จะศึกษา และมีความทันสมัย (ไม่ควรศึกษาผลงานที่เก่าเกิน 5 ปี)
o เขียนให้คลุมกรอบความคิดในการวิจัย
o ตัวแปรที่ใช้ในการตั้งสมมติฐานในบทที่ 1 ต้องมีทฤษฎีหรือผลงานวิจัยรองรับในบทนี้
o แบ่งเป็นหัวข้อใหญ่ – หัวข้อย่อย เรียงลำดับ จัดเป็นหมวดหมู่ และมีการสรุปประเด็นให้เชื่อมโยงกับตัวแปรที่ศึกษา
o การอ้างอิงต้องเขียนให้ถูกรูปแบบของมหาวิทยาลัย
สอบ บทที่ 1-3 วันที่ 7-8 ตุลาคม ครับ
ครูหายไปหลายวันเนื่องจากต้องใช้เวลาเตรียมตัวไปเสนอผลงานวิจัย ดูผลงานการนำเสนอของครูได้ที่http://gotoknow.org/blog/IS2549/47492
พร้อมกันนี้ครูมีงานค้างที่ส่งมาคือ
http://tulip.bu.ac.th/~wathna.s/proposal.pdf
เป็นตัวอย่างการเขียนข้อเสนอโครงการวิจัย โดยเขียนให้เรียงลำดับข้อตามที่ครูเคยแนะนำมา แต่เอกสารอ้างอิงในหน้า 8 ที่ส่งมานี้ให้ใช้ตามรูปแบบของ มน. นะครับ
http://tulip.bu.ac.th/~wathna.s/frame.pdf เป็นรูปแบบการเขียนกรอบแนวคิดในการวิจัย โปรดสังเกตว่าก่อนเขียนกรอบจะต้องมีคำบรรยายที่มาของกรอบแนวคิดในการวิจัยก่อน แล้วจึงทำกรอบภาพตามมา
http://tulip.bu.ac.th/~wathna.s/tool.pdf เป็นตัวอย่างการเขียนเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยในบทที่ 3
คำแนะนำข้อเสนอเค้าโครงการวิจัยเกี่ยวกับเรื่องธุรกิจเบเกอรี่
หน้าแรก ธุรกิจเบเกอรี่ เป็นธุรกิจอาหารประเภทหนึ่งที่ผู้บริโภคหันมารับประทานกันมากขึ้น ทำให้อัตราการขยายตัวของธุรกิจเบเกอรี่สูงมากขึ้น และเบเกอรี่กลายเป็นอาหารที่ผู้บริโภคนิยม...
รู้ได้อย่างไรว่า “อัตราการขยายตัวของธุรกิจเบเกอรี่สูงมากขึ้น” ควรหาหลักฐานมาอ้างอิงประกอบ หากหาไม่ได้ ก็ควรเขียนว่า “อัตราการขยายตัวของธุรกิจเบเกอรี่น่าจะสูงมากขึ้นตามไปด้วย”
...ธุรกิจเบเกอรี่แบ่งออกเป็น 3 ระดับด้วยกัน คือ เบเกอรี่ระดับล่าง เบเกอรี่ระดับกลาง และ เบเกอรี่ระดับบน...
ใช้หลักเกณฑ์อะไรแบ่งออกเป็น 3 ระดับ ควรหาหลักฐานมาอ้างอิงประกอบ
...สามารถแบ่งเป็นประเภทธุรกิจได้ 11 ประเภท
... 11 ประเภทมีอะไรบ้าง
หน้าสอง ...อาหารเป็นส่วนใหญ่ (กรุงเทพธุรกิจ,2548.5) สืบเนื่องมาจาก...
2548.5 คืออะไร
หน้าสาม 3. เพื่อเปรียบเทียบความสำคัญของปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อเบเกอรี่ ประเภท...
3. เพื่อเปรียบเทียบระดับความสำคัญของปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อเบเกอรี่ ประเภท
... 5. สมมติฐาน
ปัจจัยส่วนบุคคล ได้แก่ เพศ อายุ ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ ที่ต่างกันมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อเบเกอรี่ ประเภทธุรกิจแฟรนไชส์ ด้านผลิตภัณฑ์ ด้านราคา ด้านช่องทางการจัดจำหน่าย ด้านการส่งเสริมการตลาดแตกต่างกัน
สถิติกับสมมุติฐานต้องไปด้วยกัน ที่เขียนมาข้างต้นนี้ใช้ได้กับสถิติ MANOVA แต่ถ้าใช้สถิติ ANOVA จะต้องเขียนสมมุติฐาน 20 ตัวคือ 1. บุคคลที่มีเพศต่างกัน มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อเบเกอรี่ ประเภทธุรกิจแฟรนไชส์ ด้านผลิตภัณฑ์ แตกต่างกัน 2. บุคคลที่มีเพศต่างกัน มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อเบเกอรี่ ประเภทธุรกิจแฟรนไชส์ ด้านราคาแตกต่างกัน ..... 20. บุคคลที่มีรายได้ต่างกัน มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อเบเกอรี่ ประเภทธุรกิจแฟรนไชส์ ด้านการส่งเสริมการตลาดแตกต่างกัน
ครูแนะนำให้ใช้ MANOVA
หน้าสี่ …โดยยอมให้มีค่าความคลาดเคลื่อนได้ 5% ที่ระดับความเชื่อมั่น 95% และกำหนดความมีนัยสำคัญที่ระดับ 0.05…
ตัดส่วนที่ขีดเส้นใต้ออก
หน้าห้า ในแต่ละเขตจะใช้วิธีการสุ่มแบบบังเอิญ (Accidental Sampling) โดยใช้แบบสอบถามกับ...
การสุ่มแบบบังเอิญจะได้ตัวอย่างที่ไม่เป็นตัวแทนที่ดีของประชากร จึงไม่สามารถนำไปทดสอบสมมุติฐานได้ อาจเปลี่ยนเป็น “แบบมีระบบ (Systematic Sampling)” เช่น สัมภาษณ์หนึ่งคนเว้นหนึ่งคน เป็นต้น
6.6 นิยามศัพท์ 1. ปัจจัยที่มีอิทธิพล หมายถึง …
1. ควรนิยาม ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อเบเกอรี่ หมายถึง …
หน้าแปด 1. เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
จะแนะนำวันหลังครับ
1. การกำหนดประชากรและเลือกกลุ่มตัวอย่าง 2. เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย 3. การสร้างเครื่องมือ 4. การเก็บรวบรวมข้อมูล 5. การจัดทำและการวิเคราะห์ข้อมูล 6. สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล <ul><li><div class="MsoNormal" style="margin-left: 51.05pt; text-indent: -17.05pt; tab-stops: list 56.7pt">นิสิตที่ใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือวิจัยจะต้องหา IOC และทำ Tryout ก่อน โดยหา IOC เพื่อให้แบบสอบถามมีความตรงเชิงเนื้อหา (วัดค่าได้ตรงกับวัตถุประสงค์ของการวิจัย) และทำ Tryout เพื่อพัฒนาความน่าเชื่อถือของแบบวัดให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้ (มีค่าแอลฟาไม่ต่ำกว่า 0.70) ศึกษาได้จากบทความ ที่นี่ (มีตัวอย่างอยู่ตอนท้ายๆ)</div></li></ul> <ul><li><div class="MsoNormal" style="margin-left: 51.05pt; text-indent: -17.05pt; tab-stops: list 56.7pt">ตามที่มีนิสิตเคยถามครูเรื่องเกณฑ์การตัดสิน 5 ระดับนั้น มีคำตอบอยู่ที่นี่</div></li></ul> <ul><li><div class="MsoNormal" style="margin-left: 51.05pt; text-indent: -17.05pt; tab-stops: list 56.7pt">ก่อนเลือกสถิติที่ใช้ในการทดสอบสมมุติฐาน ให้ตรวจสอบความเหมาะสมที่นี่</div></li></ul>
แนวทางการนำเสนอเค้าโครงการวิจัยในวันที่ 8 ตุลาคม 2549
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">บทที่ 1 ต้องทำให้สมบูรณ์</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">บทที่ 2 อาจไม่สมบูรณ์ก็ได้ แต่ต้องระบุหัวข้อที่จะเขียนว่ามีอะไรบ้าง โดยหัวข้อจะต้องครอบคลุม วัตถุประสงค์ สมมุติฐาน และกรอบความคิดในการวิจัย</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">บทที่ 3 อาจไม่สมบูรณ์ก็ได้ แต่ต้องระบุประชากร ตัวอย่าง เครื่องมือวิจัยและสถิติที่จะใช้ในการวิเคราะห์และทดสอบสมมุติฐาน ประเด็นที่สำคัญที่จะต้องระบุคือ</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal">1. เครื่องมือวิจัยจะต้องครอบคลุมกรอบความคิดและวัตถุประสงค์ของการวิจัยให้ครบถ้วน ระบุให้ชัดเจนว่าตัวแปรอิสระคืออะไร ตัวแปรตามคืออะไร และวัดได้อย่างไร</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal">2. สถิติทดสอบ (Chi-square, Correlation, Regression, t, ANOVA, ANCOVA, MANOVA, MANCOVA) จะต้องสอดรับกับสมมุติฐาน (สถิติกับระดับข้อมูล/ตัวแปรต้องไปด้วยกัน)</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal">3. ถ้าขาดความชัดเจนในข้อ 1. และ 2. กรรมการอาจไม่ให้ผ่าน ซึ่งนิสิตจะต้องเริ่มต้นหาเรื่องทำใหม่ </p> 4. นิสิตจะต้องส่งเอกสาร “แนวทางการนำเสนอเค้าโครงการวิจัย” ดังกล่าวที่คุณแก้วในวันที่ 18 – 24 กันยายน 2549
เรียนอาจารย์วัฒนาที่เคารพ
ผมเรียนปรึกษาอาจารย์เรื่อง การวางแผนการสุ่มตัวอย่าง ในกรณีไม่มีกรอบตัวอย่าง ไม่ทราบจำนวน ไม่มีรายชื่อ และในทางปฏิบัติของงานวิจัยแล้ว สามารถนำ การสุ่มตัวอย่างแบบไม่ใช้ความน่าจะเป็น มาใช้ประกอบการวางแผนการสุ่มตัวอย่างได้หรือไม่
แต่จากหนังสือเกียวกับ ระเบียบวิธีวิจัย ในหลายเล่ม บอกว่าใช้ได้ และงานวิจัยดีเด่นปี 2549 ของ ม.นเรศวร ก็ใช้การกำหนดตัวอย่างแบบโควต้า By อายุประชากร
ผมเลยสับสนว่า การวางแผนการสุ่มตัวอย่าง ในทางปฏิบัติของงานวิจัยแล้ว สามารถนำการสุ่มตัวอย่างแบบไม่ใช้ความน่าจะเป็น มาใช้ประกอบการวางแผนการสุ่มตัวอย่างได้หรือไม่ครับ ด้วยความเคารพอย่างสูงครับ
การสุ่มตัวอย่างแบบไม่ใช้ความน่าจะเป็น สามารถทำได้ แต่ไม่ควรนำไปใช้ในการทดสอบสมมุติฐาน เพราะกลุ่มตัวอย่างที่ได้จะไม่เป็นตัวแทนที่ดีของประชากร จึงไม่ควรอ้างอิงถึงประชากร ทั้งนี้เพราะการทดสอบสมมุติฐานมาจากทฤษฎีการสุ่มตัวอย่าง (Sampling theory) ซึ่งกำหนดว่าตัวอย่างที่นำมาทดสอบต้องเป็นตัวอย่างสุ่ม (Random sample)
ดู http://tulip.bu.ac.th/~wathna.s/poll.htm
<p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0in 0in 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"> การกำหนดตัวอย่างแบบโควตา หากขั้นตอนต่อไปสุ่มตัวอย่างแบบใช้ความน่าจะเป็นก็นำตัวอย่างมาทดสอบได้ โดยประชากรที่อ้างอิงควรมีสัดส่วนสอดคล้องกับโควตาจึงจะอ้างอิงได้อย่างสมเหตุผล</p> ในกรณีไม่มีกรอบตัวอย่าง ไม่ทราบจำนวน ไม่มีรายชื่อ ควรใช้การสุ่มแบบมีระบบ เช่น สุ่มหนึ่งบ้านเว้นสองบ้าน (หรือมากกว่านี้) เป็นต้น จนคลุมขอบเขตของประชากร (ประมาณสัดส่วนให้เหมาะสมเพื่อให้คลุมขอบเขตและได้จำนวนตามขนาดตัวอย่าง)
ขอบคุณที่อาจารย์ให้ความกระจ่างครับ
แล้วผมจะส่งไฟล์ บทที่ 1-3 + แบบสอบถาม ให้ตรวจ
สอบอีกที่ครับ
ถาม การสุ่มตัวอย่างแบบมีระบบจะทำการสุ่มได้อย่างไรค่ะเพราะว่าถ้าสุ่มแบบคนเว้นคนมันจะทำไม่ได้ค่ะตอบ ถ้าอย่างนั้นก็เว้นสองคนครับ ถาม ในการทำ MANOVA ทำได้อย่างไรค่ะ ไปหาข้อมูลมาอ่านแล้ว ก็ยังไม่เข้าใจเลยค่ะ <p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">ตอบ ครูเคยตอบให้กับกลุ่มอื่นก่อนหน้านี้แล้ว จะยกตัวอย่างให้ดูอีกครั้งครับ</p> <p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">ตัวอย่างสมมุติฐานแบบ MANOVA(ตัวแปรอิสระ 5 ตัว และตัวแปรตาม 4 ตัว ตั้งเพียง 1 ครั้ง)
ปัจจัยส่วนบุคคล ได้แก่ เพศ อายุ ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ ที่แตกต่างกันมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อเบเกอรี่ ประเภทธุรกิจแฟรนไชส์ ด้านผลิตภัณฑ์ ด้านราคา ด้านช่องทางการจัดจำหน่าย ด้านการส่งเสริมการตลาดแตกต่างกัน </p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"> </p>ตัวอย่างสมมุติฐานแบบ ANOVA(ตัวแปรอิสระ 5 ตัว และตัวแปรตาม 4 ตัว ต้องตั้ง 20 ครั้ง)
1. บุคคลที่มีเพศแตกต่างกัน มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อเบเกอรี่ ประเภทธุรกิจแฟรนไชส์ ด้านผลิตภัณฑ์ แตกต่างกัน
2. บุคคลที่มีอายุแตกต่างกัน มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อเบเกอรี่ ประเภทธุรกิจแฟรนไชส์ ด้านผลิตภัณฑ์ แตกต่างกัน
3. บุคคลที่มีระดับการศึกษาแตกต่างกัน มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อเบเกอรี่ ประเภทธุรกิจแฟรนไชส์ ด้านผลิตภัณฑ์ แตกต่างกัน
4. บุคคลที่มีอาชีพ แตกต่างกัน มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อเบเกอรี่ ประเภทธุรกิจแฟรนไชส์ ด้านผลิตภัณฑ์ แตกต่างกัน
5. บุคคลที่มีรายได้ แตกต่างกัน มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อเบเกอรี่ ประเภทธุรกิจแฟรนไชส์ ด้านผลิตภัณฑ์ แตกต่างกัน
6. บุคคลที่มีเพศแตกต่างกัน มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อเบเกอรี่ ประเภทธุรกิจแฟรนไชส์ ด้านราคา แตกต่างกัน
……………………………………
20. บุคคลที่มีรายได้แตกต่างกัน มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อเบเกอรี่ ประเภทธุรกิจแฟรนไชส์ ด้านการส่งเสริมการตลาด แตกต่างกัน
ก่อนเลือกสถิติที่ใช้ในการทดสอบสมมุติฐาน ให้ตรวจสอบความเหมาะสมที่นี่
ขอบคุณครับ
เรียนอาจารย์วัฒนาที่เคารพ เรื่องการใช้การแปลความแบบ Interval เนื่องจากการวัดความพอใจจะวัดออกเป็นแต่ละด้านครับเช่นด้านผลิตภัณฑ์ จะประกอบไปด้วย 6 ข้อย่อย คือ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">รอบเดินเบาของเครื่องยนต์เดินนิ่ง 12345</p>มีอัตราเร่งของเครื่องยนต์ที่ดี 12345ง่ายในการบำรุงรักษาเครื่องยนต์ 12345คุณภาพของเชื้อเพลิง 12345 <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ระยะทางที่วิ่งได้ต่อเชื้อเพลิง 1 ถัง 12345</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> ลักษณะคะแนนที่ได้จะเป็น</p> จากผู้ตอบ 400 ชุด ค่าเฉลี่ยของแต่ละคำถาม ค่าเฉลี่ยด้านผลิตภัณฑ์ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">3 3.32 3.15</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">4 3.20 พอใจปานกลาง</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">3 3.0</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">4 2.98</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">3 3.24</p> ผมจะใช้การแปลความลักษณะรวมคำถามข้อย่อยมาเป็นแต่ละด้าน แล้วจึงแปลความแต่ละด้านครับ ซึ่งน่าจะตรงกับแบบ Interval ในเอกสารของอาจารย์ครับ ขอบคุณอาจารย์อย่างสูงครับ
ok ครับ
เรียนอาจารย์วัฒนาที่เคารพ
ผมเรียนสอบถามเรื่องการแบ่งช่วงของคำตอบในแบบสอบถามครับ
12.ความถี่ในการเติมก๊าซธรรมชาติ (NGV)q 1) 1-3 ครั้ง / สัปดาห์
q 2) 4 - 6 ครั้ง / สัปดาห์(พวกขับไปทำงานระยะทางใกล้ๆ)
q 3) 1 ครั้ง / วัน
q 4) 2 ครั้ง / วัน
q 5) 3 ครั้ง / วัน
q 6) มากกว่า 3 ครั้ง / วัน ( พวกขับแท็กซี่ทั้งวัน )
ไม่อยากให้คำตอบเกิน 6 ข้อ ครับ
ข้อ 1-2 จะยุบรวมเป็น
q 1) น้อยกว่า 1 ครั้ง / วัน หรือ
q 1) น้อยกว่า 7 ครั้ง / สัปดาห์
หรือ สามารถใช้แบบเดิมได้ไหมครับ
รบกวนขอความคิดเห็นอาจารย์ครับ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 18pt" class="MsoNormal"> </p>
คำแนะนำหนึ่ง เพื่อไม่ให้ผู้ตอบสับสน ควรใช้หน่วยเดียวกัน เช่น ใช้ต่อวันทั้งหมด หรือ ใช้ต่อสัปดาห์ทั้งหมด สอง ควรเรียงจากค่าน้อยไปค่ามาก สาม ไม่น่าจะใช้เลขตัวเดียว เช่น 1 ครั้งต่อวัน หรือ 2 ครั้งต่อวัน เพราะหากบางคนใช้ทั้ง 1 และ 2 ก็ลำบากที่จะตอบ จึงควรใช้แบบช่วง และควรเป็นช่วงเท่าๆกันด้วย เช่น ใช้หน่วยและช่วงต่อสัปดาห์ดังนี้1) ไม่เกิน 2 ครั้ง / สัปดาห์ 2) 3 - 4 ครั้ง / สัปดาห์ 3) 5 - 6 ครั้ง / สัปดาห์ 4) 7 - 8 ครั้ง / สัปดาห์ 5) มากกว่า 8 ครั้ง / สัปดาห์ จากการทดลองใช้ (Tryout) หากคำตอบมีการกระจายมากก็ให้ปรับช่วงทั้งหมดให้แคบลง แต่ถ้าหากคำตอบกระจุกที่ช่วงใดช่วงหนึ่งมากเกินไปก็ให้ปรับช่วงให้กว้างขึ้น
ความรู้สถิติสำหรับเตรียมสอบ ทำไมต้องใช้ MANOVA ในการทดสอบ ค่าเฉลี่ย
ถ้าประชากร มี 1 กลุ่ม เราใช้สถิติt-test (เมื่อไม่ทราบความแปรปรวนของประชากร)
ถ้าประชากร มี 2 กลุ่ม(ตัวแปรอิสระ 1 ตัว แต่แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม เช่น ตัวแปรเพศ ซึ่งแบ่งเป็นชายและหญิง) และ ตัวแปรตามมี 1 ตัว เราก็ใช้สถิติ t-test
ถ้าประชากร มีมากกว่า 2 กลุ่ม (ตัวแปรอิสระ 1 ตัว แต่แบ่งออกเป็นมากกว่า 2 กลุ่มเช่น ตัวแปรอาชีพ ซึ่งแบ่งออกเป็นมากกว่าสองกลุ่ม) และ ตัวแปรตามมี 1 ตัวไม่ควรใช้สถิติ t-test หลายๆครั้ง เพราะความคลาดเคลื่อนแบบที่หนึ่ง (Alpha) จะมีค่ามากว่าปกติ (มีผลทำให้ผลการทดสอบมีนัยสำคัญ ทั้งๆที่ไม่ควรจะเป็นแบบนั้น) แต่ควรใช้สถิติ One-way ANOVA (One-way Analysis Of VAriance)
ถ้า ตัวแปรอิสระมี 1 ตัว(แต่แบ่งออกเป็นมากกว่า 2 กลุ่ม) และ ตัวแปรตามมี 1 ตัว เราใช้สถิติ One-way ANOVA
ถ้า ตัวแปรอิสระมีมากกว่า 1 ตัว และ ตัวแปรตามมี 1 ตัว เราใช้สถิติ ANOVA (หรือ Multi-way ANOVA เช่น Two-way ANOVA , Three-way ANOVA เป็นต้น)
ถ้า ตัวแปรอิสระมีมากกว่า 1 ตัว และ ตัวแปรตามมีมากกว่า 1 ตัว ไม่ควรใช้สถิติ One-way ANOVA หลายๆครั้ง แต่ควรใช้สถิติ MANOVA (หรือ Multivariate ANOVA โดย Multivariate หมายถึง ตัวแปรตามมีมากกว่า 1 ตัว) และถ้ามีตัวแปรร่วม (หรือตัวแปรแทรกกลาง ตัวแปรแทรกซ้อน หรืออาจใช้ชื่ออื่นๆ) สถิติที่เหมาะสมคือ MANCOVA(Multivariate ANCOVA) ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ ตัวแปรอิสระเป็นตัวแปรเชิงคุณภาพ (qualitative) ถ้าทั้งตัวแปรอิสระและตัวแปรตามเป็นตัวแปรเชิงปริมาณ (quantitative) ทั้งคู่ สถิติที่เหมาะสมคือ Regression แต่ถ้าทั้งตัวแปรอิสระและตัวแปรตามเป็นตัวแปรเชิงคุณภาพ (qualitative) ทั้งคู่ สถิติที่เหมาะสมคือ Chi-square และถ้าทั้งตัวแปรอิสระและตัวแปรตามเป็นตัวแปรเชิงปริมาณ (quantitative) ทั้งคู่ แต่ไม่แบ่งออกเป็นตัวแปรอิสระและตัวแปรตามแล้ว สถิติที่เหมาะสมคือ Correlation
ขอแก้ประโยคสุดท้ายก่อนหน้าต่างนี้
จาก
และถ้าทั้งตัวแปรอิสระและตัวแปรตามเป็นตัวแปรเชิงปริมาณ (quantitative) ทั้งคู่ แต่ไม่แบ่งออกเป็นตัวแปรอิสระและตัวแปรตามแล้ว สถิติที่เหมาะสมคือ Correlation
เป็น
และถ้าเป็นตัวแปรเชิงปริมาณ (quantitative) ทั้งคู่ แต่ไม่แบ่งออกเป็นตัวแปรอิสระและตัวแปรตามแล้ว สถิติที่เหมาะสมคือ Correlation